ANMELDEN“แต่ถ้าแม่ดอกแก้วไม่ออกเรือนในครานี้ น้องเกรงว่าต่อไปจักเป็นสาวทึนทึกขึ้นคานเจ้าค่ะคุณพี่”
“ไม่ดอกน้อง แม่ดอกแก้วเป็นคนสวย หากไม่ได้ออกเรือนกับพ่อเกื้อจริง และทางบ้านโน้นเขาอยากให้ลูกชายแต่งกับแม่สายบัวแทน ก็ถือเสียว่าหลานสาวของเราไม่ใช่คู่ของพ่อเกื้อ”
“แต่น้องเสียดายพ่อเกื้อ รูปก็งาม ฐานะก็ดี แถมยังเป็นคนดีเสียอีก แม่ดอกแก้วจะหาผู้ชายที่ดีพร้อมแบบพ่อเกื้อยากยิ่งนะเจ้าคะ”
แต่สองสามีภรรยาก็จำต้องบากหน้าไปผัดผ่อนการออกเรือนอีกครั้ง นั่นทำให้ศักดิ์กับอินรู้สึกเอือมระอาเหลือเกินแล้วในเวลานี้
“น้าเพียรกับน้าอินมาทำกระไรหรือขอรับคุณพ่อคุณแม่”
“มาผัดผ่อนเรื่องออกเรือนน่ะสิ เขาบอกว่าหลานสาวยังทำอาหารไม่เก่ง งานบ้านงานเรือนก็ยังมิชำนาญมากเพราะมัวแต่พาไปค้าขาย ลูกไปชิมรสมือการทำอาหารหล่อนแล้วไม่ชอบ เขาก็เลยยังไม่อยากให้หลานสาวของเขาออกเรือน กลัวจะขายขี้หน้าแลปรนนิบัติลูกไม่ดี” อุ่นมองหน้าลูกชาย ซึ่งเกื้อได้ฟังก็นิ่งอึ้งไป มิได้พูดกระไรออกมา
“แม่ชักระอาเหลือทน ทำยังกับลูกชายของแม่ไม่มีใครเอา ลูกชายของแม่มีผู้หญิงมากมายอยากได้เป็นสามี เล่นตัวเสียจริง แม่กับพ่อทาบทามสู่ขอมาตั้งหลายปีก็ผัดผ่อนมาเรื่อย ถ้าไม่อยากแต่งก็ยกเลิกกันไปเลย”
“พ่อก็เห็นด้วยกับแม่ของลูก”
“ลูกว่าอย่างไร แต่งกับแม่สายบัวแทนดีไหม ฐานะแม่สายบัวก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าแม่ดอกแก้ว เอาอกเอาใจรึก็เก่ง แถมยังเป็นแม่บ้านแม่เรือนเสียอีก” อุ่นเอ่ยถามลูกชายอย่างจริงจัง แต่ลึก ๆ แล้วก็ยังพึงใจดอกแก้วมิคลาย
ดอกแก้วก็มักตามอินนำของกำนัลมาฝากอยู่เสมอ แถมยังคุยกันถูกคออีก แต่ไม่รู้ทำไมถึงเล่นตัวนัก ไม่ยอมตกลงปลงใจออกเรือนกับลูกชายของนางเสียที ทั้ง ๆ ที่อายุก็ย่างเข้าสิบแปดปีล่วงไปแล้ว จะแต่งตอนแก่เป็นสาวทึนทึกขึ้นคานหรืออย่างไรกัน
“ขอกระผมหาคู่ครองเองจักได้ไหมขอรับคุณพ่อคุณแม่” เกื้อเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง
“อย่าไปคว้าใครมาเป็นเมียสุ่มสี่สุ่มห้านะพ่อเกื้อ แม่คงอกแตกตาย ถ้าไม่ใช่แม่ดอกแก้วหรือไม่ก็แม่สายบัว แม่ไม่ดอกหนา แม่ขอแค่สองคนนี้ก็แล้วกัน”
“งั้นกระผมขอเวลาอีกสักนิด กระผมจะให้คำตอบว่าจะออกเรือนกับใคร”
