INICIAR SESIÓN‘มนต์พัศจ์’ หญิงสาวผู้ครอบครองกลิ่นกายหอมละมุนดั่งมวลดอกไม้ป่า และพรสวรรค์ลึกลับในการบำบัดความเจ็บปวดผ่านการสัมผัส ในโลกทุนนิยมที่ไร้ความปรานี พรสวรรค์นี้กลับกลายเป็นคำสาป ทุกคนต่างขนานนามเธอว่า ‘แม่มดขาว’ และพยายามยื้อแย่งเพื่อครอบครองหยาดเหงื่อและความสาวของเธอเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า จนกระทั่งเธอตกเป็นของกำนัลในสัญญาธุรกิจให้กับ ‘อคิน’ CEO หนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งเครืออสังหาริมทรัพย์ระดับโลก ชายหนุ่มผู้เย็นชา และเกลียดชังความอ่อนแอ ทว่าเขากลับทรมานจากโรคนอนไม่หลับเรื้อรังที่ไม่มีหมอคนไหนรักษาได้ ค่ำคืนแรกที่เขาลากเธอลงสู่เตียงกว้าง ความตั้งใจที่จะย่ำยีกลับกลายเป็นกลิ่นกายของมนต์พัศจ์ ขณะเดียวกันก็มอบความผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน อคินเปลี่ยนจากซาตานร้ายกลายเป็นคนคลั่งรักสายเปย์ ทว่าเขายังคงปากแข็งและกักขังเธอไว้ด้วยพันธนาการแห่งตัณหา ทุกครั้งที่ร่างกายหลอมรวมกัน ความร้อนแรงของบทรักผสมผสานกับความลับของตระกูลอคินที่กำลังถูกเปิดโปง ศัตรูรอบด้านเริ่มคืบคลานเข้าหาแม่มดขาวเพื่อใช้เธอเป็นเครื่องมือทำลายเขา อคินจึงต้องร้ายกับคนทั้งโลกเพื่อปกป้อง ‘ยารักษา’ เพียงสิ่งเดียวของชีวิต เขาพร้อมทุ่มเทเงินทองและอำนาจทั้งหมดที่มี เพื่อตีตราจองและกักขังเธอไว้ในกรงทองแห่งความปรารถนาตลอดไป
Ver másเสียงฝนตกกระทบกระจกดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ขณะที่พิมพ์พลอยกำลังนั่งเช็ดมือเด็กชายตัวเล็กตรงหน้าอย่างใจเย็น
“พี่พลอย…แม่ผมจะกลับมาหาผมไหมครับ” คำถามนั้นทำให้หญิงสาวชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนยิ้มบาง ๆ แล้วลูบผมเด็กเบา ๆ “ต้องกลับมาสิคะ เพราะไนซ์เป็นเด็กน่ารักขนาดนี้นี่นา” เด็กชายเม้มปากแน่น เหมือนพยายามกลั้นน้ำตา พิมพ์พลอยหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กซับแก้มให้เขาอย่างอ่อนโยน “แต่ระหว่างที่รอ พี่พลอยจะอยู่กับไนซ์เอง ดีไหม” เด็กชายพยักหน้า ก่อนโผเข้ากอดเธอแน่น ภาพนั้นทำให้พี่พยาบาลที่ยืนอยู่หน้าห้องยิ้มออกมา “แปลกนะคะ” พิมพ์พลอยเงยหน้ามอง “อะไรเหรอคะ” “ไม่ว่าเด็กคนไหนร้องไห้ พออยู่กับคุณพลอยก็หยุดร้องหมดเลย” หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ “เด็กคงแค่ต้องการคนฟังน่ะค่ะ” “ไม่ใช่แค่เด็กหรอกค่ะ ผู้ใหญ่ก็เหมือนกัน” คำพูดนั้นทำให้พิมพ์พลอยยิ้มแห้ง ๆ เธอได้ยินแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก คนรอบตัวมักพูดว่า แค่ได้อยู่ใกล้เธอก็รู้สึกสบายใจ ทั้งที่เธอไม่ได้พิเศษอะไรเลย หญิงสาวก้มลงเก็บกล่องยา ก่อนเหลือบมองนาฬิกา เกือบสามทุ่มแล้ว “เดี๋ยวพลอยกลับก่อนนะคะ” “ฝนตกหนักมากเลยนะ ให้แฟนมารับไหม” “ไม่มีแฟนค่ะ” “อ้าว แล้วคนที่มารอหน้าศูนย์ทุกอาทิตย์ล่ะ” พิมพ์พลอยชะงัก “เขาเป็นแค่คนรู้จักค่ะ” อีกฝ่ายทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ แต่ก็ไม่ได้ถามต่อ หญิงสาวหยิบกระเป๋าผ้า ก่อนเดินออกจากศูนย์ฟื้นฟูเด็กและผู้สูงอายุ ลมเย็นปะทะใบหน้าทันที ฝนตกหนักกว่าที่คิด เธอกำลังจะกางร่ม แต่ไฟหน้ารถสีดำคันหรูที่จอดอยู่ริมถนนกลับสว่างขึ้นเสียก่อน รถคันนั้นคุ้นตามาก ประตูลดลงช้า ๆ เผยให้เห็นใบหน้าหล่อคมของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านใน คิรากร วราธิป ผู้ชายที่ทั้งกรุงเทพฯ รู้จักดี ประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์อันดับต้น ๆ ของประเทศ หล่อ รวย เย็นชา และเข้าถึงยาก แต่ตอนนี้ เขากำลังมองเธอนิ่ง ๆ ผ่านสายฝน “ขึ้นรถ” น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยเหมือนเดิม พิมพ์พลอยเดินเข้าไปใกล้ “คุณคิระมาทำไมคะ” “มารับ” “พลอยกลับเองได้ค่ะ” “ฝนตก” “นิดเดียวเอง” ชายหนุ่มมองเธอเงียบ ๆ ก่อนเปิดประตูรถกว้างกว่าเดิม “อย่าให้พูดซ้ำ” พิมพ์พลอยเม้มปาก เธอไม่เคยชนะเขาเลยสักครั้ง สุดท้ายจึงยอมขึ้นรถเงียบ ๆ กลิ่นน้ำหอมสะอาดเย็น ๆ ของเขาลอยมาแตะปลายจมูก ภายในรถเงียบมาก เงียบจนเธอได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง “วันนี้เหนื่อยไหม” เขาถามทั้งที่ยังมองถนน “นิดหน่อยค่ะ” “กินข้าวหรือยัง” “ยังเลย” คิรากรเหลือบมองเธอทันที สายตาคมเข้มนั้นทำให้พิมพ์พลอยรีบอธิบาย “งานยุ่งนิดหน่อยค่ะ” “ทำไมไม่กิน” “พลอยไม่หิว” ชายหนุ่มเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนหักพวงมาลัยเลี้ยว “เอ๊ะ…นี่ไม่ใช่ทางกลับคอนโดนะคะ” “ไปกินข้าว” “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวพลอย—” “ผอมเกินไปแล้ว” เขาพูดแทรกเสียงเรียบ “ฉันไม่ชอบ” หัวใจของเธอสะดุดไปวูบหนึ่ง คิรากรเป็นแบบนี้เสมอ ชอบพูดอะไรตรง ๆ จนคนฟังตั้งตัวไม่ทัน หญิงสาวหันไปมองหยดฝนบนกระจกแทน เพื่อซ่อนแก้มที่เริ่มร้อน แต่เธอไม่รู้เลยว่า… ตั้งแต่วินาทีที่เธอขึ้นรถมา สายตาของชายหนุ่มแทบไม่เคยละจากเธอเลย เหมือนคนที่อดทนมานาน และกำลังใกล้หมดความอดทนเต็มที “พิมพ์พลอย” “คะ” “ช่วงนี้มีคนมายุ่งกับเธอเยอะเหรอ” คำถามนั้นทำให้เธอหันกลับไปมอง “ไม่มีนะคะ” “ผู้ชายคนนั้นล่ะ” “คนไหน” “คนที่ยืนคุยกับเธอหน้าศูนย์เมื่อวาน” พิมพ์พลอยนิ่งไป เขาเห็นด้วยเหรอ “เขาเป็นผู้ปกครองเด็กค่ะ” “แต่เขามองเธอไม่เหมือนผู้ปกครอง” น้ำเสียงของคิรากรยังเรียบเหมือนเดิม แต่ยิ่งเรียบเท่าไร กลับยิ่งน่ากลัว หญิงสาวหัวเราะแห้ง ๆ “คุณคิระคิดมากแล้วค่ะ” รถเลี้ยวเข้าลานจอดของร้านอาหารหรู แต่ก่อนที่พิมพ์พลอยจะเปิดประตูลงรถ มือใหญ่กลับคว้าข้อมือเธอไว้ก่อน เธอชะงัก หัวใจเต้นแรงขึ้นทันที “คุณคิระ…?” ชายหนุ่มมองเธอนิ่ง สายตาคมเข้มไล่มองตั้งแต่ดวงตา แก้ม จนถึงริมฝีปากของเธอช้า ๆ “ฉันไม่ชอบให้ใครมองเธอ” เสียงทุ้มต่ำดังอยู่ใกล้มาก ใกล้จนเธอแทบหายใจไม่ออก “แล้วก็ไม่ชอบ…” นิ้วของเขาค่อย ๆ ลูบข้อมือเธอเบา ๆ “เวลามีคนคิดจะเอาเธอไปจากฉัน” หัวใจของพิมพ์พลอยกระตุกแรง เพราะนี่เป็นครั้งแรก… ที่คิรากรพูดเหมือนเธอเป็น “ของเขา” และสายตาที่เขามองเธอตอนนี้ มันอันตรายเกินกว่าจะถอยหนีทันแล้ว“คิรภพ...คือพ่อของพี่คิระ” คำพูดของต้นน้ำยังคงดังก้องอยู่ในห้อง ความเงียบเข้าปกคลุมทุกคน หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก พิมพ์พลอยรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุน สมองว่างเปล่า หัวใจเย็นเฉียบ เพราะถ้าสิ่งที่วรินทร์พูดเป็นความจริง และถ้าสิ่งที่ต้นน้ำเห็นเป็นความจริงเช่นกัน นั่นหมายความว่า... เธอกับคิรากรอาจมีสายเลือดเดียวกัน “ไม่จริง” คิรากรพูดขึ้นเป็นคนแรก น้ำเสียงหนักแน่น จนทุกคนหันมอง “ผมไม่เชื่อ” “คิระ...” ธนกฤตเรียกเบา ๆ “ยังไม่มีอะไรยืนยัน” ชายหนุ่มกำหมัดแน่น ก่อนหันไปมองพิมพ์พลอย หญิงสาวกำลังนั่งนิ่ง ใบหน้าซีดขาว ดวงตาแดงก่ำ ภาพนั้นทำให้หัวใจของเขาเจ็บอย่างบอกไม่ถูก “ฟังฉันนะ” เขาเดินเข้าไปนั่งตรงหน้าเธอ “เราจะไม่สรุปอะไรจากคำพูดคนตายหรือภาพนิมิต” “...” “จนกว่าจะมีหลักฐานจริง” พิมพ์พลอยเม้มปากแน่น ก่อนพยักหน้าช้า ๆ แม้ในใจจะสับสนจนแทบแตกสลาย ... เช้าวันรุ่งขึ้น คิรากรสั่งการทันที “ตรวจ DNA” ธนกฤตพยักหน้าเห็นด้วย “นั่นคือวิธีที่เร็วที่สุด” “ตรวจของใครบ้างคะ” พิมพ์พลอยถาม “ของฉัน” คิรากรตอบ “ของเธอ” “..
หลังเหตุการณ์ในงานประมูลการกุศลผ่านไปได้สามวัน ชีวิตของพิมพ์พลอยดูเหมือนจะกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง อย่างน้อยก็ภายนอก ... แต่ลึก ๆ แล้ว เธอรู้ดีว่าทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไป ... ชื่อของเธอเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง หลังคลิปเหตุการณ์ที่เธอช่วยชีวิตนักธุรกิจสูงวัยในงานถูกเผยแพร่ออกไป หลายคนเรียกเธอว่า “แม่มดขาว” ... ผู้หญิงที่สามารถเยียวยาหัวใจผู้คนได้ ... แม้เจ้าตัวจะไม่ชอบฉายานั้นเลยก็ตาม ... “พี่พลอยดังใหญ่แล้วนะ” ต้นน้ำพูดพลางยื่นโทรศัพท์ให้ดู ... หน้าจอเต็มไปด้วยบทความข่าว และโพสต์จากผู้คนมากมาย ... บางคนชื่นชม บางคนอยากร่วมงาน และบางคน อยากได้ตัวเธอไปร่วมองค์กรของตัวเอง ... “น่ากลัวมากกว่านะ” พิมพ์พลอยถอนหายใจ ... ชื่อเสียงที่มาเร็วเกินไป ไม่เคยเป็นเรื่องดี ... โดยเฉพาะสำหรับคนธรรมดาอย่างเธอ ... “ผมไม่ชอบเลย” ต้นน้ำพึมพำ ... “ทำไมล่ะ” ... เด็กชายเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนตอบเบา ๆ ... “ผมรู้สึกเหมือนจะมีคนแย่งพี่ไป” ... คำตอบนั้นทำให้พิมพ์พลอยหัวเราะออกมา ก่อนลูบหัวเด็กชายอย่างเอ็นดู ... “ไม่มีใครแย่งพี่ไปไหนหรอก” ... แต่คำพูดนั้น กลับทำให
