تسجيل الدخول"เอ้า!"
กูเอ้าในใจดังมาก ณ จุด จุดนี้ ในใจกูมีแต่คำถามมากมายเต็มไปหมดว่า กูทำอะไรผิด พูดไม่ดีหรือไม่เข้าหูเธอตรงประโยคไหน กูก็ยังงง ยกฝ่ามือขึ้นเกาหัวแกรก มองคนตูดใหญ่เดินทิ้งสะโพกออกไปจนสุดสายตา ก่อนจะตัดสินใจช่างแม่งแล้วกดลิฟท์ขึ้นชั้นบน ไว้ปิดจ็อบสำเร็จ กูจะขยำให้ตูดแดงเลยดู! บริเวณนี้คือคอนโดสุดหรูย่านใจกลางเมืองที่คนกระเป๋าตังค์หนักเขานิยมซื้ออยู่กันเพราะสะดวกสบายต่อการใช้ชีวิต ห้อมล้อมไปด้วยสิ่งตอบสนองกิเลสตัณหามนุษย์ได้ดี ทั้งห้างสรรพสินค้า คาเฟ่ ผับ บาร์ อ่าง สถานที่ท่องเที่ยวครบจบ! ถึงราคามันจะแพงหูฉีก แต่เขาก็ถือว่าคุ้มค่า แค่นี้ขนหน้าแข้งไอ้ไตรฉัตรไม่ถึงกับร่วงหรอก จิ๊บจ๊อย พอมาถึงห้องชายหนุ่มก็ทิ้งตัวลงบนเตียงนอนนุ่มอย่างหมดสภาพ เมื่อคืนเขาปาร์ตี้หนักไปหน่อย ได้สาวก็ควงเข้าม่านรูด เสร็จกิจ แม่งหัวหนักเพราะซัดไปหลายจอกเลยแยกย้าย แล้วเขาก็แวะนอนโรงแรมแถว ๆ นั้น กว่าจะตื่นก็ตะวันโด่งแล้ว ตื่นมาอีกทีก็เกือบเย็น อาหารสุดหรูระดับดีกรีลูกชายเจ้าของบริษัทส่งออกรถยนต์ขนาดใหญ่ยักษ์กลิ่นโชยเข้ามาแตะจมูกชายหนุ่มที่ท่อนบนล่อนจ้อนเปลือยเปล่าสวมใส่เพียงกางเกงขาสั้นตัวเดียว เขาหยิบอาหารเมนูโปรดออกมานั่งหน้าโทรทัศน์ ก่อนจะใช้ตะเกียบคีบเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขึ้นมาซู้ดเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย ไม่มีอะไรฟินเท่ามาม่าหมูสับแล้ว ชีวิตเขาก็ไม่มีไรมาก วนลูปอยู่แบบนี้ กิน นอน เที่ยว เย็บหญิง แฮปปี้จะตาย! ... ณ บริษัทส่งออกยานยนต์รายใหญ่ วันนี้เขาต้องเข้ามาควบคุมการถ่ายแบบรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดเพื่อลงโปรโมทด้วยตนเอง เพื่ออะไร กรณีนี้ไตรฉัตรเองก็ไม่อาจทราบถึงเจตนารมณ์ของท่านเจ้าสัวเดชาและคุณหญิงประภาวดีได้ ร้อยวันพันปีเข้ามาคุมเองตลอดแต่วันนี้โทรจนสายแทบไหม้ ปลุกยิก ๆ ตามจิกเป็นแม่ไก่ให้เข้าบริษัทด่วนจี๋ "นี่ไอ้ไมเคิล พ่อกูจะโทรเรียกกูมาคุมงานแค่นี้อ๋อ เสียเวลานอนฉิบหาย" ไตรฉัตรกรอกตามองบนก่อนจะเอนตัวเหยียดยาวลงบนเก้าอี้นุ่มในห้องว่าที่ซีอีโอ แต่ไม่รู้อีกกี่ปีเจ้าสัวเดชาจึงจะยอมยกตำแหน่งให้ ซึ่งเขาคิดว่ามันก็ดีอยู่แล้ว เขาจะได้ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมากมาย แค่เทียวไปเทียวมาให้บอร์ดบริหารและพนักงานในบริษัทเห็นหน้าค่าตาบ้างเท่านั้นพอ "โถ่ คุณไตร คุณไตรก็เข้าบริษัทบ้างเถอะครับ นี่เล่นหายหน้าหายตาไปเป็นสัปดาห์ สงสัยพนักงานคงจะจำไม่ได้แล้วมั้ง" ไมเคิลตอบกลับ ไอ้นี่มันชื่อไมเคิล เป็นลูกชายของลุงไมค์ ลูกน้องคนสนิทเจ้าสัวเดชาที่ทำงานด้วยกันมาตั้งแต่สมัยหนุ่ม ๆ พอไอ้ไมเคิลเรียนจบก็เลยส่งมาเป็นเลขาเขา ซึ่งแน่นอนว่าจะสุขสบายเพราะเจ้านายแทบไม่แตะต้องเอกสารหรืออะไรที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเลย! มีก็แค่ต้องช่วยกันแถ ช่วยกันโกหก กลบเกลื่อน แค่นี้เอง แต่ไอ้นี่มันชื่อหรูฉิบหาย พ่อไทย แม่ไทย แต่ลูกชื่อไมเคิล ส่วนหน้าตานี่ไม่ต้องถามถึง ไทยจ๋าเชียว "ไอ้ไมเคิล! นี่สรุปแล้วกูเป็นเจ้านายมึงจริง ๆ ไหมเนี่ย" เราสองคนเองก็เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ความเกรงจงเกรงใจอะไรไม่มีหรอก ก็อีกแค่สถานะเจ้านายกับเลขามันคั่นกลางแต่พวกสันดาน นิสัย ความรู้สึกก็เพื่อนกอดคอกันกินเหล้าเหมือนเดิม เพียงแต่ไอ้นี่มันไม่ชั่วเท่าเขา "ขอโทษครับ" "แล้วเขาจะเริ่มถ่ายกันกี่โมงวะ" นี่เขามานั่งรออยู่ในห้องแอร์เกินสามสิบนาที ชักอยากจะเห็นหน้านางแบบคนสวยที่เจ้าสัวเดชาจ้างมาซะแล้วสิ ค่าตัวนี้แพงหูฉีก มาก็สาย ถ้าเกิดทำงานไม่คุ้มค่าไอ้ไตรเนี่ยแหละจะโบกกบาลให้เอง แต่ถ้าสวย ให้อภัยฮับเตง เก๊าผิดไปแล้ว "จริง ๆ ก็ถึงเวลาแล้วนะครับ แต่นางแบบแจ้งว่ารถติดอาจจะมาเลทมาสายนิดนึง" ไมเคิลก็บอกไปตามที่เขารู้ "นิดนึง ครึ่งชั่วโมง ห่าแดกมาก" ตาย ทำงานแบบนี้มันจะเจริญได้ไง ไม่คิดจะดีลทำสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์คู่ขวัญ รับงานยาว ๆ ตลอดหนึ่งปี แต่ปิดจบแค่ครั้งเดียวงี้? ก๊อก ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้น "น้องมาถึงแล้วนะคะ" กูนั่งแช่อยู่เกือบชั่วโมงกว่าจะเสด็จมาได้ ทีแรกก็กลับว่าจะกลับเลย แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วไปดูหน้าแม่นางแบบคนนี้สักหน่อย "ไป" ไตรฉัตรกวักมือเรียกไมเคิล "ว๊ายย คุณไตรฉัตร สวัสดีค๊า" ทักทายด้วยท่าทางและน้ำเสียงตามจริตกะเทย "นี่เจ๊นัตตี้เองนะคะ เป็นผู้จัดการส่วนตัวของนางแบบที่เจ้าสัวเดชาจ้างมาถ่ายคู่กับรถรุ่นใหม่น่ะค่ะ" เอ่ยแนะนำตัวเองเสร็จสรรพ บางทีกูก็ไม่ได้อยากรู้จักไหม มีงวงไม่ใช่แนว แต่ถ้ามีกลีบไอ้นี่พร้อมพุ่งเข้า ใส่หมดไม่สนหน้าไหนทั้งนั้น "คุณไตรฉัตรตัวจริงหล่อกว่าในรูปซะอีกนะคะ นี่ถ้าเกิดเป็นดารานักแสดงคงดังระเบิดระเบ้อขึ้นแท่นพระเอกเบอร์หนึ่งของเมืองไทยแน่นอน" เจ๊นัตตี้ประจบสอพลอเลียแข้งเลียขาเต็มที่ ไตรฉัตรยกยิ้มพร้อมพยักหน้าเบา ๆ น้อมรับคำชมเหล่านั้นเพราะมันคือความจริงที่เขาได้ยินจนชินหู ได้ยินมาตั้งแต่เด็กยันโต พูดจางี้พอน่าฟังให้สนทนาด้วยหน่อย "ขอบคุณครับ" "เจ๊ต้องกราบขอโทษแทนเด็กของเจ๊อีกครั้งนะคะ เมื่อวานน้องมีถ่ายละครดึกดื่นกว่าจะอาบน้ำดูแลตัวเองก็ปาไปตีสองตีสามแล้ว แต่จริง ๆ น้องเองก็เตรียมตัวตื่นก่อนเวลาตั้งหลายชั่วโมง โชคร้ายรถติดเลยเลทนิด ๆ หน่อย ๆ คุณไตรฉัตรอย่าถือโทษโกรธเด็กเจ๊เลยนะคะ" อันที่จริงเจ๊นัตตี้โกหกทั้งเพ ความจริงไม่ได้มีงานถ่ายละครอะไรทั้งนั้นแหละ แค่มันลืมตั้งนาฬิกาปลุกก็เลยตื่นสาย "ครับ" กูโกรธมาก! เสียเวลาฉิบหาย "ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวไปดูงานด้านในก่อนนะครับ" "เชิญค่ะ" เจ๊นัตตี้ผายมือเชิญเข้าไปด้านใน ส่วนเจ๊นัตตี้ก็เดินสะบัดก้นตามหลังไปด้วยเพราะต้องคอยดูแลยัยเด็กในสังกัดที่ค่อนข้างจะเรื่องมากและเข้ากับคนอื่นได้ยากสุด ๆ "ยัยนั่นเหรอ นางแบบ" เขาไม่ได้ใช้นิ้วชี้แต่เป็นการตวัดสายตาไปทางเรือนร่างแบบบางที่เห็นเพียงแค่แผ่นหลังแถมยังมีอะไรก็ไม่รู้กั้นกลางอยู่จนบังมิดชิดไปหมด "น่าจะใช่ครับ" คือไมเคิลเองก็ไม่รู้ แต่ถ้าให้เดาดูก็คงใช่มั้ง คาดการณ์จากการแต่งตัว รูปร่าง ส่วนสูง ที่เขาว่ากันว่าดีกรีระดับนางเอกประจำช่องคงไม่เกินจริง "หุ่นเด็ดว่ะ" แค่มองไกล ๆ เห็นเพียงลาง ๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงความสะละบึ้ม อึ้ม อึ้ม สุด ๆ เอวเป็นเอว ตูดเป็นตูด สะโพกเป็นสะโพก เจ้าสัวเดชาติดเฟ้นหาผู้หญิงแบบนี้มาจากไหนกัน มีของดีก็ไม่คิดจะแบ่งปันให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้บ้างเลย! "ครับ" "โอ๊ย! นี่ไม่ทราบว่าที่นี่เขารณรงค์ให้ประหยัดแอร์กันหรือไง ร้อนมากกกก นี่ถ้าเกิดอยู่ในนี้เกินครึ่งชั่วโมงมีหวังเหงื่อชุ่มกันพอดี" เขาชมความสวยยังไม่ทันขาดปาก ก็ได้ยินเสียงคนสวยเหวี่ยงวีนแตกซะแล้ว "ว๊าย ๆ เกิดอะไรขึ้นคะลูกสาว" เจ๊นัตตี้รีบเข้าไปห้ามก่อนที่เรื่องราวมันจะใหญ่โตกว่านี้ "ก็ดูอากาศสิคะเจ๊ ร้อนจะตายจะให้ถ่ายงานไหวได้ยังไง ร้อนขนาดนี้ทอดไข่สุกมั้ง" พลอยปภัสกรอกตามองบน ก็เธอเป็นคนขี้ร้อนให้ทำไง? "ใจเย็น ๆ นะคะลูกสาว" ปลอบลูกสาวเสร็จก็หันไปพูดกับทีมงาน "ช่วยปรับแอร์ให้หน่อยได้ไหมคะ พอดีว่าน้องเป็นคนขี้ร้อน" "ตอนนี้ก็ปรับจนเหลือยี่สิบสามแล้วนะคะ" ทีมงานคนหนึ่งตอบ "ถ้าเกิดยี่สิบสามแล้วยังร้อนก็ปรับลงอีกสิคะจะไปยากอะไร" พูดจบก็เดินไปกระชากรีโมทเครื่องปรับอากาศ แล้วกดลดอุณหภูมิด้วยตัวเอง เมื่อเสร็จสิ้นก็ยัดใส่มือพิมพ์งานกลับไป สิบหกองศา! แข็งตายห่ากันพอดีในงานวันแต่งงานระหว่างพลอยปภัสและไตรฉัตรถูกจัดขึ้น ณ บ้านเจ้าสัวณรงค์ หรูหราหมาเห่าอย่างสมเกียรติสมฐานะไม่ให้น้อยหน้าใครในประเทศ มีแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม ทั้งแขกผู้ใหญ่และดารานักแสดงในวงการบันเทิงที่พลอยปภัสเคยร่วมทำงานด้วย ทำให้บรรยากาศภายในงานค่อนข้างครึกครื้น ช่วงเช้าจะเป็นพิธีเล็ก ๆ ภายในครอบครัวที่มีการทำบุญตักบาตรเสริมสิริมงคลและรดน้ำอวยพรให้คู่บ่าวสาว ก่อนจะเป็นงานเลี้ยงปาร์ตี้ในช่วงภาคค่ำและดูเหมือนคนที่จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษนั่นก็คือเจ้าหนูน้อยแพทตี้ที่ช่างพูด ช่างจา ช่างฉอเลาะ น่ารักน่าเอ็นดูจนแขกที่มาร่วมงานผลัดกันอุ้มผลัดกันชมไม่เคยขาดมือ "เจ๊ดีใจกับพวกแกสองคนด้วยนะ ในที่สุดก็มีวันนี้สักทีได้แต่งงานเป็นตัวเป็นตนแล้วเนอะหลังจากที่แอบกินกันมาหลายปี" เจ๊นัตตี้แสดงความยินดีพร้อมกับเอ่ยแซวติดตลกตามสไตล์ของหล่อน"เจ๊ก็!" "แต่ฉันดีใจจริง ๆ นะยัยพลอย ฉันเห็นแกมาตั้งแต่เป็นยัยพลอยขี้เหวี่ยงขี้วีนสมัยปีหนึ่งที่ไม่มีเพื่อนคบสักคนโน่น จนกระทั่งวันนี้แกเป็นแม่คน เป็นเมีย เป็นแกในเวอร์ชั่นที่ใจเย็นขึ้ต เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และก็กำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝากับผู้ชายแฟ
แววตาของคนเป็นพ่อเมื่อได้เห็นชีวิตคู่ของลูกสุขสมบูรณ์ ได้กลับมาอยู่ร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตาดั่งที่ปรารถนาก็ตื้นตันใจจนน้ำตาเอ่อคลอเบ้าวันนี้ลูกสาวเขากำลังจะมีคนดี ๆ มาคอยดูแลและเป็นหัวหน้าครอบครัว เจ้าสัวณรงค์ยิ้มรับปลื้มปริ่มไปกับความสุขของลูกสาวด้วยเพราะที่ผ่านมาเขาในฐานะคนเป็นพ่อไม่สามารถทำให้แกได้ดีเท่าที่ควร...หลังจากกลับมาใช้สถานะ 'ผัวเมีย' ไตรฉัตรก็เห่อเว่อร์วังเกินเบอร์ยกใหญ่โพสต์ทั้งรูปลูก ทั้งรูปเมียอวดลงบนไอจี เฟซบุ๊กส่วนตัววันละสิบโพสต์ พาไปเปิดตัวที่บริษัทในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเพราะได้ตกลงปลงใจกันว่าจะจดทะเบียนสมรสกันก่อนและรอให้พลอยปภัสคลอดจนกระทั่งเจ้าตัวน้อยในท้องเดินได้จะมีงานวิวาห์เกิดขึ้นโดยให้ลูกเป็นสักขีพยานรักระหว่างเราซึ่งญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างก็รับรู้และเห็นด้วยในข้อตกลงของระหว่างเรา อาจมีบ้างญาติบางคนที่แอบนินทาลับหลังว่าเธอทำผิดผี ผิดประเพณี ท้องก่อนแต่งให้คนเขามาวิพากษ์วิจารณ์วงศ์ตระกูลสร้างความเสื่อมเสีย ซึ่งแน่นอนว่าเธอก็ได้ด่าตอกหน้ากลับไปแล้ว!ผ่านไปประมาณสามปีเศษ...เวลามันเดินรวดเร็วปุบปับมาก แป๊บเดียวเจ้าหนูน้อยที่อยู่ในท้องพลอยปภัสวันนั้
