เข้าสู่ระบบ"ขอโทษครับ" ไตรฉัตรเดินคอตกออกมาลับ ๆ แล้วกลับไปยังโต๊ะวงเหล้าทำทุกอย่างปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งสิ้น
สาบานเลยเขาไม่มีทางเล่าเรื่องพวกนี้ให้ไอ้สามตัวร้อยนั่นฟังเด็ดขาด แต่กูจดจำใบหน้าผู้หญิงที่กล้าปฏิเสธคาสโนว่าอย่างไอ้ไตรฉัตรเอาไว้แล้ว! หน้าแบบนี้ หุ่นแบบนี้ ปากแบบนี้ สักวันกูจะเอาโจ้ยยัดให้หายปากดีเลยคอยดู! กูนี่แหละจะสอยดาวลงมาจากฟ้า ดูสิถ้าเกิดได้กูสักครั้ง คร้านจะคลานเข่าเข้ามาขอร้องอ้อนวอนให้กูซ้ำเป็นครั้งที่ร้อย ลีลาลวดลายระดับไอ้ไตรฉัตร ชื่อเสียงเลื่องลือระบือไกล! โจ้ยใหญ่ ลีลาแซ่บ เอวดีระดับห้าจี "มึงหายไปไหนมาตั้งนานวะไอ้ไตร" ธามไธถาม "กูท้องเสียว่ะ" เขาตอบปัด ๆ ยังเจ็บใจไม่หาย ไอ้แม่เย็บ! กล้ามาก กล้ามากที่หักหน้ากูแบบนั้น ... ทางฝั่ง พลอย หรือ พลอยปภัส ทายาทคนโตจากเจ้าสัวณรงค์เจ้าของธุรกิจห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่มีสาขาขยายไปทั่วประเทศ หล่อนเบื่อ ๆ เซ็ง ๆ เพิ่งทะเลาะกับพ่อก็เลยซิ่งรถบีเอ็มดับบลิวคันหรูมันมาจิบไวน์จิบเบียร์ดื่มตามลำพัง แต่จู่ ๆ ก็มีไอ้หน้าหล่อจากไหนไม่รู้ เที่ยวพูดจอแจอยู่ข้างหู ซึ่งมันน่ารำคาญ! คนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่ ไม่รู้จักกาลเทศะเอาซะเลยถ้าขืนเธออยากมีคนคุยด้วยก็คงไม่หลบมุมมันนั่งตามลำพัง! "ขอชนแก้วหน่อยครับสุดสวย" หนุ่มตี๋ ใส่แว่น ทรงเนิร์ด แต่ดันเกิดในวงเหล้า ก็เลยกลายเป็นขาประจำ เบื้องหลังซุกซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ เดินเข้ามาทักทายสาวสวยที่นั่งอยู่ตามลำพัง "ไม่สะดวกค่ะ" เธอปฏิเสธ "หน่า คนสวยอย่าหยิ่งสิครับ ผมก็แค่ขอชนแก้วนิด ๆ หน่อย ๆ เอง" ไอ้หมอนี่ยังตามตื๊อไม่เลิก ดูจากท่าทาง ทรวดทรงแล้วคงเยอะกว่าไอ้คนเมื้อกี้ใช้ได้ คนก่อนก็ดูเป็นสุภาพบุรุษ ชวนคุยบ้างแต่ก็ไม่ได้ใช้สายตารุ่มร่ามหมายจะแทะโลมเธออย่างชัดเจนขนาดนี้ หมดกัน! ความสงบที่อยากได้ ผู้ชายนี่เป็นเชี้ยอะไรกันหมด "ก็บอกว่าไม่ได้ไง!" พลอยปภัสกระแทกแก้ว ก่อนจะคว้ากระเป๋าแบรนด์เนมใบหรูแล้วเดินสับ ๆ ออกไปอย่างอารมณ์เสีย ทว่า "เดี๋ยว! หยิ่งนักเหรอ หืม" แขนเรียวถูกคว้าและฉุดกระชากเข้ามาแนบประชิดลำกายแกร่งของไอ้หนุ่มน่าตีเมื่อครู่ "ก็บอกว่าปล่อย! ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเหรอไง" หงุดหงิด หงุดหงิดโว้ย! น่ารำคาญชะมัด ขนาดเธอปฏิเสธไปแล้วก็ยังถูกตามตื๊อไม่เลิก "ไม่ปล่อย...