“ก็ได้ แต่ถ้าไม่ใช่สองคนนี้ก็ขอให้เป็นผู้หญิงดีงามคนอื่น ลูกสาวบ้านไหนก็ได้ที่เป็นคนดี มีฐานะทัดเทียมกับเรา หรือด้อยกว่าไม่มากนัก หญิงสาวชาวบ้านไร้การศึกษา ไม่รู้จักทำมาหากิน หรือพวกนางโคมเขียว หญิงคนชั่วมั่วผู้ชายอย่าเอาเข้าบ้านเด็ดขาด เข้าใจไหม” อุ่นสั่งลูกชาย คราแรกยื่นคำขาดว่าขอเป็นดอกแก้วกับสายบัว แต่พอคิดได้ว่าลูกชายอายุสามสิบกว่าเข้าไปแล้ว ถ้ายังขืนจะให้แต่งกับสองคนที่กล่าวไปข้างต้นอาจจะไม่มีเมียในชาตินี้ เลยผ่อนปรนให้อีกนิดว่าเป็นหญิงใดก็ได้ที่ดีงาม มีฐานะพอเชิดหน้าชูตากันได้และเป็นคนขยัน นางคิดว่าหญิงที่มีครอบครัวมีอันจะกินและมีฐานะย่อมมีพื้นฐานมาจากความขยัน ดังนั้นการเลือกสะใภ้ที่มีฐานะจึงมีเหตุผลว่าคนที่รวยเหนือกว่าผู้อื่นคือผู้มีความมุมานะและขยันขันแข็งในการทำงานรวมถึงรู้จักอดออม ถึงได้รวยขึ้นมาได้ ออกเรือนกันไปก็มีแต่จะช่วยกันทำมาหากินให้จำเริญรุ่งเรือง ยิ่งมีหัวคิดในการค้าขายและบริหารเงินทองให้งอกเงยยิ่งดี ถ้าจักพูดกันไปแล้วดอกแก้วมีคุณสมบัติตามนี้ทุกข้อ อย่างไม่มีที่ติ ขยันและค้าขายเก่ง แถมยังมีบิดาเป็นถึงพระยา มารดาเป็นถึงคุณหญิง หากได้ดองกัน ครอบครัวของนางก็จักยิ่งดีขึ้นไปอีก ในขณะที่ครอบครัวของสายบัวเป็นแค่พ่อค้าเหมือนกัน
“ขอรับคุณแม่” เกื้อรับคำ เขาไม่ได้แสดงอาการว่าอยากออกเรือนกับใคร สองสามีภรรยาเลยเดาใจไม่ถูก
“เหตุใดคุณเกื้อไม่บอกคุณศักดิ์กับคุณอุ่นไปล่ะขอรับว่าโดนคุณหนูดอกแก้วแกล้งมาอีกแล้ว” เพิ่มเอ่ยถามเจ้านายหนุ่ม เพราะเกื้อไม่เคยปริปากบอกใครว่าโดนดอกแก้วกลั่นแกล้งเมื่อมีโอกาส ดอกแก้วก็แสบเหลือทน ออกเรือนกันไปเขายังนึกสภาพเจ้านายไม่ออก
“ฉันมีวิธีจัดการแม่ดอกแก้ว จะปราบพยศให้อยู่หมัดเชียว” แท้ที่จริงแล้วคนหน้านิ่งแอบรักเด็กสาวหน้าตาผุดผ่องอย่างดอกแก้วมานานหลายปีแล้ว แต่ที่ไม่เคยพูดหรือบอกให้ใครได้รับรู้อาจเพราะฝ่ายสาวเจ้ายังมิเคยแสดงออกว่ารักว่าชอบ
เขาอยากออกเรือนกับหล่อนแบบที่หล่อนเต็มใจไม่ใช่การบังคับกัน เหมือนอย่างที่ผู้ใหญ่จับคลุมถุงชนกันเช่นนี้
“คุณเกื้อจักทำอย่างไรหรือขอรับ” เพิ่มเอ่ยถาม พลางกระซิบให้บ่าวรับใช้คนสนิทรับรู้ นั่นทำให้เพิ่มยิ้มในหน้า
“บ่าวจะไปจัดการตามที่คุณเกื้อสั่งขอรับ” ด้วยว่าเพิ่มกับแพงนั้นแอบชอบพอกันอยู่ จึงคอยส่งข่าวคราวเรื่องเจ้านายทั้งสองให้ได้รู้ความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด
เพิ่มรีบไปหาแพงในทันทีเพราะบ้านอยู่ติดกัน ก่อนจะเล่าทุกอย่างให้แพงได้ฟัง
การแต่งงานของเกื้อกับดอกแก้วที่จะเกิดขึ้น ทำให้หลายคนที่รอคอยมานานหลายปีตื่นเต้นเป็นอันมาก ทุกคนช่วยกันจัดเตรียมงาน เพื่อให้เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวได้ร่วมหอกันเสียทีพิธีหมั้นหมายถูกจัดขึ้นก่อนหน้านั้น และหลังจากนั้นก็เป็นพิธีแต่งงาน ขบวนขันหมากแห่มาถึงหน้าเรือน สร้างความยินดีและครึกครื้นให้กับแขกเหรื่อและญาติผู้ใหญ่เป็นอันมากหลังจากเจ้าบ่าวผ่านประตูเงินประตูทองเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องเข้าไปรับเจ้าสาวในห้อง เพื่อออกมาทำพิธีญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวนั้นนิมนต์พระสงฆ์มาจำนวนเก้ารูปมาทำพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลในงานแต่ง เจ้าบ่าวกำลังจะสวมแหวนให้เจ้าสาว เสียงเอะอะโวยวายของแขกคนหนึ่งก็ดังขึ้นในห้องทำพิธี“ท่านจะออกเรือนกับหล่อนจริงๆ น่ะรึ”“ใช่ ท่านมีกระไรรึ” เกื้อจำได้ว่านี่คือพี่เขยของดอกแก้ว เหตุใดอีกฝ่ายถึงได้มาอาละวาดเช่นนี้“ก็ผู้หญิงที่ท่านจักออกเรือนด้วยคือเมียของข้าอย่างไรเล่า” ประโยคนั้นทำให้เสียงฮือฮาดังขึ้นทั้งงาน ผู้ใหญ่หลายคนถึงกับยกมือขึ้นทาบอก“หยุดพูดประเดี๋ยวนี้” เกื้อตวาดเสียงเข้มด้วยความโกรธ“เหตุใดจึงพูดไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้ไปเป็นเมียของฉันอยู่ตั้งนานนม หล่อนปลอมตัวเป็นพี่สาวฝาแฝดข
หากจะตัดขาดก็พูดบอกกันดี ๆ เพราะโต ๆ กันแล้วนะลูก” วาจาของมารดาเตือนสติดอกรัก หล่อนไม่อยากออกไปเจอกับหลวงอัฐ แต่ถ้าหากหลบหน้าเขาเช่นนี้ก็จะคาราคาซัง หากจะเลิกก็ตัดขาดกันไปให้จริงจัง หากจะกลับไป ครานี้ก็ต้องทนให้ได้หากเขาจะมีเมียน้อยอีก และไม่ทำตามสัญญา ก็ต้องกล้ำกลืนเอาไว้ มิเก็บเสื้อผ้าหนีมาให้ผู้คนนินทาว่าร้ายเอาอีก“แม่ดอกรัก ตอนนี้พี่รู้แล้วว่าไม่มีผู้หญิงคนใดดีเท่าน้องอีกแล้ว” หลวงอัฐที่ได้มีโอกาสนั่งสนทนากับดอกรักจับมือของหล่อนมากุมเอาไว้ แต่ดอกรักดึงมือหนีหลวงอัฐสังเกตเมียรักแล้วให้รู้สึกแปลกใจยิ่งนัก ดอกรักที่เขาได้พบเจอก่อนหน้านี้คือหญิงสาวหน้าตาสดใสมีชีวิตชีวา หาได้ซูบซีดแลเหมือนคนป่วยไข้เจ็บหนักเช่นนี้“คุณหลวงมาก็ดีแล้วเจ้าค่ะ ดิฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณหลวงเสียให้เข้าใจ” ประโยคห่างเหินทำให้หลวงอัฐหน้าซีดเผือด รู้สึกหวั่นใจพิกล“น้องมีอันใดก็บอกพี่มาเถิด พี่ยินดีทำให้น้องทุกอย่าง หลายวันที่เราได้อยู่ด้วยกัน น้องทำให้พี่สำนึกแล้วว่าพี่มันเลวเพียงใด เมียน้อยต่ำตมพวกนั้นไม่มีใครดีเท่าน้องซึ่งเป็นนางแก้วของพี่เลย” หลวงอัฐพร่ำเพ้อ หากเป็นสมัยก่อนดอกรักคงจะหลงเชื่อคำหวานของอีกฝ่าย
ดอกปีบเองก็นึกสงสัยไม่น้อย แต่คาดเดาไปว่าอีกฝ่ายคงไม่มีหลักฐานอันใดจึงเงียบไว้เสีย การถูกผู้ชายฉุดคร่าเป็นเรื่องน่าอาย รู้ไปถึงไหนก็อายไปถึงนั่น เพราะจะมัวหมองและหาคนเชื่อได้ยากว่าจะไม่โดนย่ำยีจริง“นังดอกรักคงไม่มีหลักฐานอันใด ว่าใครเป็นคนทำจึงเงียบเสียกระมัง” สองสาวแยกย้ายกันไปพักในห้องของตัวเอง เพราะต่างไม่เป็นที่โปรดปราดของสามีกันทั้งสองคนแล้ว ด้วยว่าสามีนั้นให้ความสนใจเมียแต่งมากกว่าใครเพื่อนในเวลานี้ลำเจียกเห็นจดหมายที่วางเอาไว้บนหัวโต๊ะ หล่อนรีบเปิดอ่าน เป็นจดหมายจากพ่อหมอพ่วงนัดหล่อนไปเจอ ซึ่งหล่อนก็อยากเจอพ่อหมอพ่วงอยู่พอดี จะถามว่าเหตุใดหลวงอัฐถึงไม่ไยดีหล่อนเหมือนเคยในเวลาเดียวกันดอกปีบก็ได้จดหมายจากพ่อหมอพ่วงเช่นเดียวกัน หล่อนนั้นเจ็บแค้นพ่อหมอพ่วงอยู่ที่ทำให้หล่อนโดนเขี่ยทิ้งเช่นนี้ ไอ้พ่อหมอไม่ดีจริงดังปากพูด เงินทองก็เอาไปนักต่อนักแล้ว จะไปจัดการให้ตายกันไปข้างหนึ่งในวันนี้ดอกแก้วชวนหลวงอัฐไปที่กระท่อมท้ายสวนที่ปิดตัวมานาน ดอกปีบพาพ่อหมอพ่วงมาอยู่ที่นั่นเพราะเวลาเรียกใช้ทำเสน่ห์จะได้สะดวก ลำเจียกก็อาศัยโอกาสนั้นมาตลบหลังให้เงินทองมากกว่าดอกปีบเพื่อหลอกใช้พ่อหมอพ่วง พ
“พวกเอ็งทำงานพลาดอย่างนั้นรึ หน้าโง่เอ๊ย แล้วแบบนี้จักทำเยี่ยงไรกันเล่า” ดอกปีบโวยวาย แต่ดอกปีบไม่รู้เลยว่าพวกที่หล่อนจ้างไปโดนจับตัวเอาไว้ได้หนึ่งคน พวกมันไม่ยอมบอกเพราะคิดว่าจะมาขอเงินแล้วหนีไป คิดว่าหากบอกให้รู้ดอกปีบจะไม่ให้เงิน และพวกมันจะหนีไปไม่ได้“ไหนบอกว่าคนของเอ็งเก่งนักเก่งหนาอย่างไรเล่า เหตุใดถึงได้ทำงานพลาดเช่นนี้กันเล่า” ลำเจียกพูดอย่างดูถูก“คนที่มาช่วยเป็นใครรึ”“เป็นผู้ชายขอรับ ดูท่าทางภูมิฐานขอรับ”“พวกเอ็งหลบไปก่อน เอาเงินนี่ไป ไปให้ไกล ๆ ด้วยล่ะ อย่าเสนอหน้ากลับมาเดินเพ่นพ่านแถวนี้อีก