تسجيل الدخولสามปีก่อน เขาหายไปจากชีวิตพร้อมใบหย่า ทิ้งให้เธอต้องเผชิญโลกกว้างเพียงลำพังพร้อมสายเลือดของเขาที่เขาไม่มีวันได้รู้ วันนี้ 'คีริน' อดีตสามีกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในฐานะท่านประธานผู้ทรงอิทธิพล แต่ในสายตาของเขา 'มัทนา' กลายเป็นผู้หญิงแพศยาที่แต่งงานใหม่กับศัตรูคู่อาฆาตทางธุรกิจของเขาอย่าง 'ธันวา' ความโกรธแค้นและทิฐิทำให้เขาใช้เล่ห์เหลี่ยมล่อลวงเธอด้วยสัญญาจ้างงานฉบับหนึ่ง ดึงเธอเข้าสู่กรงขังในฐานะพนักงานใต้บังคับบัญชา ปล่อยให้เธอถูกตราหน้าว่าเป็นเด็กเส้น และเผชิญกับการกลั่นแกล้งสารพัดเพื่อลงโทษที่เธอกล้าทรยศเขา! เธอต้องทนก้มหน้าทำงานเพื่อเงินส่งเสียลูกชาย โดยไม่รู้เลยว่า ทุกครั้งที่เธอเจ็บปวด หัวใจของเขากลับร้าวรานยิ่งกว่า... "หย่ากันแล้ว ฉันจะอยู่กับใครมันก็เรื่องของฉัน!" "งั้นก็จำใส่หัวไว้มัทนา... ว่าตราบใดที่สัญญายังไม่หมด ตัวเธอเป็นของฉัน!"
عرض المزيدมัทนาคิดว่าตัวเองตาฝาดไป.. แต่ต่อให้เธอจะกะพริบตาซ้ำ ๆ อีกกี่ครั้ง ภาพตรงหน้าก็ยังคงไม่เปลี่ยนไป ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงนั้นยังคงเป็นคนเดิม
คีริน.. อดีตสามีที่อันตรธานหายไปจากชีวิตของเธอนานกว่าสามปี ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายกระตุกวูบอย่างรุนแรงจนตั้งตัวไม่ทัน ตอนที่เห็นเขายืนอยู่ไม่ไกลนักท่ามกลางผู้คนพลุกพล่านในงานกิจกรรมครอบครัวของโรงเรียนอนุบาล แต่สิ่งที่ทำให้หญิงสาวต้องชะงักคือภาพของผู้หญิงหน้าตาสะสวยคนหนึ่งที่เคียงข้างเขาอยู่ และที่สะเทือนใจยิ่งกว่า.. คือมืออีกข้างของคีรินกำลังเกาะกุมมือเล็ก ๆ ของเด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่ง ซึ่งมีอายุอานามไล่เลี่ยกับคินน์ลูกชายของเธอ ภาพตรงหน้าดูอบอุ่นและสมบูรณ์แบบเสียจนคนมองรู้สึกร้าวราน มัทนารู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นเอื้อมมาบีบเค้นหัวใจของเธออย่างโหดร้าย ทั้งที่เธอและเขาหย่าขาดจากกันไปนานแล้ว ทั้งที่เธอบอกตัวเองว่าควรจะเลิกสนใจเรื่องของเขาได้แล้ว ..แต่ทำไมข้างในมันถึงยังเจ็บปวดเจียนตายเช่นนี้ "แม่ครับ" เสียงเล็กดังขึ้นข้างกาย หญิงสาวสะดุ้งเฮือกพลันได้สติ รีบก้มลงมองลูกชายตัวน้อยที่กำลังยืนเงยหน้ามองเธอด้วยดวงตาใสแจ๋ว มือป้อม ๆ เอื้อมมาเกาะชายเสื้อของเธอไว้แน่น สัมผัสจากลูกดึงความทรงจำที่แตกสลายให้กลับคืนมา มัทนารีบโอบดึงร่างของหนูน้อยเข้ามาชิดตัวทันที เหมือนกับหวาดกลัวว่าเพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียว คีรินจะหันมาเห็นเด็กคนนี้.. "อยู่ใกล้ ๆ แม่นะครับคนเก่ง" เธอกระซิบเสียงแผ่วแล้วลูบศีรษะลูกชายเบา ๆ เพื่อปลอบประโลมดวงใจที่สั่นระรัวของตัวเอง โชคดีเหลือเกินที่อีกฝ่ายไม่ได้หันมองมาทางนี้ ในอีกมุมหนึ่งของงานกิจกรรมที่แสนวุ่นวาย.. คีรินทอดสายตามองฝ่าฝูงชนไปด้านหน้า มีบางสิ่งบางอย่างดึงดูดสายตาของเขาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ชายหนุ่มคล้ายจะเห็นแผ่นหลังของหญิงสาวคนหนึ่งที่คุ้นตาอย่างประหลาด คุ้นเสียจนก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ "คุณคีรินคะ" เสียงหวานของชลิตาดังขึ้นข้างกาย "มองอะไรอยู่เหรอคะ" คีรินละสายตากลับมา แต่พอหันกลับไปมองอีกครั้ง เงาร่างที่คุ้นเคยนั้นก็หายไปแล้ว เหมือนมันเป็นแค่เพียงภาพลวงตาที่เขาคิดไปเอง "ไม่มีอะไรครับ" ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท "ผมคงมองผิดไป" เขาตอบหญิงข้างกายไปเช่นนั้น แต่ลึก ๆ ในใจกลับมีลางสังหรณ์บางอย่างบอกว่า.. เขาไม่ได้มองผิดไปเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งกิจกรรมดำเนินมาถึงช่วงใกล้เที่ยง ทางโรงเรียนได้จัดเลี้ยงอาหารกลางวันสำหรับเด็ก ๆ และผู้ปกครองที่มาร่วมงาน โต๊ะอาหารจำนวนมากถูกจัดเรียงรายอยู่ภายในอาคารอเนกประสงค์ ท่ามกลางเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะคิกคักของผู้คนที่ดังประสานกันอย่างคึกคัก ใจจริงมัทนาไม่ได้อยากอยู่ร่วมกิจกรรมนี้เลยแม้แต่น้อย ยิ่งรู้เต็มอกว่าคีรินอยู่ที่นี่ เธอก็ยิ่งอยากพาลูกชายกลับบ้านให้เร็วที่สุด แต่นี่มันเป็นกิจกรรมของทางโรงเรียนต้องอยู่ร่วมให้ได้ หญิงสาวจึงจำต้องกลืนความอึดอัดลงคอ แล้วพาลูกน้อยมานั่งรออาหารกลางวันเงียบ ๆ อีกมุมหนึ่งของอาคาร... สายตาคมกริบของคีรินจับจ้องไปยังร่างบางที่คุ้นตาอีกครั้ง และคราวนี้เขาแน่ใจเต็มร้อยว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาดไป ผู้หญิงคนนั้นคือมัทนาจริง ๆ อดีตภรรยาที่หย่าขาดจากกันไปนานกว่าสามปี ชายหนุ่มจดจ้องร่างของเธออยู่เงียบ ๆ ก่อนที่สายตาจะค่อย ๆ เลื่อนลงต่ำไปยังเด็กชายตัวน้อยที่ยืนอยู่ข้างกายเธอ หนูน้อยคนนั้นกำลังเกาะกุมมือของมัทนาแจ "มองอะไรอยู่หรือคะ" คีรินละสายตาจากภาพตรงหน้าเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเอ่ยรวบรัด "เดี๋ยวผมมานะ" ชายหนุ่มตั้งใจจะเดินตรงเข้าไปหาเธอ อย่างน้อยก็เพื่อพิสูจน์ให้เห็นกับตาว่าผู้หญิงคนนั้นคือมัทนาใช่หรือไม่ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวไปได้ไกล ร่างสูงของชายอีกคนก็เดินเข้ามาแทรกกลาง ขวางสายตาของเขาไว้เสียก่อน