Masuk"ก็หล่ออยู่หรอก...แต่เรื่อนจัด" แค่ประโยคเดียวที่หลุดออกจากปาก 'เซลีน' เฟรชชี่ปีหนึ่ง ก็ทำให้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของเธอเปลี่ยนไป เพราะเจ้าของฉายาดันได้ยินเข้าพอดี 'โรม' รุ่นพี่ปีสี่ วิศวะเครื่องกล ตัวท๊อปของมหาลัยที่ทั้ง หล่อ รวย รอยสักก็เต็มตัว ทั้งโดดเรียน ทั้งต่อยตี และไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตา "ผู้ชายแบบพี่ ฉันไม่มีวันชอบ!" โรมยิ้มมุมปาก ก่อนตอบกลับอย่างมั่นใจ "แต่เธอเป็นคนแรกนะ...ที่ฉันอยากเรื่อนด้วย"
Lihat lebih banyakตอนที่1 ผู้ทรงอิทธิพล
คณะวิศวกรรมศาสตร์วันแรกเต็มไปด้วยความกดดัน เสียงกลองและความตึงเครียดจากเหล่านักศึกษาปีสองและปีสามที่ยืนล้อมรอบ ทำเอาเด็กปีหนึ่งหลายคนเริ่มเหงื่อตก "แก... ฉันอยากกลับบ้านแล้วอ่ะ น่ากลัวชะมัด" มีนา เพื่อนสนิทที่นั่งข้าง ๆ กระซิบพลางดึงเสื้อเซลีนแน่น "ใจเย็นยัยมีน ไม่มีอะไรหรอก" เซลีนกระซิบตอบ ด้านหน้าซึ่งมีพี่ว้ากปีสามยืนอยู่สี่คน แต่ท่าทางของพวกเขาดูกังวลแปลก ๆ เหมือนกำลังรอใครบางคนอยู่ "เฮ้ย... ตกลงว่าไงวะ เฮียจะเข้าไหม" รุ่นพี่ปีสามคนหนึ่งหันไปกระซิบถามเพื่อนเสียงเบา แต่เพราะลานเชียร์เงียบสนิท เซลีนที่นั่งแถวหน้าสุดเลยได้ยินชัดเจน "ไม่รู้ว่ะ มึงโทรตามดิ่" เพื่อนอีกคนเอ่ยขึ้นพลางส่ายหน้าเล็กน้อย "มึงจะบ้าเหรอ? ใครจะกล้าโทรตามพี่โรมวะ? วันก่อนมีคนไปกวนตอนเฮียอยู่ที่อู่ กูได้ยินว่าแม่งโดนสั่งให้ออกจากมหาลัยเฉย" "เออ! พ่อพี่แกเป็นถึงระดับมหาเศรษฐีของประเทศเลยนะเว้ย อธิการบดีภาษียังต้องเกรงใจเลย" "เออ...แต่กูงงตรงที่ว่า เฮียแม่งไม่เคยเข้าเรียน แต่ได้เกรดเฉลี่ยสี่จุดศูนย์ได้ไงวะ?" "คนอัจฉริยะไง มึงไม่เคยได้ยินอ่อ? ไม่เข้าเรียน แต่เกรดแม่งก็ไม่เคยตก" "ตกลงจะเอาไง... จะตาม? หรือจะว้ากเอง?" "อาจารย์ยังไม่กล้าว่าที่แกโดดเรียนเลย แล้วพวกเราเป็นใครจะกล้าไปสั่งให้พี่แกมาว้ากปีหนึ่งวะ" "เออว่ะ... บารมีเฮียโรมมันค้ำคอจริง ๆ ตัวไม่อยู่ แต่ชื่อก็ทำคนขวัญเสียได้ละ บ่นไปก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี" เซลีนที่นั่งฟังอยู่ได้ยินทุกรายละเอียดที่รุ่นพี่คุยกัน โรม งั้นเหรอ? รุ่นพี่ปีสี่ที่ชอบโดดกิจกรรมไปนอนเล่นที่อู่รถตัวเอง แต่ทุกคนกลับยอมก้มหัวให้เพราะความรวยและอิทธิพลเนี่ยนะ? เหอะ...! น่าหมั่นไส้ชะมัด คนอะไรทำตัวเหนือกฎเกณฑ์อยู่คนเดียว! ตึง!! เฮดว้ากปีสามทุบโต๊ะเพื่อเรียกสติ และซ่อนความอึดอัดของตัวเอง ก่อนจะแสร้งตะโกนใส่ปีหนึ่งเสียงดัง "จริง ๆ แล้ววันนี้พวกคุณต้องเจอพี่ปีสี่มาเปิดเชียร์ แต่... เพราะพี่เขามีภารกิจด่วน