Masuk14 วัน ขอรักฉันคืน... ณรันดา นางเอกสาวชื่อดัง จำต้องยุติบทบาททางการแสดงลง ทั้งๆ ที่เธอกำลังโด่งดังถึงขีดสุดเพราะอาการป่วยระยะสุดท้ายซึ่งมาทักทายแบบไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว หนำซ้ำยังต้องกลับไปขอพึ่งใบบุญ อธิป อัศวกุล นักธุรกิจหนุ่มหล่อแสนเย่อหยิ่ง ที่ครั้งหนึ่งเธอเคยหนีการแต่งงานกับเขาไปก่อนพิธีจะเริ่มแค่ไม่กี่ชั่วโมง เขาเป็นทั้งอดีตคนรัก และยังเป็นเหมือนญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่... แม้ว่าเมื่อห้าปีก่อนเขาจะเคยรักเธอหัวปักหัวปำ แต่ตอนนี้เขากำลังจะแต่งงานใหม่ นางเอกตกกระป๋องเลยได้แต่ทึ้งหัว กลับมาตายรังยังไม่พอ ยังต้องมาทนเห็นผู้หล่อล่ำกล้ามแน่นไปสวีทหวานกับผู้หญิงอื่นอีก และเมื่อไม่มีอะไรจะเสีย "เป็นไงเป็นกัน ก่อนตาย ฉันต้องได้ผู้ชายคืน" มารยาร้อยเล่มเกวียน ทั้งกลเม็ดเด็ดพรายต่างๆ จึงถูกงัดมาใช้เพื่อการนี้แบบทุ่มสุดตัว คิดแค่ว่าเพื่อความสุขสุดท้ายก่อนตายก็แล้วกัน... มิชชันร้ายๆ ของนางเอกแผนสูงจะคอมพลีทหรือไม่ ต้องติดตาม...
Lihat lebih banyak14 วัน ขอรักฉันคืน
: บทที่ 1ท่ามกลางแสงแฟลชเจิดจ้าราวกับเวลากลางวัน เดียร์น่า ณรันดา ดาราสาวที่กำลังโด่งดังคับฟ้าจากบทนางเอกละครฟอร์มยักษ์หลายเรื่อง กำลังเดินเฉิดฉายอวดโฉมสะคราญตาในเดรสสีพิงค์แชมเปญอยู่บนพรมแดงพร้อมด้วยรางวัลทางการแสดงชิ้นล่าสุดของเธอ เสียงเรียกชื่อดาราสาวจากเหล่าช่างภาพดังกึกก้อง ทำเอาบรรดาเซเลปคนอื่นๆ ไม่กล้าเข้าไปทาบรัศมี นาทีนี้ทุกคนต้องยอมยกพื้นที่สื่อให้กับตัวแม่อย่างเธอเพียงเท่านั้น
แต่จังหวะหนึ่งในขณะที่ดาราสาวกำลังโพสต์ท่าถ่ายรูปโชว์รางวัลดาราทองคำ แล้วยิ้มโปรยเสน่ห์ไปรอบๆ อาการหน้ามืดก็ตรงเข้าเล่นงานแบบไม่ทันตั้งตัว เธอโงนเงนจนเกือบล้มลงไปกองกับพื้น ดีที่มนต์ชนกซึ่งเป็นทั้งผู้จัดการส่วนตัวและเพื่อนสนิทปรี่เข้ามารับร่างบางไว้ได้ทัน จากนั้นดาราสาวจึงถูกนำตัวออกมาท่ามกลางเสียงตะโกนถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงจากบรรดาช่างภาพที่ดังระงม
“เดือนนี้เป็นลมในงานใหญ่ๆ เกือบครบทุกงานแล้วนะเดียร์ หมอนัดไปฟังผลหลังตรวจประจำปีก็ยังไม่ยอมไปอีก งานน่ะเอาไว้ทำทีหลังก็ได้ พักดูแลตัวเองก่อน” มนต์ชนกบ่นเสียงเขียว แต่คนที่กำลังถูกหิ้วปีกพามาขึ้นรถยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง
“จะเสียเวลาไปหาหมอทำไมกัน ไปทีไรก็บอกเหมือนเดิมทุกครั้ง ไอ้นั่นเกินมานิด ไอ้นี่ขาดไปหน่อย และฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่น้ำ เดือนนี้งานเยอะเลยมีเวลานอนน้อยไปหน่อยแค่นั้นเอง”
“งั้นเมื่อคืนทำไมถึงนอนดึก เธอทำอะไรอยู่ ฉันโทรไปย้ำตั้งหลายครั้งแล้วว่าให้รีบเข้านอนเพราะวันนี้มีงานใหญ่” ผู้จัดการสาวจอมเฮี้ยบหันมาคาดคั้น แต่ณรันดากลับอ้ำอึ้งไม่ยอมตอบ คนมองเลยได้แต่ถอนหายใจพลางส่ายหน้า
“อย่าบอกนะว่าคิดมากเรื่องคุณอธิปอยู่อีก เธอกับเขามันเหมือนอยู่กันคนละโลกไปแล้ว จำเอาไว้” แม้ปากจะบ่นแต่สายตากลับเต็มไปด้วยความห่วงใย
ห้าปีก่อนถึงใครต่อใครจะพากันลืม แต่เธอและณรันดายังคงจดจำความผิดพลาดครั้งใหญ่ของตัวเองได้อย่างแม่นยำ
เธอคือผู้สมรู้ร่วมคิดพาเจ้าสาววัยกระเตาะของอธิปหนีงานแต่งงานวันนั้นมาเพื่อมาออดิชัน และจากวันนั้นชีวิตของณรันดาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ชนิดพลิกหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว สาวน้อยแสนสวยที่มากพรสวรรค์ทางการแสดงเติบโตขึ้นกลายเป็นดาวจรัสฟ้า และขาดการติดต่อกับอดีตเจ้าบ่าวนับแต่วันนั้น
เขาไม่ยอมยกโทษให้เธออีกเลย ชายหนุ่มก้าวขึ้นกุมบังเหียนสืบทอดอาณาจักรธุรกิจของครอบครัว สานต่องานของเขาเช่นกัน เขากลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในแวดวง และตัดสินใจลืมรักแรกในอดีต ลบเลือนความรักแสนบริสุทธ์กับเด็กสาวในอุปการะของบิดา เด็กสาวหน้าสวยจิตใจดีที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นจากพี่ชายอย่างเขา
“ฉันได้ข่าวมาว่าเขากำลังจะแต่งงานกับสาวสวยทายาทบริษัทอสังหารายใหญ่ของเอเชีย เธอเป็นช่างภาพอิสระ แต่ยอดผู้ติดตามในไอจีมากพอๆ กับฉัน แต่ผู้ติดตามทั้งหมดนั้นคือชาวต่างชาติ พูดง่ายๆ ว่าเธอเป็นที่รู้จักมากกว่าฉันในวงกว้าง” คนขี้หึงอดเปรียบเทียบไม่ได้
มนต์ชนกเลยยิ่งต้องถอนหายใจ “จะสนใจไปทำไมในเมื่อสุดท้ายเขาก็ได้แค่ผู้ชายที่เธอทิ้งไปครอง” คนพูดไม่รู้จะปลอบยังไง มือข้างหนึ่งจึงเอื้อมไปตบไหล่เพื่อนสนิท
“ใช่ ฉันทิ้งคุณใหญ่ไปเพื่อจะได้รางวัลดาราทองคำในวันนี้ แต่พอได้มันมาแล้วทำไมฉันถึงยังเสียดายเขาอยู่อีก... นี่น้ำ เขากำลังจะหลุดมือฉันไปตลอดกาลแล้วใช่ไหม” ดวงตาคู่สวยจับจ้องคนนั่งข้างๆ อย่างเว้าวอน และอีกฝ่ายก็พยักหน้า
“ยอมรับมันเสียเถอะเดียร์ มันเป็นสิ่งที่เธอเลือกแล้ว เธอเลือกเส้นทางชีวิตในวันนี้แทนการแต่งงานกับเขาเมื่อห้าปีก่อน ทางเดียวที่ทำได้คือต้องตัดใจ”