เพียงแค่เห็นใบหน้าของหมอนั่น คีรินก็ขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ธันวา.. เขาคือเจ้าของบริษัท ทีดับบลิว ดีเวลลอปเมนท์ ยักษ์ใหญ่แห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี คู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญที่เขาไม่เคยชอบหน้าเลยสักครั้ง! "อยู่นี่กันเอง" ธันวาเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบศีรษะของคินน์ด้วยความสนิทสนม ทำเอาเด็กชายตัวน้อยหัวเราะร่าคิกคักในทันที ภาพความสนิทสนมนั้นส่งผลให้คิ้วของคีรินกระตุกวูบโดยไม่รู้ตัว "คุณมาได้ยังไงคะ" มัทนาเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ "พอดีได้ยินว่าวันนี้โรงเรียนมีกิจกรรม ผมเลยแอบโดดงานมาครับ" ธันวาตอบด้วยรอยยิ้มละมุน และนึกขำในใจ เขาเป็นเจ้าของกิจการแท้ ๆ ยังต้องได้โดดงานอีกเหรอ แต่จะบอกเรื่องนี้กับเธอก็ไม่ได้ "แล้วเจ้านายไม่ว่าเอาหรือคะ" "ตอนนี้เวลาพักเที่ยงครับ ใครจะกล้าว่าได้" ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะก้มลงมองเด็กน้อยข้างตัว "แล้วนี่ยังไม่กลับกันอีกเหรอครับ" "ยังค่ะ เหลือร่วมกิจกรรมทานข้าวอีกอย่าง" "งั้นดีเลย ผมยังไม่ได้ทานอะไรมาพอดี" น้ำเสียงทุ้มหวานที่แฝงความสนิทสนมของทั้งคู่ ลอยเข้ามากระทบโสตประสาทของคีรินทุกถ้อยคำ ชายหนุ่มยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความเงียบงัน.. มองผู้หญิงที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาของตัวเอง มองผู้ชายที่เป็นคู่แข่งฝีมือฉกาจมาตลอดหลายปี และมองเด็กชายตัวน้อยที่ยืนเด่นอยู่ตรงกลางระหว่างคนทั้งสอง ภาพนั้นมันดูเป็นธรรมชาติและลงตัวจนน่าหงุดหงิดชะมัด เหมือนกับว่าทั้งสามคนใช้ชีวิตร่วมกันเป็นครอบครัวมานานแสนนาน ฉับพลันนั้นความขุ่นมัวบางอย่างก็ประทุเดือดขึ้นในอก คีรินกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนขึ้นบนหลังมือ กรามแกร่งถูกขบเข้าหากันอย่างรุนแรงจนเกิดเสียง แต่มุมปากกลับเหยียดตรงเย็นชา เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ตัวเองกำลังโกรธเรื่องอะไรกันแน่.. โกรธที่มัทนาสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ก่อนเขา หรือโกรธที่ผู้ชายคนนั้นดันเป็นธันวา คู่แข่งที่เขาไม่เคยคิดจะยอมแพ้ให้เลยแม้แต่ครั้งเดียวในชีวิต ดวงตาคมมืดมนลงอย่างน่ากลัว ก่อนที่ความคิดหนึ่งจะผุดวาบเข้ามาในหัวสมอง หลังจากหย่าขาดจากเขาไป เธอกลับเลือกผู้ชายคนนี้อย่างนั้นเหรอ? เลือกคู่แข่งของเขา.. เลือกคนที่เขาไม่แม้แต่อยากจะหายใจร่วมโลก! เขียนโดย: ชะนีติดมันส์จังหวะนั้น