ปากดีแบบนี้มาเป็นเมียพี่ดีกว่ามั้ยน้อง" เขาโน้มหน้าเข้ามาหมายจะฉกชิงริมฝีปาก แต่พลอยปภัสกลับถุยน้ำลายใส่ แล้วกระทืบเท้าลงบนหลังตีนแรง ๆ "โอ๊ย!!!! อีนี่!" เขาเต้นเร่า ๆ ราวกับหมาถูกน้ำร้อนลวก "เมียพ่อมึงสิไอ้ทุเรศ! น่ารังเกียจ น่าขยะแขยง ทำตัวสถุน ผู้หญิงเขาปฏิเสธแล้วฟังไม่รู้เรื่องหรือต้องให้พูดภาษาสัตว์ ห๊ะ!" พูดจบก็รีบเดินออกไป แต่ดูเหมือนมันจะทำให้อีกฝ่ายโมโหเข้าจึงรีบวิ่งตามไปด้วย "จะรีบไปไหนอีตัวดี!" ทันทีที่พราวปภัสหันหน้ากลับไปฝ่ามือก็ถูกฟาดลงบนใบหน้าอย่างแรงจนร่างบางล้มลงไปบนพื้น เพี๊ยะ!!! "มึงกล้าด่ากูงั้นเหรอ! ได้!" "ไอ้เหี้ย! ทำได้แม้กระทั่งผู้หญิงไม่มีทางสู้ เก่งแต่กับผู้หญิง เก่งแต่กับเพศแม่ ไปเอาผ้าถุงแม่มึงมานุ่งไป้!" เอาสิ ต่อให้อับจนหนทางกลายเป็นหมาจนตรอกแต่สกิลปากของพลอยปภัสก็ยังคงพ่นคำด่าออกมาไม่หยุดราวกับเป็นเครื่องจักร "อีนี่!" เขาก้าวขาขึ้นคร่อม กระชากเส้นผมยาวสลวย แล้วทำท่าจะง้างใช้หลังมือตบอีกรอบ ทว่า ตุ้บ!!! จู่ ๆ ก็มีใครที่ไหนก็ไม่รู้ ถีบจนมันกลิ้งตกลงไป "เป็นอะไรรึเปล่าครับ" ผู้ชายคนนั้น! คนที่เคยเข้ามานั่งชวนคุยเธอเมื่อกี้ "เสือกเหี้ยไรวะ!" หนุ่มหน้าตี๋พยุงตัวเองลุกขึ้น ปัดเสื้อผ้ากางเกงที่มีฝุ่นเกาะออกเบา ๆ "ไม่ใช่เรื่องของมึง ถอยไป" "ไม่ใช่เรื่องของกูได้ยังไง" ไตรฉัตรจับตัวพลอยปภัสมาหลบไว้ด้านหลัง สวมบทบาทฮีโร่ขี่ม้าขาวคอยช่วยเหลือปกป้องเจ้าหญิงปากหมา "ก็คนที่มึงมาทำตัวรุ่มร่ามด้วยคือเมียกู" "ฉันไปเป็นเมียคุณตอนไหน!" เธอพูดเสียงอู้อี้อยู่ด้านหลัง โชคดีที่ไม่ตะโกนแหกปากโหวกเหวกโวยวาย มีหวังแผนล่มหมด ไอ้บ้าเอ้ย "เมีย" ไอ้หนุ่มหน้าตี๋หัวเราะ "เมียเหรอวะ กูเห็นนั่งอยู่คนเดียว แล้วจะเป็นเมียมึงได้ไง" เลิกคิ้วถามเชิงรู้ทัน "ผัวเมียเขาก็แค่ทะเลาะกัน มึงไสหัวไปได้แล้วถ้าไม่อยากมีเรื่อง" ไตรฉัตรกดเสียงต่ำ สายตาเขาพร้อมบวก "หรือมึงจะเอา?" เขาลูกใคร ทุกคนรู้ แล้วใครจะกล้ามีปัญหาด้วย "หน็อย! เออ" "เป็นไงบ้างครับ เจ็บตรงไหนรึเปล่า" ชายหนุ่มหันหน้ากลับไปถามคนด้านหลังด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและสายตาเป็นห่วงเป็นใย "มะ...