เข้าสู่ระบบหลายวันผ่านไป
"ยัยพลอยแกจะมาเทงานลูกค้าแบบนี้ไม่ได้นะ!" เจ๊นัตตี้ผู้จัดการสาวประเภทสองเหวใส่เด็กในสังกัดอย่างหัวเสีย เมื่อจู่ ๆ พลอยปภัสก็ดันเทอีเวนท์ ไม่โผล่หน้าไปให้เจ้าของงานเห็นแม้แต่เสี้ยววินาที คราวนี้ก็บานเลย! เจ้าของงานมาแหกอกด่าฉอด ๆ หล่อนนี้ก็ต้องเสแสร้งโกหกให้อีกว่าน้องพลอยไม่สบาย ลุกขึ้นไม่ไหว ไว้งานหน้าจะชดเชยทำให้ฟรี ๆ ไม่รับเงิน "ก็ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่รับ ฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว เจ๊ก็รับ ๆ อยู่นั่นไม่ถามความสมัครใจฉันสักคำ" หญิงสาวดูไม่สะทกสะท้านกับเรื่องที่เกิดขึ้น เธอไม่ได้เต็มใจเสียหน่อย เจ๊นัตตี้แกคอยเจ้ากี้เจ้าการทุกอย่างแล้วพอไม่ได้ดั่งใจก็มาเหวี่ยงวีนใส่ อันที่จริงก็ไม่ได้อยากจะเป็นหรอกไอ้อาชีพนักสะดงนักแสดงอะไรนี่ คร้านจะปั้นหน้าแสร้งเป็นคนดีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมต่อหน้าสื่อเพราะเธอมันภัยพิบัติธรรมชาติชัด ๆ แต่ป๊าบอกจะให้เธอเข้าไปช่วยงานที่บริษัท เธอไม่อยากถูกจับตามอง ถูกจับจ้อง ไหวตัวทำอะไรก็ไม่สะดวก แถมยังชอบเอาไปเปรียบเทียบกับลูกรักลูกโปรดที่เกิดจากเมียน้อยอีก! อีผู้คนในบริษัทก็จ้องจะซุบซิบนินทา เลียแข้งเลียขายัยคุณนายพิมพ์ดาวนั่นเสียยิ่งกว่าอะไรดี หากเธอยอมเธอก็คงไม่ต่างอะไรจากติดคุกเพราะมีสายตาคอยจดจ่อแล้วคาบข่าวไปรายงานทุกกระเบียดนิ้ว! ประจวบเหมาะกับเจ๊นัตตี้ รุ่นพี่ในคณะเห็นแวว รูปร่าง หน้าตาผิวพรรณ ว่าเธอพอโด่งดังในวงการบันเทิงได้ จึงเข้ามาทาบทามไปเป็นเด็กในสังกัด ตอนนั้นทำอะไรก็ได้ขอแค่ให้ไม่ต้องเข้าไปทำงานในบริษัทป๊าก็พอ! เป็นนักแสดงสมทบ ตัวเสริม เธอชอบจะตายเพราะไม่มีใครมาสนใจหรือคอยตามติดอย่างพวกแฟนคลับแฟนอะไรนั่น บ้าชะมัด ใครจะไปคิด ได้รับบทบาทให้เล่นฉากน้องพระเอก คนดูก็มาจับจิ้นบอกว่าเคมีเธอดันไปเข้ากับพี่ป้อง พระเอกประจำช่อง จนเธอได้เล่นละครคู่ ดังระเบิดระเบ้อ เรตติ้งนี่พุ่งกระฉูด! นับจากนั้นชีวิตของเธอก็ไม่สงบสุขอีกเลย "ยัยพลอย! นี่แกทะเลาะกับป๊ามาอีกแล้วใช่ไหม" รู้จักกับมันมาตั้งแต่มันเรียนอยู่ปีหนึ่ง อายุสิบเก้า ทาบทามมันมาเป็นเด็กในสังกัดก็ตอนยี่สิบเอ็ดมั้ง จนตอนนี้มันยี่สิบหกแล้ว ทำไมจะไม่รู้ นังนี่มันเป็นคนขี้เหวี่ยง ขี้วีน (เฉพาะคนที่เหลืออด เกินเบอร์จริง ๆ) ปากจัดยิ่งกว่าเลี้ยงหมาไว้สักร้อยตัว ด่าเจ็บ จี๊ดเข้าทรวงอก เอาแต่ใจใช้ได้ ควบคุมยากหน่อยเพราะยึดเอาตัวเองสู้งงง แต่ถ้ารู้จักมัน จริง ๆ แล้วยัยเด็กนี่มันน่าสงสาร แม่ตรอมใจตายเพราะป๊าพาเมียน้อยซึ่งเป็นน้องสาวที่คลานตามกันออกมาจากรูเดียวกันเข้าบ้านในฐานะเมียอีกคน พอเขามีลูก มันก็ตกกระป๋อง ไม่เคยได้รับความรัก อยู่กับแม่นมตั้งแต่เด็กจนโต โชคชะตาเล่นตลกกับมันสุด ๆ ลึก ๆ แล้วมันก็นิสัยดีนั่นแหละ รักเพื่อนรักพ้อง ใจถึงพึ่งได้ แต่ติดที่ปากหมาก็เลยไม่มีใครอยากคบค้าสมาคมด้วยสักเท่าไหร่ "เห้อ! อย่าพูดถึงมันเลยเจ๊ เรื่องแค่นี้สบาย ๆ อยู่เหรอ ฉันไม่ได้สนใจสักหน่อย" ปากพูดไปอย่างนั้น แต่ลึก ๆ แล้วก็แอบน้อยใจ หนูไม่ใช่ลูกป๊าเหรอ!! "แล้วนี่เดือนนี้ฉันมีงานอะไรอีกบ้าง" ตวัดตาไปถาม ก่อนจะเอนตัวพิงหลังลงบนโซฟานุ่ม ยกแขนขึ้นกายหน้าผากสลัดคราบนางเอกเบอร์ต้นของช่อง เจ๊นัตตี้หยิบไอแพดที่ใช้จดบันทึกตารางงานของเด็กในสังกัดขึ้นมาเปิดดู "แยะจ้าหนู! มีคิวถ่ายละครที่เล่นคู่กับป้อง ซีรีย์รีเมคจากเกาหลีก็กับป้อง และพวกถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา เอาเป็นว่าเดือนนี้ทั้งเดือนคิวเต็มจ้ะ" "ตาย! ฉันเป็นคนนะเจ้ไม่ใช่เครื่องจักรที่จะให้ทำงานครบทั้งสามสิบวัน" เธอแทบจะบ้า! คนยิ่งหาอะไหล่ซ่อมยากอยู่ด้วย หักโหมทำงานมากไปมีหวังเธอคงได้ตายก่อนที่สองแม่ลูกเห็บหมัดนั่นได้ชดใช้กรรมน่ะสิ "แหมม ช่วงนี้เป็นช่วงขาขึ้นของแกนะจ๊ะยัยพลอย ต้องรีบกอบโกยสิ มีงานไหนเขาว่าจ้างก็รับให้หมด เดี๋ยวพอนานเข้ามีเด็กสด ๆ ใหม่ ๆ เข้ามาคนเก่า ๆ ก็ไม่ได้เกิดแล้วจ้า" เจ๊นัตตี้ อยู่ในวงการบันเทิงทำงานเป็นผู้จัดการมานานหลายปีเชี่ยวชาญเรื่องนี้เป็นอย่างดี "แล้วแต่เจ๊จะจัดสรรเลย แต่เดือนหน้าขอวันหยุดให้ฉันบ้างก็แล้วกัน สักสองสามวันเงินเจ๊ไม่หลุดไปเท่าไหร่หรอก" ใครว่าเป็นดารานักแสดงทำงานสบาย ๆ ก็รวยสุดโต่ง บ้าจะตาย ลองมาทำดูเองไหมล่ะจะรู้ซึ้งถึงเครื่องพริกแกงว่ามันเหนื่อยแค่ไหนกว่าจะได้มาแต่ละบาทเนี่ย ทั้งท่องจำบทให้เป๊ะเวอร์ แอ็คติ้งต้องผ่าน อ่านเนื้อเรื่องนับร้อยเพื่อนเข้าถึงบทบาทให้ผู้ชมดูแล้วต้องอินไปกับตัวละคร บางฉากถ่ายกันตั้งหลายทีกว่าจะผ่าน เจ็บเนื้อเจ็บตัวก็มี "จ้ะ! เออนี่ยัยพราว เจ๊ลืมบอกไปว่ามีงานด่วนน่ะเพิ่งติดต่อมา เงินดี ถ่ายแบบแค่ชั่วโมงสองชั่วโมงเอง" หล่อนพึ่งนึกออก "งานอะไร รับทำไม?" ก็ควรจะติดต่อล่วงหน้าป่ะ ถ้าเกิดเธอไม่ว่างหรือมีธุระอะไรที่วางแพลนเอาไว้ จะทำไง "ทีแรกฉันก็เล่นตัวนั่นแหละบอกว่าไม่รู้แกจะว่างหรือเปล่า ทางโน้นเขาดูอยากให้แกไปเป็นพรีเซ็นเตอร์นางแบบถ่ายคู่กับรถเขามากเลยนะ ก็เลยเสนอมาเจ็ดหลัก งานง่าย สบาย แป็บเดียว เงินดี ทำเถอะหน่า" "ฉันปฏิเสธได้ด้วยเหรอเจ๊" พลอยปภัสกรอกตามองบน ก็รู้อยู่แล้วแหละว่าแค่แจ้งให้ทราบเฉย ๆ ไม่ได้ต้องการความคิดเห็นหรือคำตอบรับยินยอมใด ๆ ทั้งสิ้น "ดีมากจ๊ะลูกรัก พรุ่งนี้บ่ายสอง เดี๋ยวเจ๊แชร์โลไปให้ เจอกันที่นู่นเลยแกจะได้ไม่ต้องขี่รถอ้อมอยู่หลายรอบ" "โอเคเจ๊ งั้นฉันขอตัวก่อน" พลอยปภัสเดินกลับลงมาจากคอนโดเจ๊นัตตี้ผู้จัดการส่วนตัว แต่บังเอิญเดินชนกระแทกไหล่เข้ากับใครสักคน จนตัวเธอเซแทบล้ม โชคดีที่เขาคว้าเอาไว้ได้ทันไม่งั้นสะโพกเธอคงหักแหง ๆ "เดินยังไง ไม่เห็นคนหรือไง?" หญิงสาวรีบสะบัดตัวออก ยังไม่ทันได้แหงนขึ้นมองหน้าเครื่องจักรตัวด่าก็เริ่มทำงานทันที "นี่ถ้าเกิดฉันล้มขาพลิก กระดูกกระเดี้ยวหักขึ้นมาจะรับผิดชอบไหวเหรอ" "ขอโทษครับ" เขาก้มหน้ารัว ๆ แต่พอหันหน้าขึ้นมาเท่านั้นแหละ "คุณพลอย" "คุณไตรฉัตร" "โลกกลมจังเลยนะครับ เอ๊ะ หรือว่าพรหมลิขิต" พลอยปภัสกระแอมเสียงในลำคอเล็กน้อย เจอะหน้ากันครู่เดียวก็เริ่มหยอดทันที บ้านเขาทำอาชีพขายขนมครกรึเปล่าเนี่ย? ดูผิวพรรณแล้วก็เข้าท่า ขาวเหมือนน้ำทรายดี "กรรมลิขิตมากกว่ามั้งคะ เจอคุณทีไรฉันมักจะโชคไม่ค่อยดีทุกที" เพล๊ง! แตกอีกรอบ ผู้หญิงด่าเขาว่าผู้หญิงรัก มั่นหน้าไว้ก่อน "ว่าแต่คุณพลอยพักอยู่คอนโดนี้เหรอครับ" ไตรฉัตรกำลังเปลี่ยนเรื่องคุย "ปล่าวค่ะ ฉันมาหาผู้จัดการ" ถ้าตอบไปเพราะไม่ใช่เรื่องที่จะต้องปิดบัง "คุณเป็นดาราเหรอครับ" "ลองดูจากโหวเฮ้งสิคะ ว่าหน้าตาแบบนี้พอจะเป็นดารากับเขาได้บ้างหรือเปล่า" เมื่อเขาเล่นลิ้นมาพลอยปภัสก็อยากจะลองเล่นลิ้นกลับบ้าง เขาจะได้รู้ว่าผู้หญิงอย่างเธอไม่ใช่หยิม ๆ "ระดับนางเอกนะเนี่ย" นางเอกหนังโป๊ หุ่นแบบนี้ นมแบบนี้ ตูดแบบนี้ กูรับรองเรทติ้งแตกแน่! ไตรฉัตรคิดในใจ "เหรอคะ?" พลอยปภัสเลิกคิ้วถาม "ครับ นางเอกในดวงใจผมน่ะครับ" "ถ้าเกิดเป็นแบบนั้นสงสัย ฉันคงจะต้องเปลี่ยนกับผู้หญิงอีกหลายคนแน่เลย เพราะดูจากคารมคมคายหน้าตา บุคลิกท่าทีของคุณแล้ว มีแววเจ้าชู้นะคะเนี่ย" และเธอเกลียดนักกับผู้ชายเจ้าชู้! "คุณพลอยไม่ลองเข้ามาก่อนเหรอครับ จะได้รู้ว่าจริงอย่างที่คิดหรือเปล่า" เขาเชื้อชวนเต็มที่ "หึ" เธอกระตุกยิ้มมุมปาก ไม่ตอบโต้ ไม่พูดไม่จาอะไร