บททั้งหมดของ พร่ำแต่จะรัก: บทที่ 11 - บทที่ 20

77

บทที่ 11

“พาย?”“ขา…” คนเคลิ้มไปครู่หนึ่งขานตอบเสียงหวาน พอเขาเลิกคิ้วก็กะพริบตาตอบใหม่ “พี่ธีร์มาตอนสายใช่มั้ย ตอนนั้นพายออกไปส่งเค้กให้ลูกค้าค่ะ กลับมาก็ทำงานยุ่งทั้งวัน แล้วตอนเย็นเพื่อนก็แวะมาหาอีก พายเลยไม่ทันได้ดูว่าบ้านนี้มีคนเข้ามาอยู่แล้ว จนเมื่อเช้าพี่ที่อยู่บ้านข้างๆ มากระซิบบอก พายถึงรู้ ก็ไม่คิดว่าจะเป็นพี่ธีร์ไปได้”“อืม พี่ก็ไม่คิดว่าจะมีพายเป็นเพื่อนบ้านเหมือนกัน”“โลกกลมดีนะคะ พายก็กะจะมาทำความรู้จักเพื่อนบ้านคนใหม่สักหน่อย...” พูดแล้วก็นึกได้ว่าตนเองมาทำไม เลยยิ้มแหยบอกเขา “ลืมไปเลยค่ะ นี่เป็นเค้กมะยงชิดกับคุกกี้ธัญพืชที่พายทำเอง ไม่รู้ว่าเพื่อนบ้านคนใหม่เป็นพี่ธีร์ ไม่งั้นคงทำเค้กที่พี่ชอบมาให้แล้ว”“อันนี้พี่ก็ชอบ” ธีร์บอกเสียงนุ่ม ขณะยื่นมือไปรับของมา สายตาที่หลุบมองกล่องขนมฉายแววลุ่มลึก ไม่คิดว่าผ่านมานานขนาดนี้แล้ว น้องกลับยังจำได้ว่าเขาชอบขนมหวานชนิดนี้มาก ชายหนุ่มยิ้มบางมองคนความจำดีด้วยสายตาอ่อนโยนขึ้น “อยากเข้ามานั่งในบ้านพี่ก่อนมั้ย”
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 12

...ห้องแชทเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีสติกเกอร์ตกใจส่งมารัวๆ จนเธอส่งอะไรไม่ได้ หน้าจอเหมือนจะค้างไปเลยพอไม่เห็นเธอตอบ ประวีร์จึงเริ่มวิดีคอลกลุ่ม รจนากดเข้าร่วมในทันทีคนตอบไม่ทันได้แต่ค้อนลมค้อนแล้ง ก่อนจะกดเข้าร่วม เสียงแหลมๆ ของประวีร์ดังรัวมาก่อนเลย“แกเจอพี่ธีร์แล้วเหรอ! ไปเจอที่ไหน เจอเมื่อไหร่ เล่ามาซิ!”“เมื่อกี้ แถวๆ บ้านนี้แหละ” ตอบไปยิ้มๆ“แถวบ้าน? บ้านแกอะนะ? ยังไงวะ เขาเป็นลูกค้าสั่งเค้กของแกงั้นหรอ” รจนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ก่อนจะทำหน้างงถามต่อ “ไหนเมื่อวานแกบอกว่ารอบส่งวันนี้ไม่มีออเดอร์เค้กวันเกิดไง”“ไม่ใช่ลูกค้า” ภคมณบอกนัยน์ตาเป็นประกาย “จำที่ฉันบอกว่าบ้านข้างๆ ถูกขายต่อแล้วได้มั้ย”“จำได้”เมื่อเพื่อนพากันพยักหน้ากลับมา เธอก็สูดหายใจเข้าลึกๆ ยกมือกุมหัวใจที่เริ่มเต้นแรงขึ้นมาเอาไว้ แล้วค่อยบอกไปเสียงตื่นเต้น“เจ้าของบ้านคนใหม่คือพี่ธีร์! อ๊ายยยย”“...”“อย่าเงียบดิ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 13