ไม่ ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉันเอาไว้" พลอยปภัสถอยหลังสองสามก้าวเพื่อเว้นระยะห่างที่สมควร "งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ" เธอทำท่าจะเดินออกไป "เดี๋ยวครับ ถ้าไม่รังเกียจผมขอทราบชื่อคุณได้ไหมครับ" พลอยปภัสเห็นแก่ความดี บุญคุณที่เขาช่วยชีวิตเธอเอาไว้จากไอ้หนุ่มหน้าตี๋โรคจิตนั่น ก็แค่บอกชื่อเสียงเรียงนามคงไม่มีอะไรเสียหายนักหรอก "พลอยปภัสค่ะ" พูดจบก็เดินออกไป "ผมไตรฉัตรนะครับ" เขาตะโกนตามหลัง "หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะครับคุณพลอยปภัส" บ้า! ใครอยากจะเจอ ใบหน้าสวยเห่อร้อน ยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นโดยไม่รู้ตัว อย่างโบราณเขาว่าบุรุษมีรูปเป็นทรัพย์ไม่เกินจริง จะพูดว่าเขาหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ก็ไม่ใช่ หล่อระดับพระเอกฮอลลีวูดได้เลย รถถูกแล่นไปเรื่อยจนกระทั่งเลียบจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่โตที่มีพื้นที่กว้างขวาง แต่ไม่รู้ทำไมเธอกลับรู้สึกว่าที่นี่มันคับแคบจนไม่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับเธอเลยสักครั้ง ตั้งแต่แม่เสีย บ้านหลังนี้ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป...บรรยากาศที่เคยอบอุ่น ป๊าที่เคยมองเธอ โอบกอดเธอด้วยความรัก ทุกอย่างที่เธอควรจะได้รับมันลดเลือนหายไปจนตอนนี้การที่เธอจะอยู่หรือไม่อยู่ที่นี่ก็แทบไม่ต่างกัน แต่เธอต้องอยู่! อยู่เพื่อรับสิทธิ์ที่ตัวเองควรได้รับในฐานะลูกสาวซึ่งเกิดจากเมียหลวง เมียแรกและลูกสาวคนโตของวงศ์ตระกูล ขืนเธอออกไปอยู่ที่อื่น มีหวังสองแม่ลูกนั่นคงทำตัวเป็นเห็บหมัดสูบเลือดสูบเนื้อทรัพย์สมบัติและมรดกจนหมดเกลี้ยง "กลับมาแล้วเหรอ" หญิงสาวมองผ่านร่างของหญิงวัยกลางคนในชุดนอนผ้าซาตินและเสียงที่มันค่อนข้างจะระคายหูทำเหมือนว่าเป็นเพียงแค่เสียงนกเสียงกา "ยัยพลอย! แม่พูดกับลูกอยู่ไม่ได้ยินเหรอจ๊ะ" พิมพ์ดาว เมียคนที่สองของพ่อที่เธอเกลียดเข้ากระดูกดำจนแทบไม่อยากอยู่ร่วมบ้านด้วย พลอยปภัสหันหน้ากลับไป เหยียดยิ้มมุมปากเล็กน้อย "เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ฉันมีแม่คนเดียว และเธอ..." ตวัดสายตาเหลือบมองตั้งแต่หัวจรดเท้าซึ่งเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม "ไม่มีอะไรคู่ควรหรือเหมาะสมที่จะได้รับเกียรติเป็นแม่ฉัน ผู้หญิงแบบเธอแค่พ่อฉันเอามาใช้บำเรอก็ถือว่าสูงส่งมากพอแล้ว" "ยัยพลอย!! ฉันเป็นน้าแกนะ" พิมพ์ดาวกำหมัดแน่น "รู้ตัวด้วยเหรอว่าตัวเองมีศักดิ์เป็นน้า เป็นน้องสาวของแม่ฉัน แต่ตอนนั้นจิตใจมันต่ำตม ผิดชอบชั่วดีถูกกลืนหายไปแล้วแทนที่ด้วยความคันเหรอถึงได้เอาผัวพี่สาวตัวเองมาทำผัวจนปล่อยให้ท้องป่องประจานความน่ารังเกียจ?" แม้ใบหน้า