สายตาของมัทนาก็ประสานเข้ากับดวงตาคมเข้มคู่หนึ่งที่กำลังมองตรงมาพอดี"ฉันว่าเรากลับกันดีกว่าค่ะ เดี๋ยวฉันจะแจ้งกับอาจารย์ในไลน์กลุ่มว่าไม่สะดวกอยู่ต่อ" มัทนาเอ่ยเสียงสั่น เธอไม่สามารถนั่งร่วมโต๊ะอาหารกับเขาได้อีกต่อไปแล้ว ในใจมีแต่ความหวาดกลัว กลัวเหลือเกินว่าความลับเรื่องลูกชายจะถูกเปิดเผย"ไปสิครับ" ธันวากระตุกยิ้มมุมปากอย่างรู้ทันอันที่จริงต่อให้ไม่ต้องหันกลับไปมอง เขาก็รู้ดีอยู่แล้วว่าผู้ชายคนนั้นมาร่วมกิจกรรมที่นี่ด้วย เพียงแต่ทำทีเป็นไม่สนใจก็เท่านั้น ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาแนบอก ส่วนมืออีกข้างเอื้อมไปหมายจะจูงมือแม่ของเด็กแต่มัทนากลับรีบชักมือออกตามสัญชาตญาณ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเดินนำลิ่วออกไปก่อนชั่วขณะหนึ่งสายตาของธันวาเหลือบมองไปยังอดีตสามีของเธอ.. เขาจงใจยกยิ้มมุมปากส่งไปให้คู่แข่งทางธุรกิจอย่างผู้ชนะไม่ใช่แค่คีรินหรอกที่ไม่อยากหายใจร่วมโลกกับเขา ธันวาก็เช่นกัน ครั้งหนึ่ง ทีดับบลิว ดีเวลลอปเมนท์ ของเขากับบริษัท เตชะ เอสเตท ของคีริน เคยเปิดศึกแย่งชิงลูกค้ารายใหญ่จนเกิดเป็นข่าวฉาวโฉ่ไปทั้งวงการ โชคดีที่รากฐานของบริษัทแน่นหนาพอกัน ทั้งสองฝ่ายจึง
มัทนาคิดว่าตัวเองตาฝาดไป.. แต่ต่อให้เธอจะกะพริบตาซ้ำ ๆ อีกกี่ครั้ง ภาพตรงหน้าก็ยังคงไม่เปลี่ยนไป ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงนั้นยังคงเป็นคนเดิม คีริน.. อดีตสามีที่อันตรธานหายไปจากชีวิตของเธอนานกว่าสามปี ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายกระตุกวูบอย่างรุนแรงจนตั้งตัวไม่ทัน ตอนที่เห็นเขายืนอยู่ไม่ไกลนักท่ามกลางผู้คนพลุกพล่านในงานกิจกรรมครอบครัวของโรงเรียนอนุบาล แต่สิ่งที่ทำให้หญิงสาวต้องชะงักคือภาพของผู้หญิงหน้าตาสะสวยคนหนึ่งที่เคียงข้างเขาอยู่ และที่สะเทือนใจยิ่งกว่า.. คือมืออีกข้างของคีรินกำลังเกาะกุมมือเล็ก ๆ ของเด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่ง ซึ่งมีอายุอานามไล่เลี่ยกับคินน์ลูกชายของเธอ ภาพตรงหน้าดูอบอุ่นและสมบูรณ์แบบเสียจนคนมองรู้สึกร้าวราน มัทนารู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นเอื้อมมาบีบเค้นหัวใจของเธออย่างโหดร้าย ทั้งที่เธอและเขาหย่าขาดจากกันไปนานแล้ว ทั้งที่เธอบอกตัวเองว่าควรจะเลิกสนใจเรื่องของเขาได้แล้ว ..แต่ทำไมข้างในมันถึงยังเจ็บปวดเจียนตายเช่นนี้ "แม่ครับ" เสียงเล็กดังขึ้นข้างกาย หญิงสาวสะดุ้งเฮือกพลันได้สติ รีบก้มลงมองลูกชายตัวน้อยที่กำลังยืนเงยหน้ามองเธอด้วยดวงตาใสแจ๋ว มือป้อม ๆ