แต่ไรมา ธีร์เป็นคนประเภทคิดก่อนลงมือทำ ก่อนไปเรียนต่อเมืองนอก เขาก็วางแผนไว้แล้วว่าเรียนจบจะทำงานหาประสบการณ์อยู่ที่นั่นก่อน อายุสักสามสิบค่อยกลับเมืองไทยพอเรียนจบปริญญาตรี เขาก็หางานทำพร้อมเรียนต่อปริญญาโทไปด้วย ค่อยๆ ไต่เต้าจนได้เป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญของสายงานลงทุนและวางแผนการเงินในบริษัทระดับโลก เขาคร่ำหวอดอยู่ในเส้นทางการเงินมาตลอดหลายปี จนถึงวันที่ต้องเดินทางกลับประเทศตามที่วางแผนเอาไว้แน่นอนว่าธีร์ย่อมวางแผนชีวิตหลังย้ายกลับประเทศเอาไว้เช่นกัน...เขาจะกลับมาเปิดบริษัทวางแผนการเงินช่วงปีสุดท้ายของการทำงานที่เมืองนอก ธีร์ก็ได้เริ่มดำเนินการเรื่องเปิดบริษัทแล้ว โดยหุ้นกับเขมรุจ เพื่อนนักเรียนนอกที่บินกลับไทยตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรี เมื่อเขากลับเมืองไทย บริษัทก็เปิดตัวมากว่าครึ่งปีแล้วธีร์มีเวลาพักผ่อนอยู่บ้านก่อนเริ่มงานแค่ไม่กี่วัน เพราะมีงานค้างรออยู่เต็มโต๊ะ ไหนจะต้องให้คำปรึกษาวางแผนการเงินกับลูกค้าอีก ลูกค้าเหล่านี้ส่วนหนึ่งมาจากคนที่เคยร่วมงานกับเขาตอนอยู่เมืองนอก เคยเห็นความสามารถในการทำงานของเขามาแล้ว อีกส่วนเป็นเพื่อนนักเรียนนอกและค
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 14

“ไม่ใช่หรอก ทางมหา’ลัยแค่เชิญพี่มาสอนพิเศษน่ะ นัดคุยเรื่องรายละเอียดงานกันวันนี้” การรับเชิญมาบรรยายเรื่องการวางแผนทางการเงินเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้ผลตอบรับจากนักศึกษาและอาจารย์ในมหาวิทยาลัยดีเกินคาด ทางนั้นจึงติดต่อมาเชิญเขาไปเป็นอาจารย์พิเศษเทอมหนึ่ง สอนสัปดาห์ละครั้ง ธีร์คิดว่าน่าสนใจดี จึงนัดหมายคุยรายละเอียดกันในวันนี้ คุยเสร็จแล้วก็จะกลับบ้านไปให้มารดาเห็นหน้า“เกือบเข้าใจว่าพี่ธีร์เป็นอาจารย์มหา’ลัยไปแล้วนะเนี่ย”รอจนรถเข้าถนนที่ตรงไปทางมหาวิทยาลัย ชายหนุ่มจึงหันมองคนทำหน้ายู่ยิ้มๆ “พี่ทำงานเกี่ยวกับการเงินครับ ช่วยวางแผนการเงินให้คนอื่นน่ะ”“ฟังน่าสนใจจัง พายนี่ไม่สันทัดเรื่องการเงินเลย ทุกวันนี้นอกจากทำประกันต่างๆ แล้ว พายก็เก็บเงินไว้ในธนาคาร รอกินดอกเบี้ยอย่างเดียวเลย”วิกฤตการเงินของครอบครัวเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ภคมณค่อนข้างระวังเรื่องการใช้เงิน ไม่กล้าสุรุ่ยสุร่าย ได้เงินมาก็เอาไปเข้าบัญชีเงินฝากเสียส่วนใหญ่ เหลือใช้และเก็บเป็นเงินสำรองหมุนเวียนของร้านกับเงินฉุกเฉินแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 15

