LOGINเสียงร้องแหลมเล็กของทารกแรกเกิดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของคฤหาสน์ในเวลาเกือบเที่ยงคืน “แง้… แง้…” เอวาที่เพิ่งหลับไปได้ไม่ถึงชั่วโมงลืมตาขึ้นทันทีตามสัญชาตญาณความเป็นแม่ “ลูก…” แต่ทว่าทันทีที่เธอขยับตัวก็มีมือหนาเอื้อมมาจับไหล่ไว้เบา ๆ “นอนต่อครับเมีย” เสียงทุ้มต่ำดังเบา ๆ ข้างหู “แต่ลูก
"หนูไม่ใช่ ‘ของตาย’ สำหรับเฮียแต่หนูคือ ‘หัวใจ’ และ ‘ชีวิต’ ของเฮียต่างหาก ถ้าไม่มีหนู เฮียก็ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ไปเพื่อใคร" เขาโน้มตัวลงก้มจูบซับหน้าผากเล็กเนิ่นนาน ราวกับต้องการซึมซับและบันทึกความรู้สึกนี้ไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ ก่อนจะผละออกแล้วค่อยๆ ประคองเอวาให้ลุกขึ้นนั่งพิงหมอนอย่างเบาม
เวลาต่อมา… ภายในห้องพักผู้ป่วยพิเศษ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกกุหลาบสีชมพูในแจกันลอยคลอไปกับอากาศที่เงียบสงบ หลังจากคืนอันแสนยาวนาน ในที่สุดเสียงร้องของเด็กน้อยก็กลายเป็นเสียงที่เติมเต็มหัวใจของทุกคน เอวานอนพิงนิ่งอยู่บนเตียง ใบหน้ายังซีดเซียวจากการคลอดลูกแฝด ข้างเตียงมีเปลเด็กใสตั้งอยู่ ภายในนั้น ลู
“มาค่ะคุณเอวา อีกนิดเดียว!” เอวารวบรวมแรงกายแรงใจเฮือกสุดท้ายสูดหายใจเข้าลึก “อื้ดดดดด!!” แง้~ แง้~ เสียงร้องที่สองดังประสานตามมาติดๆ! “แฝดน้องเป็นผู้หญิงค่ะ! สมบูรณ์แข็งแรงทั้งคู่เลยนะคะ!” อาเธอร์ตัวแข็งทือเมื่อได้รู้ว่าตัวเองมีลูกแฝดชายหญิง น้ำสีใสที่พยายามอดกลั้นเอาไว้ไหลอาบแก้มสาก
สัปดาห์ต่อมา… ค่ำคืนที่เงียบสงบปกคลุมคฤหาสน์ตระกูลคิมสันยัง เสียงลมด้านนอกดังแผ่วเบาท่ามกลางสายฝนของฤดูฝน ภายในห้องนอนใหญ่… เอวานอนตะแคงอยู่บนเตียง มือหนึ่งลูบหน้าท้องกลมโตอายุครรภ์เก้าเดือนกว่าอย่างแผ่วเบา ขณะที่อาเธอร์นอนโอบภรรยาจากด้านหลัง แขนแกร่งพาดอยู่บนหน้าท้องรับสัมผัสจากลูกในท้องที่กำ
“หนูแค่อยากลงไปสูดอากาศข้างนอกบ้างนี่คะ” เอวายู่หน้าออดอ้อน ยื่นมือไปกุมมือหนาของคนรักไว้ “อยู่แต่ในห้องมันอุดอู้จะตายอยู่แล้วอีกอย่าง หมอบอกว่าถ้าปวดท้องแข็งเกร็งติดต่อกันเกินสี่ห้าครั้งถึงจะน่าเป็นห่วง ตอนนี้หนูยังสบายดีค่ะ” “สบายดีก็ไม่ได้ครับ” อาเธอร์ถอนหายใจยาว เขาย่อตัวลงเล็กน้อยก่อนจะค่อ
ณ บ้านเช่าหลังเล็ก [เวลา 06.00 น.] ในห้องนอนบนชั้นสองของบ้านไม้เก่า ๆ แสงแดดอ่อน ๆ ในตอนเช้าลอดผ่านช่องว่างของหน้าต่างไม้เข้ามา ดวงตาคู่สวยกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับหาแสงสักครู่ “อือ…ตื่นก่อนนาฬิกาปลุกอีกแล้วเหรอ“ เธอเอ่ยพึมพำพลางบิดขี้เกียจไปมาอยู่บนเตียง ’ชีวิตเจ้ากรรมตื่นก่อนนาฬิกาทุกวัน’ เอวา ล
อาเธอร์... บอสใหญ่แห่งอาณาจักรเอ็มไพร์ในชุดแจ็กเก็ตหนังสีดำสนิทกำลังยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า เขาเพิ่งลงจากการแข่งรถมาหมาดๆ เส้นผมสีเทาดูยุ่งเหยิงเล็กน้อยแต่กลับเพิ่มความดิบเถื่อนให้ใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบตึงนั้นดูอันตรายยิ่งขึ้นไปอีก รังสีอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขากดดันจนเอวาแทบจะลืมวิธีหายใจ สายตาค
“ระดับเอวาซะอย่าง สู้ตายอยู่แล้วพี่เกด!” เอวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามร่าเริง ก่อนจะคว้ากระเป๋าใบใหญ่แล้ววิ่งตามชมพูออกไปขึ้นรถตู้ของทีมงานที่จอดรออยู่ด้านหลังห้าง การทำงานของพวกเธอค่อนข้างดีมีรถรับส่งหากมีงานต่อช่วยประหยัดเวลาและค่ารถไปได้ส่วนหนึ่ง ภายในรถตู้ที่กำลังแล่นฝ่าการจราจรในยามบ่ายแก่
สายตาของเอวาเหม่อมองออกไปนอกกระจกรถแท็กซี่ที่กำลังฝ่าการจราจรติดขัดของกรุงเทพฯ ในใจภาวนาขอให้พระอาทิตย์หยุดเคลื่อนที่ หรือไม่ก็ขอให้รถติดนานกว่านี้อีกสักหน่อย เพื่อยืดเวลาการเผชิญหน้ากับความจริงที่น่ากลัวออกไป ณ ห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมือง ทันทีที่รถจอดสนิทหน้าประตูทางเข้า เอวาก้าวลงจากรถพร้อมพ