เออ... หมายถึงภารกิจสำคัญระดับคณะ พวกผมเลยต้องมาทำหน้าที่แทน" น้ำเสียงของพี่ปีสามดูอ้อมแอ้มอย่างเห็นได้ชัด เมื่อพูดถึงรุ่นพี่ว้ากปีสี่ บ่นก็บ่นได้ไม่เต็มปากนัก เพราะเขาเอง ก็กลัวอิทธิพลมากเช่นกัน "และในเมื่อพวกคุณมากันครบแล้ว แต่พี่ปีสี่เขาไม่ว่าง... พวกคุณปีหนึ่งทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน ลุกขึ้นยืนแล้วกอดคอ ลุกนั่งห้าสิบครั้ง ปฏิบัติ!!" "โห้ยยยยย! แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกเราเนี่ย!" "ใช่ ๆ โมโหให้รุ่นพี่ปีสี่ แต่มาลงกับรุ่นน้องปีหนึ่งเนี่ยนะ? โครตจะเริ่ดเลยละ!" เด็กปีหนึ่งเริ่มครางประท้วงเบา ๆ แต่ด้วยความกลัวระบบระเบียบ ทุกคนจึงทำท่าจะยันตัวลุกขึ้นด้วยความจำยอม... ยกเว้นก็แต่เซลีน "ขออนุญาตค่ะรุ่นพี่!" เสียงหวานของเซลีนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เธอไม่ได้ลุกขึ้นยืน แต่จ้องหน้าพี่ว้ากปีสามตรงๆ "มีอะไรปีหนึ่ง!" พี่ว้ากเดินเข้ามาหา ท่าทางถมึงทึง "หนูอยากทราบว่า ภารกิจสำคัญระดับคณะที่พี่พูดถึง คือการที่พี่ปีสี่เขาโดดเชียร์ไปอยู่แต่อู่รถของตัวเองใช่ไหมคะ?" คำถามตรงประเด็นของเซลีนทำเอาพี่ว้ากปีสามถึงกับหน้าถอดสี พวกเขาต่างหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เพราะไม่มีใครคิดว่าเด็กปีหนึ่งจะใจกล้าขนาดกล้าพาดพิงถึงบุคคลผู้อยู่เหนือห่วงโซ่อาหารของคณะขนาดนี้ "ปีหนึ่ง! อย่ามาพูดจาลามปามถึงรุ่นพี่ปีสี่นะ!" พี่ว้ากพยายามขู่เสียงเข้ม แต่ซ่อนความกังวลไว้ไม่มิด "หนูไม่ได้ลามปามค่ะ หนูแค่พูดตามความจริง" เซลีนเชิดหน้าขึ้น ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยว "ในเมื่อพี่ปีสี่คนนั้นเขายังโดดเชียร์ได้ตามใจชอบเพราะมีอิทธิพล แล้วทำไมพวกหนูที่มาตรงเวลา และไม่ได้ทำอะไรผิด ถึงต้องมารับบทลงโทษไร้สาระนี่ด้วยคะ? ถ้าคนผิดไม่โดนลงโทษ... พวกหนูก็ขอปฏิเสธที่จะลุกนั่งค่ะ!" "..." เสียงเงียบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจ... เพื่อนปีหนึ่งหลายร้อยชีวิตต่างพากันหันมามองเซลีนเป็นตาเดียว แววตาของทุกคนผสมปนเปไปด้วยความอึ้ง และนับถือในความใจเด็ดของเธอ ไม่มีใครคาดคิดว่าเด็กปีหนึ่งจะใจกล้าบ้าบิ่นพอที่จะลุกขึ้นมาท้าทายอำนาจมืด และห่วงโซ่อาหารสูงสุดของคณะได้ขนาดนี้ "น้องปีหนึ่ง! หุบปากเดี๋ยวนี้!" พี่เฮดว้ากปีสามหน้าถอดสี เดินดิ่งเข้ามาหยุดตรงหน้าเซลีนทันที น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีแค่ความโกรธ แต่แฝงไปด้วยความตื่นตระหนก "..." "รู้ไหมว่าตัวเองกำลังพูดถึงใครอยู่? อย่ามาปากดีพูดจาลามปาม! ถ้าเรื่องนี้เข้าหูเขาขึ้นมา... ไม่ใช่แค่เธอหรอกนะที่จะเดือดร้อน แต่พวกฉันก็จะซวยไปด้วย!" คำเตือนที่หลุดออกมาจากปากรุ่นพี่ ยิ่งตอกย้ำความน่าเกรงขามและอิทธิพลอันล้นพ้นของโรม จนคนในลานเชียร์พากันหน้าซีดลงไปอีก แต่สำหรับเซลีน... มันยิ่งจุดประกายความไม่พอใจในใจเธอให้ลุกโชน "แล้วทำไมหนูจะพูดไม่ได้คะ ในเมื่อมันคือเรื่องจริง!" เซลีนเชิดหน้าตอบโต้กลับไปอย่างไม่ยอม ดวงตากลมโตสบสายตากับพี่ว้ากตรง ๆ "..." "กฎของคณะบอกว่าทุกคนต้องเข้าเชียร์อย่างเท่าเทียม แต่ทำไมรุ่นพี่ปีสี่คนนั้นถึงมีสิทธิ์โดดไปนอนเล่นที่อู่รถตัวเองได้ตามใจชอบ โดยที่ไม่มีใครกล้าทำอะไร ในขณะที่พวกหนูเป็นรุ่นน้อง... นอกจากจะต้องมานั่งตากแดดร้อน ๆ ยังต้องมารับบทลงโทษไร้สาระแทนคนที่ไม่มีความรับผิดชอบคนนั้นอีก ระบบแบบนี้มันยุติธรรมแล้วเหรอคะ?!" "เซลีน... พอเถอะแก" มีนา เพื่อนสนิทที่นั่งข้าง ๆ หน้าซีดเผือด พยายามดึงชายเสื้อเธอสุดชีวิตด้วยความกลัวว่าเรื่องจะบานปลาย "หยุดเดี๋ยวนี้!! ปีหนึ่ง!!" พี่เฮดว้ากตะโกนลั่นลานเชียร์จนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ใบหน้าถมึงทึงดุดันจนบรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที "..." "ที่นี่คือคณะวิศวะ! มีระบบ มีระเบียบ! ถ้าเธอยังคิดจะอยู่ที่นี่ ก็ไม่มีสิทธิ์มาตั้งคำถาม หรือกล่าวล่วงเกินรุ่นพี่คนไหนทั้งนั้น! ในเมื่อเธอปากดีนัก... ทุกคนลุกขึ้นยืน!! กอดคอ ลุกนั่งเพิ่มเป็นหนึ่งร้อยครั้ง!! ปฏิบัติ!!" คำสั่งลงโทษเพิ่มเป็นสองเท่าทำให้เกิดเสียงครางระงมด้วยความทรมาน สายตาของเพื่อนปีหนึ่งบางส่วนเริ่มเปลี่ยนเป็นความไม่พอใจและตัดพ้อส่งมาทางเซลีน เพราะความอวดดีของเธอแท้ ๆ ที่ทำให้ทุกคนต้องมารับกรรมหนักกว่าเดิม แต่สุดท้าย... ด้วยอำนาจและแรงกดดันที่ค้ำคอ ทุกคนจึงจำต้องยันตัวลุกขึ้นยืนแล้วเริ่มกอดคอกันลุกนั่งอย่างเลี่ยงไม่ได้ เซลีนเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด มือบางกำหมัดแน่นจนสั่นเทาด้วยความโกรธจัดและเจ็บใจอย่างที่สุด ทั้งที่เธอพูดความจริง ทั้งที่เธอพยายามเรียกร้องความถูกต้อง แต่สุดท้ายเธอกลับต้องยอมจำนนให้กับอำนาจที่มองไม่เห็น โรม... โรมัน... เซลีนท่องชื่อผู้ชายสารเลวที่เป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ไว้ในใจด้วยความเคียดแค้น แดดที่เผาลงมาจนเหงื่อท่วมตัวเทียบไม่ได้เลยกับไฟแค้นในอกเธอ เธอได้กาหัวคาดโทษไอ้รุ่นพี่อภิสิทธิ์ชนคนนั้นไว้แล้ว... ว่าถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ เธอจัดการเขาแน่!ตอนที่4 จับคู่เซลีนไม่รอให้ชายหนุ่มตรงหน้าได้พูดอะไรต่อ เธอรีบเบี่ยงตัวหลบแล้ววิ่งออกจากห้องน้ำทันที ทำเอาการ์ดหนุ่มในชุดสูทที่ยืนรออยู่ถึงกับตาโตด้วยความตกใจ"เกิดอะไรขึ้นครับคุณหนู! เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?!" การ์ดหนุ่มรีบถามหน้าตาตื่นแฮ่ก... แฮ่ก...เซลีนหยุดยืนหอบเอาอากาศเข้าปอดลึกๆ ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อ"ปะ... เปล่าค่ะ พอดีในห้องน้ำเมื่อกี้ ฉันเจอสัตว์กำลังจะผสมพันธุ์กันน่ะค่ะ!""หะ... หา?!" การ์ดหนุ่มอุทานเสียงหลง ด้วยความอึ้งเซลีนรีบหันกลับไปมองทางเดินหน้าห้องน้ำ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครเดินตามมาก็ถอนหายใจยาว พลางสลัดภาพใบหน้าคมคายของหมอนั่นออกจากหัวหล่อก็จริง แต่สายตากับท่าทางเถื่อนๆ แบบนั้น เป็นบุคคลอันตรายที่ไม่น่าเข้าใกล้ที่สุด!"ชะ... ช่างมันเถอะค่ะ พาฉันไปหาป๊าได้แล้วค่ะ" เซลีนตัดบทการ์ดหนุ่มรีบเดินนำเธอไปยังห้องรับรอง VIP ชั้นสูงสุด ก่อนจะทำการสแกนคีย์การ์ดและเปิดประตูให้เซลีนก้าวเข้าไปข้างในแล้วก็ต้องชะงักเล็กน้อย เมื่อพบผู้ใหญ่หกท่านนั่งล้อมวงอยู่รอบโต๊ะอาหาร ชายสี่คนและหญิงสองคน ทุกคนต่างแต่งกายด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมดูมีฐานะและอิทธิพลอย่างเห็นได้ชัด"มาแล้วเหรอลูก มา
ตอนที่3 คนเฮงซวย!เซลีนขับรถเลี้ยวเข้าสู่ประตูรั้วเหล็กดัดบานใหญ่ของบ้านทรงไทยประยุกต์หลังใหญ่ใครๆ ก็รู้ว่าครอบครัวเธอทำธุรกิจค้าขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่สิ่งที่น้อยคนจะรู้ว่าบิดาของเธอเป็นถึงตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ระดับผู้บังคับการ นอกเหนือจากอิทธิพลทางธุรกิจแล้ว ยศตำแหน่งและฐานะทางบ้านถือว่ามั่งคั่งสุขสบายเซลีนเติบโตมาโดยไม่เคยขาดตกบกพร่องสิ่งใด มีเพียงสิ่งเดียวที่เธอไม่มีเหมือนคนอื่นคือ มารดา... ที่เสียชีวิตไปตั้งแต่เธอยังจำความไม่ได้ เธอจึงโตมาภายใต้การดูแลและประคบประงมของบิดามาโดยตลอด"คุณหนูกลับมาแล้วเหรอคะ!"ป้านม หญิงวัยกลางคนผู้เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็ก รีบวิ่งเข้ามาหาทันทีที่เธอก้าวขาลงจากรถ พร้อมกับช่วยรับกระเป๋าไปถือไว้"คิดถึงป้านมจังเลยค่ะ" เซลีนออดอ้อน แล้วกวาดสายตามองไปรอบๆ บ้านที่เงียบเชียบ"ปากหวานจริงเด็กคนนี้..." ป้านมของบ้านเอ่ยเย้าอย่างเอ็นดู"แล้วป๋าไปไหนคะป้านม? ยังไม่กลับเหรอ?""คุณท่านออกไปงานเลี้ยงกับเพื่อนเก่าตั้งแต่ช่วงเย็นแล้วค่ะ" ป้านมตอบพลางส่งยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะนึกขึ้นได้ "อ้อ... คุณท่านฝากบอกไว้ด้วยนะคะ ว่าให้คุณหนูแล้วตามไปพบคุณท่านที่ โรงแรม เดอะ แกรน