ขายทิ้งไปแล้ว…ธีร์นิ่วหน้ากับคำตอบที่ได้ ด้วยจำได้ว่าภคมณเป็นคุณหนูบ้านรวยคนหนึ่ง บ้านเขากับบ้านเธออยู่ในย่านคนมีฐานะในระดับหนึ่ง แต่ละหลังสนนราคาหลายสิบล้าน ถ้าขายบ้านนั้นทิ้งเพื่อย้ายมาอยู่ในบ้านราคาไม่กี่ล้านแบบนี้ แสดงว่าฐานะการเงินของบ้านเธอต้องมีปัญหาแน่ๆแม้ในใจจะนึกสงสัย แต่เขาก็ไม่ได้ถามลึกลงไปอีก แค่ถามในประเด็นที่พอจะถามได้“แล้วพายอยู่กับใคร พี่เห็นบางวันมีคนอยู่เยอะเลย”“พายอยู่คนเดียวค่ะ”คราวนี้เขาหันมองขวับ “อยู่คนเดียว?”“ค่ะ” ภคมณพยักหน้ารับยิ้มๆ “ตอนแรกก็อยู่กับแม่ พอแม่ย้ายไปอยู่เมืองนอกกับพ่อเลี้ยง พายเลยอยู่คนเดียว”ขายบ้านไม่พอ ยังมีพ่อเลี้ยงอีกธีร์จับประเด็นสำคัญอยู่ในใจ ขณะหันกลับไปมองถนนต่อ ดูเหมือนจะมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นกับครอบครัวของน้องคนนี้จริงๆ สักพักเขาก็เปรยถามว่า “เป็นผู้หญิง อยู่คนเดียวแบบนี้ พายไม่กลัวเหรอ”“กลัวสิคะ ติดทั้งกล้องวงจรปิด ทั้งระบบกันขโมย เรียกเพื่อนมาหาแทบทุกวัน ไม่ค่อยได้อยู่คนเดียวหรอกค่ะ ที่โชคดีอีกอย่างคือหมู่บ้านเราดูแลลูกบ้านดีมาก เพื่อนบ้านก็น่ารักอย่างที่บอก ตั้งแต่พายอยู่ที่นี่มา ไม่มีเรื่องให้กังวลเลยค่ะ”“เจ้าของเก่าบอ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 16

“นี่คุณ! ฉันพูดกับคุณอยู่นะ”คนคิดเพลินในใจปั้นยิ้มแม่ค้าบอกเสียงอ่อน “ขอโทษที่ไม่ได้เผื่อเวลาให้ดีนะคะ ครั้งต่อไปเราจะไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกแน่นอนค่ะ” พอเธออ่อนไป อีกฝ่ายก็ถอนใจพูดด้วยสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อย“เอาเถอะค่ะ ขนมอยู่ไหนล่ะคะ ฉันจะให้เด็กๆ ไปช่วยขน”“อยู่ทางนี้ค่ะ” รีบบอกพลางเดินนำไปที่รถคันงาม ซึ่งถูกใช้เป็นรถขนขนมในวันนี้ ยังเดินไม่ถึงรถ คนขับกิตติมศักดิ์ก็เปิดประตูลงมาหาก่อน“ยกลงหมดเลยใช่มั้ย พายหวาน”ภคมณเกือบละลายไปกับเสียงนุ่มที่เอ่ยชื่อตน ขาเรียวเดินแทบไม่ตรงทาง เพราะใจสั่นหวั่นไหว แต่พอเห็นธีร์เปิดท้ายรถก้มลงไปหิ้วถุงใบใหญ่ที่ใส่ชุดขนมเบรกไว้กว่า 20 ชุด ต่อถุง ออกมาให้ เธอก็รีบเดินไปห้าม“พี่ธีร์ทำอะไรคะ ไม่ต้องมาช่วยขนเลย เดี๋ยวพวกพายขนเองค่ะ”ธีร์เบี่ยงตัวหลบมือเล็กที่ยืนมาแย่งถุงในมือ “ไม่เป็นไร แค่นี้เอง”ด้านอาจารย์สาวใหญ่กับนักศึกษาหนุ่มสาวพากันทำตาโตยิ่งกว่าภคมณอีกนี่ไม่ใช่หนุ่มหล่อมากความสามารถที่มาสอนบรรยายพิเศษในมหาวิทยาลัยเมื่อสัปดาห์ก่อนหรอกเหรอ!วันนี้ภาควิชาการเงินมีการบรรยายพิเศษอะไรอีก ทำไมไม่เห็นมีประกาศบอก หรือพวกเขาจะรู้กันแค่คนในคณะ คนอยู่ค
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 17