ริมฝีปากจะยิ้มแต่น้ำเสียงและคำพูดคำจากลับเชือดเฉือนใจสุด ๆในงานวันแต่งงานระหว่างพลอยปภัสและไตรฉัตรถูกจัดขึ้น ณ บ้านเจ้าสัวณรงค์ หรูหราหมาเห่าอย่างสมเกียรติสมฐานะไม่ให้น้อยหน้าใครในประเทศ มีแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม ทั้งแขกผู้ใหญ่และดารานักแสดงในวงการบันเทิงที่พลอยปภัสเคยร่วมทำงานด้วย ทำให้บรรยากาศภายในงานค่อนข้างครึกครื้น ช่วงเช้าจะเป็นพิธีเล็ก ๆ ภายในครอบครัวที่มีการทำบุญตักบาตรเสริมสิริมงคลและรดน้ำอวยพรให้คู่บ่าวสาว ก่อนจะเป็นงานเลี้ยงปาร์ตี้ในช่วงภาคค่ำและดูเหมือนคนที่จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษนั่นก็คือเจ้าหนูน้อยแพทตี้ที่ช่างพูด ช่างจา ช่างฉอเลาะ น่ารักน่าเอ็นดูจนแขกที่มาร่วมงานผลัดกันอุ้มผลัดกันชมไม่เคยขาดมือ "เจ๊ดีใจกับพวกแกสองคนด้วยนะ ในที่สุดก็มีวันนี้สักทีได้แต่งงานเป็นตัวเป็นตนแล้วเนอะหลังจากที่แอบกินกันมาหลายปี" เจ๊นัตตี้แสดงความยินดีพร้อมกับเอ่ยแซวติดตลกตามสไตล์ของหล่อน"เจ๊ก็!" "แต่ฉันดีใจจริง ๆ นะยัยพลอย ฉันเห็นแกมาตั้งแต่เป็นยัยพลอยขี้เหวี่ยงขี้วีนสมัยปีหนึ่งที่ไม่มีเพื่อนคบสักคนโน่น จนกระทั่งวันนี้แกเป็นแม่คน เป็นเมีย เป็นแกในเวอร์ชั่นที่ใจเย็นขึ้ต เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และก็กำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝากับผู้ชายแฟ
แววตาของคนเป็นพ่อเมื่อได้เห็นชีวิตคู่ของลูกสุขสมบูรณ์ ได้กลับมาอยู่ร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตาดั่งที่ปรารถนาก็ตื้นตันใจจนน้ำตาเอ่อคลอเบ้าวันนี้ลูกสาวเขากำลังจะมีคนดี ๆ มาคอยดูแลและเป็นหัวหน้าครอบครัว เจ้าสัวณรงค์ยิ้มรับปลื้มปริ่มไปกับความสุขของลูกสาวด้วยเพราะที่ผ่านมาเขาในฐานะคนเป็นพ่อไม่สามารถทำให้แกได้ดีเท่าที่ควร...หลังจากกลับมาใช้สถานะ 'ผัวเมีย' ไตรฉัตรก็เห่อเว่อร์วังเกินเบอร์ยกใหญ่โพสต์ทั้งรูปลูก ทั้งรูปเมียอวดลงบนไอจี เฟซบุ๊กส่วนตัววันละสิบโพสต์ พาไปเปิดตัวที่บริษัทในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเพราะได้ตกลงปลงใจกันว่าจะจดทะเบียนสมรสกันก่อนและรอให้พลอยปภัสคลอดจนกระทั่งเจ้าตัวน้อยในท้องเดินได้จะมีงานวิวาห์เกิดขึ้นโดยให้ลูกเป็นสักขีพยานรักระหว่างเราซึ่งญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างก็รับรู้และเห็นด้วยในข้อตกลงของระหว่างเรา อาจมีบ้างญาติบางคนที่แอบนินทาลับหลังว่าเธอทำผิดผี ผิดประเพณี ท้องก่อนแต่งให้คนเขามาวิพากษ์วิจารณ์วงศ์ตระกูลสร้างความเสื่อมเสีย ซึ่งแน่นอนว่าเธอก็ได้ด่าตอกหน้ากลับไปแล้ว!ผ่านไปประมาณสามปีเศษ...เวลามันเดินรวดเร็วปุบปับมาก แป๊บเดียวเจ้าหนูน้อยที่อยู่ในท้องพลอยปภัสวันนั้