จบประโยคนั้นณรันดาก็ได้แต่ทอดถอนใจ เธอมองออกไปภายนอกหน้าต่าง แววตาเศร้าสร้อย แต่เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์สายหนึ่งก็ดังขึ้นทำลายความเงียบเสียก่อน
“คุณน้ำ ฝากบอกเดียร์น่าด้วยว่าตอนนี้พวกเรามากันครบแล้ว รีบพาเธอมาส่งด่วน ฉันรอฉลองให้เพื่อนรักอยู่” ปลายสายตะโกนแข่งกับเสียงเพลงจังหวะสนุกสนาน เสียงแก้วเชมเปญดังกระทบกัน และผู้คนหลากหลายกำลังส่งเสียงเฮฮาดังลอดออกมาจนคนข้างนอกได้ยิน
มนต์ชนกรับสายแล้วก็ได้แต่อือออไปตามเรื่อง แม้จะรู้สึกไม่ถูกชะตากับวริตานัก แต่ด้วยความที่อีกฝ่ายเป็นเพื่อนนักแสดงที่สนิทสนมกับณรันดามาตั้งแต่เข้าวงการ ทั้งยังตัดสินใจทำธุรกิจร่วมกัน ทำให้เธอไม่มีทางเลือก
“ริต้ารอฉลองให้เธออยู่ที่บลูสกาย จองโต๊ะที่ดีที่สุดไว้ให้ ถ้าจะไปก็เปลี่ยนชุดเลยฉันเตรียมมาไว้ให้แล้วที่หลังรถ แต่คืนนี้ห้ามกลับดึกนะเพราะพรุ่งนี้ฉันจะมารับไปพบหมอแต่เช้า”
“อ้าว แล้วเธอจะไม่ไปกับฉันด้วยเหรอ บางทีฉันก็เบื่อปาร์ตี้หนักๆ กับริต้าเหมือนกันนะ เปลืองพลังงานชะมัด”
“ไม่เอาล่ะ เบื่อปั้นหน้า แต่สำหรับเธอจะถือว่าคืนนี้เป็นคืนปล่อยผีก็ได้ อย่างน้อยก็ไม่ต้องกลับห้องไปนอนคิดมากเรื่องคุณอธิปอีก” มนต์ชนกจัดแจง โดยคนฟังก็เห็นดีด้วย แต่กระนั้นเพื่อนสาวก็ยังไม่วางใจ
“ทำตัวเหงาหงอยเศร้าสร้อย ทั้งที่วันนี้เป็นวันดีของเธอ มันไม่สมกับเป็นนางเอกเจ้าบทบาท สาวน้อยขี้เล่นจอมทะเล้นอย่างเธอเลยนะ ปล่อยวางบ้างเถอะเดียร์ แล้วใช้ชีวิตให้สนุก ให้คุ้มค่ากับสิ่งที่เธอต้องแลกมา และถ้าไม่ไหวหรือเกิดอาการไม่ดีขึ้นมาอีก โทรเรียกฉันได้ตลอดเวลา” คนพูดให้สติ แต่หญิงสาวมีพลังชีวิตน้อยเหลือเกิน เธออ่อนล้าเกินกว่าจะสร้างพลังบวกให้ตัวเอง อดไม่ได้จึงหวนกลับไปคิดถึงช่วงเวลาดีๆ ในวันวานอีก
“ถ้าวันนั้นเราสองคนไม่หนีมา ป่านนี้เธอคงได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว บริหารฟาร์มที่ตัวเองรัก ไม่ต้องพบเจอผู้คนวุ่นวายวกวนอยู่แบบนี้... ส่วนฉันก็คงได้อยู่ภายใต้ร่มเงาของอัศวกุลต่อไป แม้จะดูเป็นชีวิตที่ว่างเปล่า แต่มันก็สุขสบาย ฉันขอโทษที่ทำให้เรามีชีวิตที่แสนวุ่นวายในวันนี้นะน้ำ” ณรันดายังคงรู้สึกผิด แต่เพื่อนสนิทรีบส่ายหน้า