“ใครช่วยพามาส่งขนมนะ?”“พี่ธีร์” ภคมณอมยิ้มบอกย้ำกับรจนาที่ถูกเธอสุ่มเรียกมารับหลังแยกกันกับธีร์ โชคดีที่อีกฝ่ายว่างอยู่พอดี เลยให้คนขับรถเอารถตู้ออก พาลูกสาวตัวกลมมาหาเธอทันที ตอนนี้กำลังนั่งรถไปหาข้าวกลางวันกินกัน แม่ๆ ก็คุยกันไป ส่วนเด็กหญิงมัลลิกาก็หลับอุตุอยู่ที่เบาะเซฟตี้ของแกพอได้ยินชัดๆ ว่าใครพาเพื่อนมาส่งขนม รจนาก็ถึงกับทำตาโต “ทำไมพี่ธีร์ถึงมาส่งแกได้ล่ะ ไหนว่าไม่ค่อยได้เจอกันไง!”“วันนี้ได้เจอกันพอดีไง” ว่าแล้วก็เล่าเรื่องอิ่มอกอิ่มใจในเช้านี้ให้เพื่อนฟังแบบอารมณ์มาเต็ม ยังตบท้ายด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้ม “ตอนที่พี่ธีร์บอกอาจารย์นั่นว่า ผมไม่ได้เสียเวลามาส่งขนมให้คุณ ผมเสียเวลามาส่งคนของผม ฉันนี่ระทวยไปหมดเลย ส่วนอาจารย์นั่นก็เหวอไปเลยค่ะ สะใจเป็นบ้า!”“เบาได้เบา นั่นลูกค้าหล่อนนะยะ”“ไม่สน หึ! ฉันไปส่งตรงเวลา นางบอกไปช้า แล้วพอเห็นพี่ธีร์มาด้วย หน้าหงิกๆ นั่นก็บานเป็นกระด้งเชียว บ้าบอ!”รจนาหัวเราะลั่น เมื่อเห็นว่าตอนนี้คนเล่าก็ทำ ‘หน้าหงิก’ อยู่เหมือนกัน “แกไม่พอใจที่ลูกค้าเหวี่ยงไม่มีเหตุผล หรือเพราะนางเหล่พี่ธีร์กันแน่เนี่ย”“เพราะไม่มีเหตุผลอยู่แล้ว!”“หรา”สีหน้ารู้ทันนั่
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 18

บ้าน ‘รณวัฒน์’ ในวันนี้ค่อนข้างคึกคัก เพราะคุณผู้หญิงได้รับแจ้งจากลูกชายสุดที่รักว่าจะเข้ามาหาในตอนเที่ยง จึงเข้าครัวเตรียมอาหารที่เขาชอบไว้รอตั้งแต่เช้า พอธีร์มาถึงก็มีเด็กมาเชิญเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่บิดามารดานั่งรออยู่ทันที“มาแล้วเหรอลูก มาๆ นั่งข้างแม่นี่” คุณรุจีผละจากสามีที่นั่งอ่านหนังสือกอล์ฟรออยู่ด้วยกัน ลุกไปจูงแขนลูกชายมานั่งข้างๆ กวาดสายตามองเขาทั้งตัวรอบหนึ่ง เอ่ยด้วยสีหน้าปวดใจ “ทำไมผอมแบบนี้ นี่ลูกได้กินข้าวกินปลาบ้างมั้ย อย่าเอาแต่ทำงานงกๆ ต้องดูแลตัวเองด้วยสิ”“ผ่านช่วงนี้ไปก็ไม่ยุ่งแล้วละครับ” ธีร์ตอบเสียงนุ่มหลังจิบน้ำเย็นๆ ที่เด็กรับใช้ยกมาเสิร์ฟดับร้อน พอหันไปสบตาบิดาเข้าก็ทำหน้าแปลกใจถาม “วันนี้พ่อบอกจะไปออกรอบกับเพื่อนไม่ใช่เหรอครับ”คุณชนาธิปยักไหล่บอก “ก็ว่าจะไปอยู่ แต่เมียไม่ให้ไปน่ะ”“ก็ลูกจะมาหา คุณไปออกรอบกับเพื่อนแทบทุกวัน เว้นไปสักวันคงไม่เป็นไรหรอกค่ะ”สองพ่อลูกฟังแล้วสบตากันยิ้มๆ ไม่พูดถึงประเด็นนี้ให้คุณผู้หญิงขุ่นเคืองอีก คุณผู้หญิงเห็นแล้วมองค้อนใส่ ก่อนจะถอนใจพูดกับธีร์“แม่ว่ากลับมาอยู่บ้านเราดีกว่า จะออกไปอยู่คนเดียวให้ลำบากทำไมก็ไม่รู้”“ลำบากอ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 19