ถึงแม้ว่าพวกเอ็งจะมีผ้าปิดหน้า แต่รอให้เรื่องเงียบก่อนค่อยกลับมา” ดอกปีบให้เงินพวกมันไป ก่อนจะนั่งขบคิดว่าจะเล่นงานดอกรักอย่างไรดี พวกคนร้ายที่ดอกปีบจ้าง พอได้เงินไป ก็รีบเผ่นหนีในทันที โดยที่ดอกปีบไม่รู้เลยว่าภัยกำลังจะมาถึงตัว“ไม่มีใครรู้ว่าเป็นคนของพวกเรา พวกเอ็งสองคนก็อย่าปริวิตกไปหน่อยเลย” สาลี่พูดขึ้น ตอนนี้นางก็ตกที่นั่งลำบาก เพราะโดนปลดจากตำแหน่งแม่ครัวใหญ่ อีกทั้งหลานสาวก็มาโดนเขี่ยทิ้ง เลยหมดอำนาจวาสนาไม่เหมือนก่อนอีก“จริงอย่างที่ป้าสาลี่พูด พวกเราก็แค่เงียบๆ เอาไว้เท่านั
“วันนี้น้องทำอาหารตั้งหลายอย่าง คุณพี่รับประทานข้าวก่อนมิดีกว่าหรือเจ้าคะ เรื่องคืนนี้ค่อยว่ากันดีกว่านะเจ้าคะ ประเดี๋ยวน้องจะปรนนิบัติพัดวีคุณพี่มิให้ขาดตกบกพร่องเลยเจ้าค่ะ” ดอกแก้วถอยห่าง พลางยิ้มให้หวานให้พี่เขย พอเขาขยับเข้ามาอีก หล่อนก็ถอยหนี เสไปทำกับข้าวอย่างอื่นแทน อีกทั้งเรียกบ่าวรับใช้เสียงดัง จนแพงต้องวิ่งหน้าตั้งเข้ามาดูว่าเจ้านายสาวต้องการอันใด“พี่แพง ไปจัดการหั่นผักสิ ฉันรออยู่หนา เดี๋ยวจะทำแกงเลียงให้คุณพี่รับประทาน” ดอกแก้วบุ้ยใบ้ไปทางผัก หลวงอัฐเห็นเช่นนั้นก็คิดในใจว่าฝากไว้ก่อน ยิ่งเมียหวงเนื้อหวงตัวเท่าใด เขาก็ยิ่งรู้สึกอยากได้หล่อนเป็นทบทวีคูณ อาหารมื้อเย็นรสชาติจัดจ้านเหมือนทุกมื้อ รสมือของดอกรักเปลี่ยนไปมาก หล่อนทำอาหารปักษ์ใต้ถึงเครื่อง รสชาติเผ็ดร้อน อร่อยจนเขาเหงื่อตกแทบจะทุกมื้อ เขามิใช่คนรับประทานอาหารรสจัดจ้านเช่นนี้ พอได้รับประทานก็ถึงกับแสบปากแสบท้องไปพอสมควร แต่ก็ยอมรับว่าอร่อย“เดี๋ยวนี้น้องทำอาหารรสชาติจัดจ้านถึงเครื่องเหลือเกินนะแม่ดอกรัก”“คุณพี่ไม่ชอบหรือเจ้าคะ”“ชอบสิจ๊ะ แม่ดอกรักทำอันใดให้กินก็อร่อยถูกปากพี่ทุกอย่าง ไม่เหมือนคนอื่น ทำอาหารก็ไม่อร
“คุณพี่อุ้มแม่ดอกปีบเข้าไปพักในห้องก่อนสิเจ้าคะ” หลวงอัฐไม่รอให้พูดซ้ำ รีบทำตามในทันที“แท้งลูกอย่างไรถึงไม่มีเลือดเลยสักหยด” ดอกแก้วเอ่ยขึ้น ยืนคุมเชิงเอาไว้ไม่ให้ดอกปีบหนีไปไหนได้ และให้แพงจัดการพาบ่าวไปขวางสาลี่เอาไว้ไม่ให้เข้ามายุ่มย่าม ดูซิว่าจะแก้ตัวอย่างไรอีกหมอมาถึงก็รีบตรวจอาการ ดอกปีบทำอะไรไม่ได้เพราะโดนดักเอาไว้ทุกทาง ดอกแก้วไม่ยอมไปไหนเลย จนสุดท้ายดอกปีบต้องร้องห่มร้องไห้ออกมา