เดินออกไปเสียดื้อ ๆ จนไตรฉัตรเองก็เกาหัวแกรก ยังสงสัยอยู่เลยกูพูดอะไรไม่เข้าหูอีกรึเปล่าในงานวันแต่งงานระหว่างพลอยปภัสและไตรฉัตรถูกจัดขึ้น ณ บ้านเจ้าสัวณรงค์ หรูหราหมาเห่าอย่างสมเกียรติสมฐานะไม่ให้น้อยหน้าใครในประเทศ มีแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม ทั้งแขกผู้ใหญ่และดารานักแสดงในวงการบันเทิงที่พลอยปภัสเคยร่วมทำงานด้วย ทำให้บรรยากาศภายในงานค่อนข้างครึกครื้น ช่วงเช้าจะเป็นพิธีเล็ก ๆ ภายในครอบครัวที่มีการทำบุญตักบาตรเสริมสิริมงคลและรดน้ำอวยพรให้คู่บ่าวสาว ก่อนจะเป็นงานเลี้ยงปาร์ตี้ในช่วงภาคค่ำและดูเหมือนคนที่จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษนั่นก็คือเจ้าหนูน้อยแพทตี้ที่ช่างพูด ช่างจา ช่างฉอเลาะ น่ารักน่าเอ็นดูจนแขกที่มาร่วมงานผลัดกันอุ้มผลัดกันชมไม่เคยขาดมือ "เจ๊ดีใจกับพวกแกสองคนด้วยนะ ในที่สุดก็มีวันนี้สักทีได้แต่งงานเป็นตัวเป็นตนแล้วเนอะหลังจากที่แอบกินกันมาหลายปี" เจ๊นัตตี้แสดงความยินดีพร้อมกับเอ่ยแซวติดตลกตามสไตล์ของหล่อน"เจ๊ก็!" "แต่ฉันดีใจจริง ๆ นะยัยพลอย ฉันเห็นแกมาตั้งแต่เป็นยัยพลอยขี้เหวี่ยงขี้วีนสมัยปีหนึ่งที่ไม่มีเพื่อนคบสักคนโน่น จนกระทั่งวันนี้แกเป็นแม่คน เป็นเมีย เป็นแกในเวอร์ชั่นที่ใจเย็นขึ้ต เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และก็กำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝากับผู้ชายแฟ
แววตาของคนเป็นพ่อเมื่อได้เห็นชีวิตคู่ของลูกสุขสมบูรณ์ ได้กลับมาอยู่ร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตาดั่งที่ปรารถนาก็ตื้นตันใจจนน้ำตาเอ่อคลอเบ้าวันนี้ลูกสาวเขากำลังจะมีคนดี ๆ มาคอยดูแลและเป็นหัวหน้าครอบครัว เจ้าสัวณรงค์ยิ้มรับปลื้มปริ่มไปกับความสุขของลูกสาวด้วยเพราะที่ผ่านมาเขาในฐานะคนเป็นพ่อไม่สามารถทำให้แกได้ดีเท่าที่ควร...หลังจากกลับมาใช้สถานะ 'ผัวเมีย' ไตรฉัตรก็เห่อเว่อร์วังเกินเบอร์ยกใหญ่โพสต์ทั้งรูปลูก ทั้งรูปเมียอวดลงบนไอจี เฟซบุ๊กส่วนตัววันละสิบโพสต์ พาไปเปิดตัวที่บริษัทในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเพราะได้ตกลงปลงใจกันว่าจะจดทะเบียนสมรสกันก่อนและรอให้พลอยปภัสคลอดจนกระทั่งเจ้าตัวน้อยในท้องเดินได้จะมีงานวิวาห์เกิดขึ้นโดยให้ลูกเป็นสักขีพยานรักระหว่างเราซึ่งญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างก็รับรู้และเห็นด้วยในข้อตกลงของระหว่างเรา อาจมีบ้างญาติบางคนที่แอบนินทาลับหลังว่าเธอทำผิดผี ผิดประเพณี ท้องก่อนแต่งให้คนเขามาวิพากษ์วิจารณ์วงศ์ตระกูลสร้างความเสื่อมเสีย ซึ่งแน่นอนว่าเธอก็ได้ด่าตอกหน้ากลับไปแล้ว!ผ่านไปประมาณสามปีเศษ...เวลามันเดินรวดเร็วปุบปับมาก แป๊บเดียวเจ้าหนูน้อยที่อยู่ในท้องพลอยปภัสวันนั้