พลอยปภัสนิ่งเงียบ ไม่รู้ทำไมคำพูดของเจ้าสัวณรงค์เมื่อครู่จึงมีผลกระทบต่อหัวใจของเธอได้ถึงขนาดนี้ พยายามจะไม่คิดอะไรมากมายแล้วเชียวแต่ท้ายสุดแล้วมันก็ไม่สามารถหักห้ามใจได้ ผ่านไปประมาณเกือบสามชั่วโมงเต็ม ๆ ไตรฉัตรยังไม่โผล่หน้ากลับมา แม้แต่จะโทรศัพท์รายงานอย่างที่เคยเป็นบนหน้าจอก็พบเพียงความว่างเปล่า หญิงสาวรีบประคองท้องแก่ใกล้คลอดเดินลงมาชั้นล่างของบ้านชะเง้อขอมองหาเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำตอนนี้ฝนก็โหมกระหน่ำเทลงมาราวกับพายุเข้าก็ไม่ปาน ยิ่งทำให้ความกังวลถูกก่อตัวขึ้นในใจยกใหญ่ "ทำไมยังไม่กลับมานะ" รู้สึกอดเป็นห่วงเขาไม่ได้จนต้องรีบหันกลับไปเลยยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูเพื่อต่อสายโทรหาอีกฝ่ายโดยเร็ว ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ไม่รับ!" คราวนี้เริ่มเดินวกไปวนมากระวนกระวายสลับกับชะเง้อคอมองไปด้านนอกที่มีสายฝนเทกระหน่ำจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใดเป็นสิ่งใด ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่เนี่ยทำไมถึงไม่รับสาย" ก็ไม่ลดละความพยายามยกขึ้นมาแนบหูไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่เสียงที่ได้ยินตอบกลับมาก็ยังคงเป็นเช่นเดิมนั่นคือบริการฝากข้อความ ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่ลูก เป็นห่วงไอ้ว่าที่ลูกเขยป๊า
ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อย คำพูดการกระทำของเขามันกำลังทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยปรารถนาอยากให้มันเกิดขึ้นมาก่อน เธอเองก็ยอมรับว่าตลอดระยะเวลาสี่เดือนที่ผ่านมากำแพงในใจของเธอที่มันเคยถูกก่อตัวขึ้นจนสูงหนาและใหญ่จนไม่สามารถทลายพังเข้าไปด้านในได้ถูกแซะลงทีละนิดทีละนิดจนมันกัดกร่อนลงมา บ่งบอกถึงความอ่อนแอที่เธอไม่สามารถต้านทานต่อความรู้สึกของตัวเองที่มันยากจะห้ามให้เป็นไปดังที่ใจเราคิดได้ เธออ่อนลงมากกว่าเมื่อก่อนเป็นไหนๆ เปิดใจให้เขาเข้ามามีผลต่อความรู้สึกอีกครั้งหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่พยายามห้ามมันอย่างสุดกำลังแต่ก็ทำได้เพียงเท่านี้ แต่เธอก็ยังกลัว หวาดกลัวเหลือเกิน