สารภาพว่าตัวเองไม่ได้ท้องหลวงอัฐโกรธเคืองยิ่งนัก และนั่นยิ่งทำให้เขาเสียใจที่ผลักเมียจนแท้งลูกไป เมียน้อยกลับไม่ท้อง แต่เขาทำเมียหลวงแท้งลูกลำเจียกที่โดนเอ็ดในคราแรก กลายเป็นคนที่ทำให้หลวงอัฐตาสว่าง หลวงอัฐเลยไม่โกรธเคือง“จัดการนังดอกปีบสำเร็จแล้ว ต่อไปคุณหนูจักจัดการใครหรือเจ้าคะ” แพงเอ่ยถามเจ้านายสาว“นังลำเจียกอย่างไรเล่า นกสองหัวดีนัก ตอนนี้ให้มันเป็นที่โปรดปรานของคุณพี่ไปก่อน แล้วฉันจะเตะมันตกจากสวรรค์ นังลำเจียกเป็นพวกตีหน้าซื่อแต่ลับหลังชอบยุแยงตะแคงรั่วและเอาความลับไปบอกอีกฝ่ายให้เขาตีกัน พี่สาวของฉันมาอยู่ที่นี่คงจะทุกข์ทรมานเพราะนังนี่มากโขอยู่” ดอกแก้วจัดการให้บ่าวไพร่ขัดสีฉวีวรรณกันเอ
เกื้อกลับไปแล้ว เพียรกับอินจึงรั้งหลานสาวเอาไว้ก่อน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าจะหนี“จะไปไหนแม่ตัวดี” อินพูดแล้วค้อนหลานสาวเสียหนึ่งที ท่าทีของอินทำให้ดอกแก้วเข้าไปบีบนวดเอาใจผู้เป็นอาอีกครา“ไม่ต้องมาบีบนวดเอาใจอาเลย ถ้าเราตกลงมาแข้งขาหักจะทำอย่างไร เราเคยคิดถึงเรื่องนี้บ้างหรือไม่”“หลานขอโทษเจ้าค่
“เป็นเด็กเป็นเล็กพูดจายอกย้อนชวนปวดหัว”“คุณเป็นใครหรือเจ้าคะ” เพราะไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ดอกแก้วจึงเอ่ยถามออกไป แต่เดาเอาว่าชายหนุ่มหน้าตาดีผู้นี้คงจะเป็นแขกของคุณอาทั้งสองเป็นแน่“ฉันเป็น...” ยังไม่ทันที่เกื้อจะได้พูดกระไรต่อ ดอกแก้วที่เห็นว่าบ่าวรับใช้ส่วนตัวพาคนสวนเดินมาแต่ไกลก็รีบปีนป่ายลงมาจาก
“อ่านจดหมายแม่ดอกแก้วแล้วถึงกับยิ้มขนาดนั้นเชียวรึแม่ดอกรัก” เพ็ญที่กำลังนั่งร้อยมาลัยอยู่เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม“น้องดูมีความสุขมากเจ้าค่ะคุณหญิงแม่ เขียนเล่ามาเสียลูกเห็นภาพทุกอย่างที่น้องบรรยายเลยเจ้าค่ะ”“หายห่วงแล้วใช่ไหมเล่า น้องอย่ากังวลไปเลย พ่อเพียรกับแม่อินเป็นคนดี พี่เองก็คิดเหมือนกันว่าจัก
“น้องรักแม่ดอกแก้วเหมือนลูกในไส้ ทั้งรักทั้งเอ็นดูเหลือเกินเจ้าค่ะคุณพี่ เห็นมาแต่เล็กแต่น้อย อยากมีลูกสักคนก็ไม่มี ทรัพย์สมบัติก็มากมาย ถ้าไม่มีลูกก็คงไม่มีใครดูแลสืบทอด” อินเอ่ยปากบอกพี่ชายของสามีพลางถอนใจ“น้องก็รักและเอ็นดูแม่ดอกแก้วเหมือนลูก สัญญาว่าจะดูแลหลานให้ดีเหมือนลูกในไส้ พี่โมกข์กับพี่