ตอนที่2 เพื่อนรักหลังออกจากห้องเชียร์อันแสนโหดร้ายมาได้ เซลีนและมีนาก็เดินออกมาจากคณะ มาหยุดอยู่ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางใกล้ๆ มหาลัยกลิ่นน้ำซุปหอมฉุยและลมโชยอ่อนๆ พอจะช่วยเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำจากแดดเมืองไทยได้บ้าง"เจ๊คะ! เส้นเล็กต้มยำสอง พิเศษทุกอย่าง เพิ่มเกี๊ยวทอดด้วยด่วนๆ เลยค่ะ"มีนาตะโกนสั่งพลางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกอย่างหมดสภาพ ก่อนจะหันมามองเพื่อนสนิทตาโต"...""เอาจริงนะเซลีน... ตอนที่อยู่ห้องเชียร์ ฉันนึกว่าแกโดนผีเข้า! แกกล้าทำอะไรแบบนั้นได้ไงอะ? ตั้งแต่คบกันมา ฉันยังไม่เคยเห็นแกโหมดนี้เลย!"เซลีนหยิบทิชชู่มาเช็ดเหงื่อบนหน้าพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่"ถามว่ากลัวไหม... แทบบ้าเลยละ! แต่พอนึกถึงหน้าไอ้พี่โรมอะไรนั่นแล้วมันของขึ้น! ตัวเองโดดเชียร์ไปนอนตากแอร์ แต่ดันปล่อยให้รุ่นน้องตากแดดจนหัวจะไหม้ แถมยังต้องมาโดนลงโทษเพราะเขาอีก มันใช่เรื่องอ่อ? ร้ายมาร้ายกลับไม่โกงโว้ย!""จ้า... แม่คนเก่งงง... แต่ประเด็นคือ แกไปกระตุกหนวดเสือเข้าแล้วไง ถ้าพี่โรมรู้เรื่องแล้วมาเล่นงานแกขึ้นมาจะทำไง? ฉันยังไม่อยากไปงานศพแกนะเพื่อน"พอมีนาพูดขึ้น เซลีนก็แอบกลืนน้ำลายลงคอ แววตามั่นใจเมื่อกี้ว
ตอนที่1 ผู้ทรงอิทธิพลคณะวิศวกรรมศาสตร์วันแรกเต็มไปด้วยความกดดัน เสียงกลองและความตึงเครียดจากเหล่านักศึกษาปีสองและปีสามที่ยืนล้อมรอบ ทำเอาเด็กปีหนึ่งหลายคนเริ่มเหงื่อตก"แก... ฉันอยากกลับบ้านแล้วอ่ะ น่ากลัวชะมัด" มีนา เพื่อนสนิทที่นั่งข้าง ๆ กระซิบพลางดึงเสื้อเซลีนแน่น"ใจเย็นยัยมีน ไม่มีอะไรหรอก"เซลีนกระซิบตอบ ด้านหน้าซึ่งมีพี่ว้ากปีสามยืนอยู่สี่คน แต่ท่าทางของพวกเขาดูกังวลแปลก ๆ เหมือนกำลังรอใครบางคนอยู่"เฮ้ย... ตกลงว่าไงวะ เฮียจะเข้าไหม" รุ่นพี่ปีสามคนหนึ่งหันไปกระซิบถามเพื่อนเสียงเบา แต่เพราะลานเชียร์เงียบสนิท เซลีนที่นั่งแถวหน้าสุดเลยได้ยินชัดเจน"ไม่รู้ว่ะ มึงโทรตามดิ่" เพื่อนอีกคนเอ่ยขึ้นพลางส่ายหน้าเล็กน้อย"มึงจะบ้าเหรอ? ใครจะกล้าโทรตามพี่โรมวะ? วันก่อนมีคนไปกวนตอนเฮียอยู่ที่อู่ กูได้ยินว่าแม่งโดนสั่งให้ออกจากมหาลัยเฉย""เออ! พ่อพี่แกเป็นถึงระดับมหาเศรษฐีของประเทศเลยนะเว้ย อธิการบดีภาษียังต้องเกรงใจเลย""เออ...แต่กูงงตรงที่ว่า เฮียแม่งไม่เคยเข้าเรียน แต่ได้เกรดเฉลี่ยสี่จุดศูนย์ได้ไงวะ?""คนอัจฉริยะไง มึงไม่เคยได้ยินอ่อ? ไม่เข้าเรียน แต่เกรดแม่งก็ไม่เคยตก""ตกลงจะเอาไง... จะ