ความรู้สึกความรู้สึกเจ็บความรู้สึกทรมานคล้ายกับคนที่หมดอาลัยตายอยากในการใช้ชีวิต ตรอมใจจนกระทั่งถึงขั้นหยิบปืนขึ้นมาจ่อหัวเพื่อปลิดชีพตัวเองให้ตายตกตามมารดาและแม่นมไปมันยังติดอยู่ในความรู้สึกของเธอไม่เคยลืมเลือน มันยังกลายเป็นฝันอันโหดร้ายที่ตามหลอกหลอนเธอมาโดยตลอด เธอดึงมือออก "ฉันยอมรับนะคะว่าฉันเองก็แอบใจอ่อนให้คุณไม่น้อยแล้วเหมือนกัน แต่ฉันยังไม่พร้อมจริง ๆ " เธอตอบเพียงเท่านี้ก็เดินขึ้นไปชั้นบนของบ้านไม่พ
"โชคดีนะเนี่ยที่แกไม่มีอาการแพ้ท้องก็เลยทำงานได้ตามปกติ" เจ๊นัตตี้เอ่ยพูดขึ้นมาทำให้คนที่กำลังนั่งรับประทานเค้กช็อกโกแลตของโปรดอย่างสบายใจเฉิบอยู่หยุดชะงักเล็กน้อย หญิงสาวดูดช้อนอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะแบ่งตักคำเล็ก ๆ แล้วหันไปมองหน้าพี่สาวสุดที่รักที่ควบตำแหน่งผู้จัดการไปในตัว "ก็ดีแล้วแหละเจ๊ ฉันยังไม่พร้อมให้ใครรู้เรื่องที่ฉันกำลังท้องนี่ คงจะรอจนกว่าเคลียร์งานที่เจ๊รับเอาไว้หมดก่อนละมั้งแล้วฉันค่อยตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมกับประกาศออกจากวงการทีเดียวเลย" พลอยปภัสปรึกษาเรื่องนี้กับเจ๊นัตตี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว เธอตั้งใจว่าจะออกจากวงการอย่างถาวรเพราะมันค่อนข้างเสียสุขภาพจิตที่ต้องทนฟังกระแส ทนฟังคำวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม ซ้ำไอ้ตำแหน่งแม่เลี้ยงเดี่ยวที่คุณแม่หรือแม่นมที่เลี้ยงดูเธอมาก็จากเธอไปหมดแล้วเนี่ย มันค่อนข้างหนักและแปลกใหม่สำหรับเธอ เธอต้องเลี้ยงดูเจ้าหนูน้อยตัวคนเดียว กลัวว่าจะไม่มีเวลามากเพียงพอให้กับลูกจนลูกขาดความอบอุ่น...และที่สำคัญคือ ถ้าเธอยังอยู่ในวงการลูกของเธอก็จะกลายเป็นลูกดาราที่มีแต่คนจับจ้องทุกฝีก้าว ทำอะไรมีคอมเมนต์แห่ถล่มทลายแสดงความคิดเห็นว่าไม่ควรอย่างโน้นอย่างนี้
"แฮะ...แฮ่ม" เขาทดสอบระบบเสียงด้วยการกระแอมกระไอในลำคอก่อนจะกระโดดขึ้นยืนบนโต๊ะไม้สีน้ำตาลแล้วชูมือทั้งสองข้างผายออก "สวัสดีครับเพื่อน ๆ ทั้งหลาย กระผมไตรฉัตรหนุ่มหล่อพ่อรวยที่สุดในย่านนี้มีความจะแจ้งให้พวกท่านได้ทราบและร่วมแสดงความยินดีกับกระผมครับ"เขายืดอกออกอย่างภาคภูมิใจ ทว่านั่นไม่ใช่กับเพื่อนสนิททั้งสามที่นั่งหน้าสลอนกรอกตามองบนเพราะดันโดนลากหัวตามโทรจิกตั้งแต่เช้าตรู่ "มึงโทรตามพวกกูสามคนมาทำเชี้ยไรไม่ทราบ?" คีรินเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย เมื่อคืนกว่าเขาจะเคลียร์ออเดอร์ที่ไร่เสร็จก็ปาไปตีสามตีสี่ แล้วต้องแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ไก่ไม่โห่เพื่อขับรถมาหามันที่คอนโดเนี่ย"นั่นดิ! กูยังนอนคั่วสาวไม่อิ่มใจเลย" ธามไทถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างอดเสียดายไม่ได้เพราะเมื่อคืนเขาได้สอยดาราชื่อดังที่ปรารถนาอยากจะร่วมเตียงมานานแล้วแท้ ๆ กะว่าจะตื่นเช้าขึ้นสูบเลือดสูบเนื้อให้สาสมความอยากอีกสักหน่อย ไอ้นี่แม่งโทรยิก ๆ ท่าเดียว "เออ กูว่ามันน่าจะต้องเป็นเรื่องพิเศษหรือว่าเรื่องคอขาดบาดตายมั้ง มึงถึงให้พวกกูมาเหยียบคอนโดได้ ร้อยวันพันปีไม่เคยอนุญาตให้ใครเข้ามา" เฮียโก๋ขอทำนาย เขานี่มันเดาแม่นยิ่งกว่าแม่
"เกิดอะไรขึ้นคะคุณแม่" พรีม หญิงสาววัยสิบเก้าปีเอ่ยถามมารดาที่ชักสีหน้ากระแทกเท้าลงมาจากชั้นบน"ก็ป๊าแกน่ะสิ พอได้ยินเรื่องลูกสาวปุ๊บก็รีบสั่งให้ฉันโทรตามยิก ๆ" ว่าพลางก็ก้าวยาว ลงส้นหนัก จนเสียงดังไปหมด "ไม่รู้จะรักจะห่วงอะไรนักหนา!" "คุณแม่คะ คุณแม่ก็อย่าไปสนใจสิคะ ป๊าจะทำอะไรก็ปล่อยป๊าเขาไปเถอะ
พลอยปภัสชะเง้อคอรอแล้วรอเล่า เตรียมตัวแต่งกาย สร้างบรรยากาศโรแมนติกเร้าอารมณ์แบบจัดเต็มเพื่อรอขอคืนดีไถ่โทษที่เธอเผลอทำนิสัยน่ารำคาญให้เขาหงุดหงิดใจด้วยวิธีของเธอ เรือนร่างแบบบางอยู่ในชุดกระต่ายน้อย ชิ้นเล็ก ชิ้นตะมุตะมิ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเศษผ้าดี ๆ ที่ถูกนำมาตัดเย็บให้สวมใส่ได้ มันบางเบาจนเห็นอะ
ไตรฉัตรอ้ำอึ้ง แล้วคราวนี้เขาจะแถอย่างไรในเมื่อพลอยปภัสพูดดักทางเอาไว้หมด ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ยอมรับว่าค่อนข้างหัวเสียกับสิ่งที่เธอทำเป็นอย่างมาก โทรตามจิกเขาเป็นแม่ไก่ไม่พอยังล้ำเส้นเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวไม่ปล่อยให้เขาได้หายใจหายคอ แม่ง! นรกชัด ๆ "พลอย ถ้าเกิดจะไม่เชื่อใจกันขนาดนี้งั
"เชี้ย!! อะไรนะ นี่น้องพลอยอะไรของมึงย้ายไปอยู่ที่คอนโดมึงแล้วเหรอวะ" โก๋แผดเสียงถามด้วยความตกใจที่จู่ ๆ ก็ดันเกิดเรื่องมหัศจรรย์บ้าบอนี้ขึ้น "ไอ้สัส ประเทศไทยต้องหิมะตกหรือไม่ก็หมาต้องออกลูกเป็นคนแน่เลย มันเกิดอะไรขึ้น what's up?" ธามไทก็แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเองเหมือนกันว่าสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่จะ





![เจ้าสาวแวมไพร์ [PWP] + [NC30+]](https://yfbwww.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