เปลวไฟยังคงลุกโชน เสียงไซเรนดังระงมอยู่ด้านนอกโกดัง เจ้าหน้าที่หลายคนกำลังควบคุมสถานการณ์ แต่สำหรับพิมพ์พลอย เธอแทบไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว คำพูดสุดท้ายของวรินทร์ยังคงดังก้องอยู่ในหัว "พ่อของเธอไม่ใช่ธนกฤต" "คิรภพ..." ชื่อนั้นเหมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงกลางทะเลสาบ ก่อให้เกิดคลื่นกระแทกไปทั่วชีวิตของเธอ “พลอย” เสียงคิรากรดังขึ้นเบา ๆ เขายังคงกอดเธอเอาไว้ กันเศษซากและความวุ่นวายจากรอบด้าน “เราต้องออกจากตรงนี้ก่อน” หญิงสาวพยักหน้าช้า ๆ แต่ขาของเธอแทบไม่มีแรง ... หนึ่งชั่วโมงต่อมา เพนต์เฮาส์ของคิรากร ห้องนั่งเล่นเงียบผิดปกติ ทุกคนอยู่พร้อมหน้า คิรากร พิมพ์พลอย ธนกฤต รวมถึงต้นน้ำที่ถูกพามาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย “คิรภพ” ธนกฤตเป็นคนแรกที่พูดชื่อนั้นออกมา สีหน้าของเขาหนักอึ้งอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน “ผมนึกว่าเขาตายไปแล้ว” “เขาเป็นใครคะ” พิมพ์พลอยถามทันที ธนกฤตเงียบไปพักใหญ่ เหมือนกำลังรวบรวมความกล้า ก่อนตอบ “เขาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิแสงอรุณ” “...” “และเป็นคนที่แม่ของเธอรัก” หัวใจของพิมพ์พลอยกระตุกแรง “หมายความว่า...” “ใช่” ธนกฤตหลับตาลง “ฉันเคยรักแม่
“คุณ...” วรินทร์ถอยหลังหนึ่งก้าว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ “ไม่นึกว่าจะเป็นคุณ” ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มเดินออกมาจากเงามืดช้า ๆ ใบหน้าสุภาพเหมือนทุกครั้ง รอยยิ้มบาง ๆ ยังคงอยู่ ราวกับไม่ได้กำลังตามล่าใครอยู่ เลขาคนสนิทของคิรากร คนที่อยู่ข้างประธานหนุ่มมาหลายปี “ผมก็ไม่คิดว่าคุณจะหนีมาได้ไกลขนาดนี้” เลขาพูดเรียบ ๆ ก่อนมองบาดแผลบนตัววรินทร์ “น่าเสียดาย” “คุณทำงานพลาด” วรินทร์หัวเราะในลำคอ แม้เลือดจะไหลจากมุมปาก “คนที่พลาดไม่ใช่ผม” “...” “แต่เป็นพวกคุณ” รอยยิ้มของเลขาค่อย ๆ จางหาย “ยังปากดีเหมือนเดิม” “แล้วคุณล่ะ” วรินทร์กำหมัดแน่น “หลอกทุกคนมานานกี่ปีแล้ว” ความเงียบปกคลุมไปชั่วขณะ ก่อนเลขาจะถอนหายใจเบา ๆ “นานพอจะรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับคิรากร” “...” “และนานพอจะเข้าใกล้หมายเลข 7” ... สามทุ่มตรง รถของคิรากรจอดหน้าโกดังร้างริมแม่น้ำ พื้นที่รอบข้างเงียบผิดปกติ ลมเย็นพัดผ่าน ส่งเสียงหวีดหวิวชวนขนลุก “ฉันไม่ชอบเลย” คิรากรพูดเสียงต่ำ “มันเงียบเกินไป” ธนกฤตพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนสั่งทีมรักษาความปลอดภัยกระจายกำลัง พิมพ์พลอยสูดลมหายใจลึก พยายามควบคุมความตื่นเต้น