นัยน์ตาสีสนิมมองเธอด้วยความรู้สึกรักและรักอย่างท่วมท้นจิตใจ นิ้วเรียวเอาแต่เกลี่ยไล้ผิวแก้มนวลเนียน เขาทำรักกับเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใช้ชีวิตคู่ด้วยกันภายในกระท่อมไม้หลังงามเพื่อดื่มกินน้ำผึ้งพระจันทร์อันหวานหอมอย่างไม่รู้เบื่อและหลังจากวันนั้นต่อมาอีกไม่ถึงปี นายหญิงของไร่หัสดินทร์ก็ได้ให้กำเนิดแฝดชายหญิงหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ทั้งสองถอดเค้าความสวยหล่อของพ่อแม่ออกมาได้อย่างไร้ที่ติเมื่อคลอดแล้วณรันดายิ่งสวยสะพรั่งขึ้นไปอีก และเพราะอย่างนั้นอธิปจึงยังตั้งหน้าตั้งตาปั๊มลูกต่อไป จนกระทั่งชายหนุ่มได้รับฉายาจากนายแพทย์รวิชญ์ว่า...เฮียหื่น!!!เขายืนกอดอกมองดูลูกชายตัวน้อยกำลังเล่นซนอยู่กับรวิชญ์ท่ามกลางท้องทุ่งหญ้าสีน้ำตาลทอง ข้างๆ กัน ณรันดากำลังสานดอกไม้ป่าเป็นมงกุฎแสนงามเพื่อสวมให้กับลูกสาวคนเล็ก โดยมีบรรดาสาวๆ คนสนิท และเด็กรับใช้นั่งล้อมวงแสงแดดสีทองยามสายันห์ช่างดูอบอุ่น ทุกแห่งหนของไร่หัสดินทร์เต็มไปด้วยความสดชื่นเบิกบาน บ้านกลายเป็นบ้าน ผู้หญิงคนเดียวที่เขารักและลูกน้อยทำให้ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงความสุขที่ถูกเติมเต็ม ทุกอย่างงดงามเรียบง่าย และเป็นไปตามธรรมชาติของชีวิตที่ควรเป็นชีวิต
อธิปเดินเข้ามาโอบกอดภรรยาจากทางด้านหลัง เขาจุมพิตแผ่วเบาที่แก้มนวล ก่อนใช้ปากและลิ้นอุ่นร้อนก่อกวนขบเม้มติ่งหูและซอกคอขาวผ่อง มือไม้ทั้งสองแยกกันเลื่อนขึ้นลงสัมผัสทรวงอกอวบอิ่มและเนินเนื้อสาวภายใต้กระโปรงพลิ้วบาน“อื้อ คนบ้ากาม ยังไม่ทันเข้าบ้านก็หื่นใส่เดียร์แล้วนะคะ รู้จักอายฟ้าอายดินบ้าง”อธิปได้ยินแล้วก็อดหัวเราะขันไม่ได้“อายทำไมมีอะไรกันในน้ำยังเคยมาแล้ว เดียร์อย่างอแงได้มั้ย” ครั้นพูดจบร่างบางก็ลอยหวือเพราะถูกอุ้มอีกครั้ง อธิปพาเธอเดินเข้าบ้านตั้งใจจะดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กับภรรยาอีกรอบ คิดไว้ว่ารุ่งสางของวันพรุ่งนี้เขาถึงจะพาเธอออกมา“ร่วมมือกันหน่อยนะเดียร์น่า สองสามวันนี้พี่จะเสกเด็กแฝดเข้าท้องเดียร์ให้ได้” อธิปกระซิบบอกข้างหูภรรยาเรียวลิ้นอุ่นร้อนสอดแทรกค้นหาความหวาน กลีบปากบอบบอบถูกขบเม้มยั่วเย้าอย่างถือสิทธิ์ มือหนาหนักลูบไล้ไปตามรอยแยกของกลีบดอกไม้แสนงาม ก่อนวกขึ้นมาเคล้นคลึงทรวงอกอวบสล้างผลิพุ่ง“คุณใหญ่ขา เมื่อไรจะอิ่มเสียที ได้โปรดเถอะ นี่รอบที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้” เสียงหวานของคนบนที่นอนร้องห้าม ไม่นานเรียวขาของเธอก็ถูกจับแยกออกจากกันอีกครั้งมือบางพยายามรั้งตัวเขาไว้ แ