ความกังวลใจว่าจะไม่มีรถใช้งานในวันสองวันนี้สลายไป เมื่อช่างจากอู่ซ่อมรถที่ธีร์แนะนำ ได้มาจัดการให้อย่างรวดเร็วในตอนบ่ายที่แท้ภคมณขับไปเหยียบตะปูดอกใหญ่จากไหนไม่รู้ ทีมช่างน่าจะเดาไว้แล้ว เลยเอายางมาเปลี่ยนให้ด้วย ใช้เวลาจัดการไม่นานก็เสร็จเรียบร้อยภคมณจำได้ทันทีว่าหนึ่งในช่างคือตะวันฉาย เพื่อนสนิทของธีร์ในตอนนั้น แต่ดูเหมือนเขาจะจำเธอไม่ได้ ทั้งที่ตอนนั้นเป็นหัวโจกส่งเสียงแซวเธอตอนเอาเค้กไปให้ธีร์เป็นประจำ พอนึกถึงตอนนั้นแล้วเธอก็หมั่นไส้ ทำเป็นจำเขาไม่ได้ซะเลยคล้อยหลังช่างจากอู่ซ่อมรถพากันกลับไปไม่นาน ผู้ช่วยหนึ่งเดียวของร้านพายหวานก็ขี่รถมอเตอร์ไซค์คันเล็กมาจอดหน้าบ้าน ภคมณปล่อยให้แม่ลูกเล่นกันไปก่อน ระหว่างที่ตนลุกไปเปิดประตูให้อีกฝ่าย“เข้ามาๆ กินอะไรมาหรือยังล่ะเรา”สาวน้อยผมยาวประบ่า หน้าตานวลเนียน อายุยี่สิบหยกๆ แต่งตัวง่ายๆ ด้วยเสื้อยืดกับกางเกงขายาว ก้าวลงจากรถคันเล็กมายกมือไหว้ภคมณเหมือนทุกวัน แล้วจึงตอบ“แวะกลับไปกินกับยายมาแล้วค่ะ ช่วงนี้ยายไม่ค่อยกินข้าวเลย”ภคมณได้ยินแล้วก็นิ่วหน้าถาม “ไม่สบายป่าว พาไปหาหมอยัง”“ยังค่ะ พอบอกจะพาไปหาหมอ ยายก็กินเก่งขึ้นมาเลย”คำพูดขำๆ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 20

สองเจ้านายลูกน้องแยกย้ายกันลงมือทำงานอย่างแข็งขันเริ่มจากเตรียมอุปกรณ์และวัตถุดิบเป็นอันดับแรก ซึ่งอุปกรณ์ทั้งหลายจะถูกทำความสะอาดและเก็บเข้าที่เดิมหลังจากใช้งานทุกวัน ในส่วนของวัตถุดิบต่างๆ ก็สั่งมาสต๊อกไว้พร้อม สามารถหยิบออกมาใช้ได้เลยเมื่อเตรียมของที่ต้องใช้เสร็จแล้ว ก็เริ่มทำแป้งพายก่อน เพราะหลังจากผสมแป้งเสร็จก็ต้องเอาไปแช่ตู้เย็นให้เซตตัวเป็นชั่วโมง ถึงจะนำออกมาคลึงกรุลงในพิมพ์ แล้วนำไปอบต่อได้ เสร็จจากทำแป้งพายก็เป็นคิวของเนื้อเค้ก ซึ่ง ‘พายหวาน’ จะใช้เนื้อสปันจ์เค้กเป็นหลักภคมณดัดแปลงสูตรมาจากเค้กญี่ปุ่นอีกที สูตรนี้จะให้รสสัมผัสเบานุ่มละมุนลิ้น หอมหวานกำลังดี ส่วนชีสเค้กกับพายต่างๆ เธอดัดแปลงมาจากฝั่งอเมริกา เจ้าสปันจ์เค้กนี้ วันนี้ต้องทำถึง 4 รสชาติ คือ นมสดฮอกไกโด ช็อกโกแลต เรดเวลเวต และแครอท ปริมาณคูณสามทุกรสชาติ ทว่าคนผลิตกลับมีอยู่แค่สองคน พื้นที่ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร จึงต้องผสมแป้งไปทีละรสชาติ ด้วยความใส่ใจทุกขั้นตอน ก่อนนำเข้าอบในเตาที่อุ่นไว้จนได้อุณหภูมิที่ต้องการเป็นบุญที่ภคมณลงทุนกับเครื่องทุ่นแรงแบบไม่อั้น ด้วยมองไกลว่าอาจจะได้ขยายกิจการในอนาคต พวกเธอเลยมีทั้งเคร
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123456
...
8
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status