พลอยปภัสนิ่งเงียบ ไม่รู้ทำไมคำพูดของเจ้าสัวณรงค์เมื่อครู่จึงมีผลกระทบต่อหัวใจของเธอได้ถึงขนาดนี้ พยายามจะไม่คิดอะไรมากมายแล้วเชียวแต่ท้ายสุดแล้วมันก็ไม่สามารถหักห้ามใจได้ ผ่านไปประมาณเกือบสามชั่วโมงเต็ม ๆ ไตรฉัตรยังไม่โผล่หน้ากลับมา แม้แต่จะโทรศัพท์รายงานอย่างที่เคยเป็นบนหน้าจอก็พบเพียงความว่างเปล่า หญิงสาวรีบประคองท้องแก่ใกล้คลอดเดินลงมาชั้นล่างของบ้านชะเง้อขอมองหาเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำตอนนี้ฝนก็โหมกระหน่ำเทลงมาราวกับพายุเข้าก็ไม่ปาน ยิ่งทำให้ความกังวลถูกก่อตัวขึ้นในใจยกใหญ่ "ทำไมยังไม่กลับมานะ" รู้สึกอดเป็นห่วงเขาไม่ได้จนต้องรีบหันกลับไปเลยยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูเพื่อต่อสายโทรหาอีกฝ่ายโดยเร็ว ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ไม่รับ!" คราวนี้เริ่มเดินวกไปวนมากระวนกระวายสลับกับชะเง้อคอมองไปด้านนอกที่มีสายฝนเทกระหน่ำจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใดเป็นสิ่งใด ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่เนี่ยทำไมถึงไม่รับสาย" ก็ไม่ลดละความพยายามยกขึ้นมาแนบหูไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่เสียงที่ได้ยินตอบกลับมาก็ยังคงเป็นเช่นเดิมนั่นคือบริการฝากข้อความ ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่ลูก เป็นห่วงไอ้ว่าที่ลูกเขยป๊า
ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อย คำพูดการกระทำของเขามันกำลังทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยปรารถนาอยากให้มันเกิดขึ้นมาก่อน เธอเองก็ยอมรับว่าตลอดระยะเวลาสี่เดือนที่ผ่านมากำแพงในใจของเธอที่มันเคยถูกก่อตัวขึ้นจนสูงหนาและใหญ่จนไม่สามารถทลายพังเข้าไปด้านในได้ถูกแซะลงทีละนิดทีละนิดจนมันกัดกร่อนลงมา บ่งบอกถึงความอ่อนแอที่เธอไม่สามารถต้านทานต่อความรู้สึกของตัวเองที่มันยากจะห้ามให้เป็นไปดังที่ใจเราคิดได้ เธออ่อนลงมากกว่าเมื่อก่อนเป็นไหนๆ เปิดใจให้เขาเข้ามามีผลต่อความรู้สึกอีกครั้งหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่พยายามห้ามมันอย่างสุดกำลังแต่ก็ทำได้เพียงเท่านี้ แต่เธอก็ยังกลัว หวาดกลัวเหลือเกิน ความรู้สึกความรู้สึกเจ็บความรู้สึกทรมานคล้ายกับคนที่หมดอาลัยตายอยากในการใช้ชีวิต ตรอมใจจนกระทั่งถึงขั้นหยิบปืนขึ้นมาจ่อหัวเพื่อปลิดชีพตัวเองให้ตายตกตามมารดาและแม่นมไปมันยังติดอยู่ในความรู้สึกของเธอไม่เคยลืมเลือน มันยังกลายเป็นฝันอันโหดร้ายที่ตามหลอกหลอนเธอมาโดยตลอด เธอดึงมือออก "ฉันยอมรับนะคะว่าฉันเองก็แอบใจอ่อนให้คุณไม่น้อยแล้วเหมือนกัน แต่ฉันยังไม่พร้อมจริง ๆ " เธอตอบเพียงเท่านี้ก็เดินขึ้นไปชั้นบนของบ้านไม่พ
"โชคดีนะเนี่ยที่แกไม่มีอาการแพ้ท้องก็เลยทำงานได้ตามปกติ" เจ๊นัตตี้เอ่ยพูดขึ้นมาทำให้คนที่กำลังนั่งรับประทานเค้กช็อกโกแลตของโปรดอย่างสบายใจเฉิบอยู่หยุดชะงักเล็กน้อย หญิงสาวดูดช้อนอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะแบ่งตักคำเล็ก ๆ แล้วหันไปมองหน้าพี่สาวสุดที่รักที่ควบตำแหน่งผู้จัดการไปในตัว "ก็ดีแล้วแหละเจ๊ ฉันยังไม่พร้อมให้ใครรู้เรื่องที่ฉันกำลังท้องนี่ คงจะรอจนกว่าเคลียร์งานที่เจ๊รับเอาไว้หมดก่อนละมั้งแล้วฉันค่อยตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมกับประกาศออกจากวงการทีเดียวเลย" พลอยปภัสปรึกษาเรื่องนี้กับเจ๊นัตตี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว เธอตั้งใจว่าจะออกจากวงการอย่างถาวรเพราะมันค่อนข้างเสียสุขภาพจิตที่ต้องทนฟังกระแส ทนฟังคำวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม ซ้ำไอ้ตำแหน่งแม่เลี้ยงเดี่ยวที่คุณแม่หรือแม่นมที่เลี้ยงดูเธอมาก็จากเธอไปหมดแล้วเนี่ย มันค่อนข้างหนักและแปลกใหม่สำหรับเธอ เธอต้องเลี้ยงดูเจ้าหนูน้อยตัวคนเดียว กลัวว่าจะไม่มีเวลามากเพียงพอให้กับลูกจนลูกขาดความอบอุ่น...และที่สำคัญคือ ถ้าเธอยังอยู่ในวงการลูกของเธอก็จะกลายเป็นลูกดาราที่มีแต่คนจับจ้องทุกฝีก้าว ทำอะไรมีคอมเมนต์แห่ถล่มทลายแสดงความคิดเห็นว่าไม่ควรอย่างโน้นอย่างนี้
"แฮะ...แฮ่ม" เขาทดสอบระบบเสียงด้วยการกระแอมกระไอในลำคอก่อนจะกระโดดขึ้นยืนบนโต๊ะไม้สีน้ำตาลแล้วชูมือทั้งสองข้างผายออก "สวัสดีครับเพื่อน ๆ ทั้งหลาย กระผมไตรฉัตรหนุ่มหล่อพ่อรวยที่สุดในย่านนี้มีความจะแจ้งให้พวกท่านได้ทราบและร่วมแสดงความยินดีกับกระผมครับ"เขายืดอกออกอย่างภาคภูมิใจ ทว่านั่นไม่ใช่กับเพื่อนสนิททั้งสามที่นั่งหน้าสลอนกรอกตามองบนเพราะดันโดนลากหัวตามโทรจิกตั้งแต่เช้าตรู่ "มึงโทรตามพวกกูสามคนมาทำเชี้ยไรไม่ทราบ?" คีรินเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย เมื่อคืนกว่าเขาจะเคลียร์ออเดอร์ที่ไร่เสร็จก็ปาไปตีสามตีสี่ แล้วต้องแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ไก่ไม่โห่เพื่อขับรถมาหามันที่คอนโดเนี่ย"นั่นดิ! กูยังนอนคั่วสาวไม่อิ่มใจเลย" ธามไทถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างอดเสียดายไม่ได้เพราะเมื่อคืนเขาได้สอยดาราชื่อดังที่ปรารถนาอยากจะร่วมเตียงมานานแล้วแท้ ๆ กะว่าจะตื่นเช้าขึ้นสูบเลือดสูบเนื้อให้สาสมความอยากอีกสักหน่อย ไอ้นี่แม่งโทรยิก ๆ ท่าเดียว "เออ กูว่ามันน่าจะต้องเป็นเรื่องพิเศษหรือว่าเรื่องคอขาดบาดตายมั้ง มึงถึงให้พวกกูมาเหยียบคอนโดได้ ร้อยวันพันปีไม่เคยอนุญาตให้ใครเข้ามา" เฮียโก๋ขอทำนาย เขานี่มันเดาแม่นยิ่งกว่าแม่
"นี่คุณจะมาตามตื๊อตามตอแยอะไรฉันนักหนา ไม่มีการมีงานทำหรือไง!!" พลอยปภัสหันไปเหวี่ยงวีนใส่คนที่กำลังเดินตามติดเธอแจราวกับกาวตราช้างจนเธอหายใจหายคอไม่สะดวกเหมือนกับมีใครมาแย่งก๊าดออกซิเจนไป!ไม่รู้ทำไมช่วงนี้เธอเหม็นหน้าเขามากขึ้นเรื่อย ๆ ชนิดที่ว่าอยากอาเจียน ไม่อยากอยู่ใกล้ ไม่อยากอยู่ร่วมในพื้นที
“ยัยพลอย!!!” พิมพ์ดาวง้างมือทำท่าจะฟาดลงบนใบหน้าสวยเพื่อสั่งสอน “มา!” แต่มีหรือที่คนอย่างพลอยปภัสจะยอมให้โดนรังแกอยู่ฝ่ายเดียว เธอง้างมือตั้งท่ารับด้วยเช่นเดียวกัน “มาวัดกันไหมล่ะว่าใครจะตบแรงกว่า ตบมา ตบกลับ แต่ถ้าเกิดให้ฉันตบเนี่ยเลือดไม่กลบปากก็คงไม่หยุดหรอกนะ” “!!!” พิมพ์ดาวสะบัดมือออกด้วยควา
"ขอโทษครับ" ไตรฉัตรเดินคอตกออกมาลับ ๆ แล้วกลับไปยังโต๊ะวงเหล้าทำทุกอย่างปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งสิ้น สาบานเลยเขาไม่มีทางเล่าเรื่องพวกนี้ให้ไอ้สามตัวร้อยนั่นฟังเด็ดขาด แต่กูจดจำใบหน้าผู้หญิงที่กล้าปฏิเสธคาสโนว่าอย่างไอ้ไตรฉัตรเอาไว้แล้ว! หน้าแบบนี้ หุ่นแบบนี้ ปากแบบนี้ สักวันกูจะเอาโจ้ยยัดใ
ก่อนที่ความสัมพันธ์วงโคจรนรกนั่นจะเริ่มต้นขึ้น ครั้งหนึ่งไตรฉัตรเคยใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรี เที่ยวเตร็ดเตร่ มีความสุขอยู่ในวงเหล้าที่ห้อมล้อมไปด้วยผู้คนลักษณะนิสัยเดียวกัน "โช้นนน!!!!" เสียงแก้วเหล้ากระทบกันครั้งที่ห้าหกเจ็ดแปดของค่ำคืน ช่วงเวลาแห่งความสุข เมามายด้วยรสของสุราเมรัยที่ถูกกระดูกเข้าปา