14 วัน ขอรักฉันคืน : ตอนพิเศษ หลังงานแต่งงานในตำนานของอธิปและณรันดาซึ่งกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เพียงชั่วข้ามคืน สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันก็ตื่นเช้าขึ้นมากินอาหารและสูดอากาศบริสุทธิ์ที่เฉลียงหลังบ้านสุดแนวสายตาเป็นทะเลสาบสีคราม มีทุ่งกว้างดารดาษด้วยดอกไม้ป่าและหญ้าน้ำพุที่กำลังถูกสายลมพัดพลิ้วโดยแขกซึ่งเป็นเพื่อนสนิททั้งหมดยังอยู่กันครบ ไม่ว่าจะเป็นรวิชญ์ ภารินทร์ หรือมนต์ชนก ทุกคนต่างได้รับเชิญให้อยู่ร่วมฟังการเปิดพินัยกรรมของท่านหัสดินทร์กับทายาททั้งสองด้วยและหลังจากที่ทุกคนกินอาหารอิ่ม อธิปก็พยักหน้าให้ทนายความถือแฟ้มพินัยกรรมเข้ามา“ข้าพเจ้า นายหัสดินทร์ อัศวกุล ได้ทำพินัยกรรมฉบับนี้ขึ้นในขณะที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน เพื่อแสดงเจตนาว่าเมื่อข้าพเจ้าได้ถึงแก่กรรมให้ยกทรัพย์สินทั้งหมดของข้าพเจ้าทั้งหมดตกสู่นางสาวณรันดา นรารักษ์ ไม่ว่าจะเป็นหุ้นในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ เงินฝากหรือเงินสด ขอยกให้ผู้มีรายชื่อดังกล่าวจนหมดสิ้นเพียงผู้เดียว ลงชื่อ นายหัสดินทร์ อัศวกุล”จบการอ่านพินัยกรรมของทนาย ทุกคนต่างก็ยิ้มพลางส่ายหน้าให้กับความช่างคิดของคนตาย“เอาตรงๆ นี่ก็สรุปได้ว่าคุณลุงจัดกา
ด้านภารินทร์ก็กอดแขนเจ้าบ่าวไว้ “เล่นกันเป็นเด็กๆ ไปได้นะคะ กลับเข้าไปในงานกันเถอะค่ะ ใกล้ถึงช่วงพิธีการแล้ว แก๊งพวกเรายังมีเวลาคุยกันอีกเกือบทั้งชีวิต” ช่างภาพสาวคิดไว้อย่างนั้นจริงๆ มิตรภาพเป็นสิ่งสวยงาม ไม่มีการติดค้างใจใดๆ ต่อกันอีก เธอมาที่นี่เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับณรันดาและอธิปด้วยความจริงใจ… ได้ยินอย่างนั้นทุกคนก็พร้อมใจกันเดินกลับเข้าไปภายในงาน สื่อมวลชนและแขกเหรื่อมากมายต่างยืนให้เกียรติแก่คู่บ่าวสาว แสงแฟลชสว่างวาบไม่เว้นแม้แต่วินาที กลีบดอกไม้สีหวานถูกโปรยปรายพร่างพรมลงมาสร้างบรรยากาศให้หวามหวานเปี่ยมไปด้วยมนตร์รักอันน่าอัศจรรย์ เบื้องหน้าแท่นพิธีมีเค้กเก้าชั้นและแชมเปญทาวเวอร์ถูกจัดวางไว้อย่างอลังการ “ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบเดียร์ วินาทีแรกที่เราได้เจอกันตั้งแต่ยังเด็ก ผมก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กผู้หญิงคนนี้ คือคนที่ผมจะต้องรักและปกป้องไปตลอดชีวิต” เมื่อสิ้นสุดพิธีท่ามกลางสักขีพยานนับร้อยๆ คน อธิปก็กล่าวความรู้สึกเขาที่มีต่อเจ้าสาวออกมา ทำเอาบรรดาคนสนิทต่างยิ้มด้วยความยินดี “เธอคู่กันมาแต่ไหนแต่ไร ต่อให้ขอบน้ำขวางหน้าขอบฟ้าขว