พลอยปภัสนิ่งเงียบ ไม่รู้ทำไมคำพูดของเจ้าสัวณรงค์เมื่อครู่จึงมีผลกระทบต่อหัวใจของเธอได้ถึงขนาดนี้ พยายามจะไม่คิดอะไรมากมายแล้วเชียวแต่ท้ายสุดแล้วมันก็ไม่สามารถหักห้ามใจได้ ผ่านไปประมาณเกือบสามชั่วโมงเต็ม ๆ ไตรฉัตรยังไม่โผล่หน้ากลับมา แม้แต่จะโทรศัพท์รายงานอย่างที่เคยเป็นบนหน้าจอก็พบเพียงความว่างเปล่า หญิงสาวรีบประคองท้องแก่ใกล้คลอดเดินลงมาชั้นล่างของบ้านชะเง้อขอมองหาเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำตอนนี้ฝนก็โหมกระหน่ำเทลงมาราวกับพายุเข้าก็ไม่ปาน ยิ่งทำให้ความกังวลถูกก่อตัวขึ้นในใจยกใหญ่ "ทำไมยังไม่กลับมานะ" รู้สึกอดเป็นห่วงเขาไม่ได้จนต้องรีบหันกลับไปเลยยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูเพื่อต่อสายโทรหาอีกฝ่ายโดยเร็ว ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ไม่รับ!" คราวนี้เริ่มเดินวกไปวนมากระวนกระวายสลับกับชะเง้อคอมองไปด้านนอกที่มีสายฝนเทกระหน่ำจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใดเป็นสิ่งใด ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่เนี่ยทำไมถึงไม่รับสาย" ก็ไม่ลดละความพยายามยกขึ้นมาแนบหูไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่เสียงที่ได้ยินตอบกลับมาก็ยังคงเป็นเช่นเดิมนั่นคือบริการฝากข้อความ ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่ลูก เป็นห่วงไอ้ว่าที่ลูกเขยป๊า
ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อย คำพูดการกระทำของเขามันกำลังทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยปรารถนาอยากให้มันเกิดขึ้นมาก่อน เธอเองก็ยอมรับว่าตลอดระยะเวลาสี่เดือนที่ผ่านมากำแพงในใจของเธอที่มันเคยถูกก่อตัวขึ้นจนสูงหนาและใหญ่จนไม่สามารถทลายพังเข้าไปด้านในได้ถูกแซะลงทีละนิดทีละนิดจนมันกัดกร่อนลงมา บ่งบอกถึงความอ่อนแอที่เธอไม่สามารถต้านทานต่อความรู้สึกของตัวเองที่มันยากจะห้ามให้เป็นไปดังที่ใจเราคิดได้ เธออ่อนลงมากกว่าเมื่อก่อนเป็นไหนๆ เปิดใจให้เขาเข้ามามีผลต่อความรู้สึกอีกครั้งหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่พยายามห้ามมันอย่างสุดกำลังแต่ก็ทำได้เพียงเท่านี้ แต่เธอก็ยังกลัว หวาดกลัวเหลือเกิน ความรู้สึกความรู้สึกเจ็บความรู้สึกทรมานคล้ายกับคนที่หมดอาลัยตายอยากในการใช้ชีวิต ตรอมใจจนกระทั่งถึงขั้นหยิบปืนขึ้นมาจ่อหัวเพื่อปลิดชีพตัวเองให้ตายตกตามมารดาและแม่นมไปมันยังติดอยู่ในความรู้สึกของเธอไม่เคยลืมเลือน มันยังกลายเป็นฝันอันโหดร้ายที่ตามหลอกหลอนเธอมาโดยตลอด เธอดึงมือออก "ฉันยอมรับนะคะว่าฉันเองก็แอบใจอ่อนให้คุณไม่น้อยแล้วเหมือนกัน แต่ฉันยังไม่พร้อมจริง ๆ " เธอตอบเพียงเท่านี้ก็เดินขึ้นไปชั้นบนของบ้านไม่พ
"โชคดีนะเนี่ยที่แกไม่มีอาการแพ้ท้องก็เลยทำงานได้ตามปกติ" เจ๊นัตตี้เอ่ยพูดขึ้นมาทำให้คนที่กำลังนั่งรับประทานเค้กช็อกโกแลตของโปรดอย่างสบายใจเฉิบอยู่หยุดชะงักเล็กน้อย หญิงสาวดูดช้อนอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะแบ่งตักคำเล็ก ๆ แล้วหันไปมองหน้าพี่สาวสุดที่รักที่ควบตำแหน่งผู้จัดการไปในตัว "ก็ดีแล้วแหละเจ๊ ฉันยังไม่พร้อมให้ใครรู้เรื่องที่ฉันกำลังท้องนี่ คงจะรอจนกว่าเคลียร์งานที่เจ๊รับเอาไว้หมดก่อนละมั้งแล้วฉันค่อยตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมกับประกาศออกจากวงการทีเดียวเลย" พลอยปภัสปรึกษาเรื่องนี้กับเจ๊นัตตี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว เธอตั้งใจว่าจะออกจากวงการอย่างถาวรเพราะมันค่อนข้างเสียสุขภาพจิตที่ต้องทนฟังกระแส ทนฟังคำวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม ซ้ำไอ้ตำแหน่งแม่เลี้ยงเดี่ยวที่คุณแม่หรือแม่นมที่เลี้ยงดูเธอมาก็จากเธอไปหมดแล้วเนี่ย มันค่อนข้างหนักและแปลกใหม่สำหรับเธอ เธอต้องเลี้ยงดูเจ้าหนูน้อยตัวคนเดียว กลัวว่าจะไม่มีเวลามากเพียงพอให้กับลูกจนลูกขาดความอบอุ่น...และที่สำคัญคือ ถ้าเธอยังอยู่ในวงการลูกของเธอก็จะกลายเป็นลูกดาราที่มีแต่คนจับจ้องทุกฝีก้าว ทำอะไรมีคอมเมนต์แห่ถล่มทลายแสดงความคิดเห็นว่าไม่ควรอย่างโน้นอย่างนี้
"แฮะ...แฮ่ม" เขาทดสอบระบบเสียงด้วยการกระแอมกระไอในลำคอก่อนจะกระโดดขึ้นยืนบนโต๊ะไม้สีน้ำตาลแล้วชูมือทั้งสองข้างผายออก "สวัสดีครับเพื่อน ๆ ทั้งหลาย กระผมไตรฉัตรหนุ่มหล่อพ่อรวยที่สุดในย่านนี้มีความจะแจ้งให้พวกท่านได้ทราบและร่วมแสดงความยินดีกับกระผมครับ"เขายืดอกออกอย่างภาคภูมิใจ ทว่านั่นไม่ใช่กับเพื่อนสนิททั้งสามที่นั่งหน้าสลอนกรอกตามองบนเพราะดันโดนลากหัวตามโทรจิกตั้งแต่เช้าตรู่ "มึงโทรตามพวกกูสามคนมาทำเชี้ยไรไม่ทราบ?" คีรินเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย เมื่อคืนกว่าเขาจะเคลียร์ออเดอร์ที่ไร่เสร็จก็ปาไปตีสามตีสี่ แล้วต้องแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ไก่ไม่โห่เพื่อขับรถมาหามันที่คอนโดเนี่ย"นั่นดิ! กูยังนอนคั่วสาวไม่อิ่มใจเลย" ธามไทถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างอดเสียดายไม่ได้เพราะเมื่อคืนเขาได้สอยดาราชื่อดังที่ปรารถนาอยากจะร่วมเตียงมานานแล้วแท้ ๆ กะว่าจะตื่นเช้าขึ้นสูบเลือดสูบเนื้อให้สาสมความอยากอีกสักหน่อย ไอ้นี่แม่งโทรยิก ๆ ท่าเดียว "เออ กูว่ามันน่าจะต้องเป็นเรื่องพิเศษหรือว่าเรื่องคอขาดบาดตายมั้ง มึงถึงให้พวกกูมาเหยียบคอนโดได้ ร้อยวันพันปีไม่เคยอนุญาตให้ใครเข้ามา" เฮียโก๋ขอทำนาย เขานี่มันเดาแม่นยิ่งกว่าแม่
"เอ่อ..." "ถ้างั้นเดี๋ยวพลอยขอเอาเสื้อผ้าไปเก็บในตู้ก่อนนะคะ เราจะได้ไปทานมื้อเที่ยงพร้อมกัน" พูดจบไม่ได้รีรอคำตอบจากคนที่เป็นเจ้าของห้อง พลอยปภัสก็เดินนวยนาดเข้าไปด้านในโดยถือเอาสถานะ "แฟน" ซึ่งได้มาเพราะอีกฝ่ายจำใจเออ-ออเพราะอยากเสียบเต็มทีแล้วชายหนุ่มทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่มอย่างหมดสภาพราวกับคนสิ้น
หลังจากบทเพลงรักในครั้งนั้นจบลงอย่างดุเดือดเลือดพล่าน คอนโดของไตรฉัตรกลายเป็นสมรภูมิรบ ที่ทั้งยืน ตะแคง นอน ตีลังกา ทั่วทุกสารทิศ ไอ้คนที่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะใช้สโลแกนเดิมน้ำแตกแยกทาง เมื่อได้แล้วก็ค่อยเขี่ยพลอยปภัสทิ้ง จากนั้นก็ชิ่งหนี ขาดการติดต่อ ทำเหมือนคนไม่เคยรู้จักกัน กลับพลิกลิ้นประวิงเวลา เก
"แฉะแล้วนะคะ" ดวงตาเขาหวานหยาดเยิ้มจนพลอยปภัสเคลิ้มตาม เขาใช้ปลายนิ้วลูบไล้ลงกลางกายสาวที่ชื้นแฉะด้วยน้ำหล่อลื่นสีใสบ่งบอกว่าเจ้าตัวคงพร้อมสำหรับการร่วมรักด้วยเต็มแก่แล้ว ชายหนุ่มเลื่อนใบหน้าขึ้นไปป้อนจูบประกบริมฝีปากอวบอิ่ม ดูดดึงปลายลิ้นร้าย ตวัดหยอกล้อจนเกิดเสียงน้ำลายกระทบกันดัง แฉะ แฉะ พลอย
ไตรฉัตรพยายามเร้าอารมณ์พลอยปภัสเต็มที่ และดูเหมือนตอนนี้เธอก็กำลังเคลิบเคลิ้ม พร้อมที่จะตกเป็นของเขาตั้งแต่ตอนยืนจูบกันริมระเบียงแล้วเหมือนกันแต่ไม่รู้ทำไม ไม่เข้าใจ สาเหตุอะไรที่พลอยปภัสยังรั้งเวลา ไม่ยอมให้เขาเอาเสียที กูปริจะแตกแล้ว ลูกชายตุงตั้งแต่ตอนเห็นเธอก้มและร่องนมโผล่โน่น! พูดตามตรงเลย


![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://yfbwww.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




