Touchdown: แตะที่ใจ จอดที่เธอ

Touchdown: แตะที่ใจ จอดที่เธอ

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-06-28
Oleh:  Sharp pencilBaru saja diperbarui
Bahasa: Thai
goodnovel12goodnovel
Belum ada penilaian
27Bab
115Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เขา นักบินที่ไม่เคยพลาดการลงจอด และเธอ ผู้หญิงที่เคยหล่นหายไปจากฟ้าของเขาครั้งหนึ่ง เขาเคยปล่อยให้เธอลอยห่างไปในความสูงแต่ครั้งนี้... เขาจะบินกลับมาจนกว่าจะ “แตะที่ใจ”และ “จอดที่เธอ”

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ

ปีที่สองของการเดบิวต์เป็นศิลปิน

‘โมริสึกิ มิโซระ สมาชิกวง Fairish จะเข้าร่วมชมงาน Fashion Show ของแบรนด์ F ในฐานะ Global Ambassador’

ข่าวใหญ่ของสมาชิกที่กลบกระแสต่างๆ นานาของวง ทั้งดีทั้งร้ายทิ้งทั้งหมด โดยพาดหัวนั้นมีรูปของเจ้าของชื่อ โมริสึกิ มิโซระ หญิงสาวผู้เป็นโปรดิวเซอร์และซับโวคอลของวง ที่อยู่ในชุดแฟชั่นคอลเล็กชันล่าสุดของแบรนด์ดังกล่าว

[ว๊าย! แฟร์ริชมีแบรนด์ที่เป็น Global Ambassador ครบทุกคนเลยนะ ค่ายขยันทำงานเกิน ปรบมือ]

[มาช้าแต่มานะ]

[เป็นแอมครบห้าคนแล้ว ปรบมือค่า!]

กระแสความตื่นเต้นกับข่าวนี้ใน SNS เรียกว่าเป็นกระแสที่ค่อนข้างรุนแรง เพราะวงแฟร์ริชทั้งห้าคน มิโซระ เป็นคนสุดท้ายที่ถูกยกขึ้นเป็น Global Ambassador ของแบรนด์ใหญ่ต่างประเทศ โดยก่อนหน้านี้เธอเป็นมิวส์อยู่นาน

ในขณะเดียวกัน เจ้าของร่างเล็กที่อยู่ในข่าวตอนนี้อยู่ที่สนามบินเพื่อจะเดินทางไปมิลานอย่างที่สื่อได้กล่าวไว้

วันนี้หญิงสาวอยู่ในชุดกางเกงยีนส์ที่มีโลโก้แบรนด์เป็นแพตเทิร์นทั้งชิ้น คู่กับเสื้อแขนยาวสีขาวรัดรูปและผมสีน้ำตาลอ่อน กำลังยืนให้สื่อมวลชนถ่ายรูป

มิโซระนั้นขึ้นชื่อเรื่องความสวยที่ตีคู่มากับอาซึนะ ทั้งสองให้ความรู้สึกสวยหวานที่แตกต่าง แม้เธออาจไม่ได้ดึงดูดตั้งแต่แรกเห็น แต่มิโซระมักจะเป็นสมาชิกที่ทำให้แฟนคลับเกิดปรากฏการณ์กล้องไหลมากที่สุด คือขณะที่แฟนคลับกำลังถ่ายคนอื่นอยู่ สุดท้ายกล้องก็มาจับที่มิโซระอยู่ดี

“มิโซระ กล้องนี้หน่อยจ้า!”

“ทางนี้ด้วยค่า!”

เหล่าช่างภาพทั้งของสื่อมวลชนและบ้านเบสต่างๆ รัวชัตเตอร์ไม่หยุด ขณะหญิงสาวยืนยิ้มหันไปรอบๆ ท่ามกลางสายลมที่ค่อนข้างหนาว

“มิโซระ” เสียงของรินโกะ ผู้จัดการที่จะติดตามเธอไปด้วยในงานครั้งนี้เรียก พร้อมกับเมย์ น้องสาวคนเล็กของทีมโปรดิวเซอร์แฟร์ริชที่เดินทางไปด้วยกัน วิ่งมารับเธอ

“ขอบคุณนะคะ” เสียงหวานพูดกับสื่อมวลชนดังชัด ก่อนร่างเล็กจะโค้งสี่สิบห้าองศาให้กับช่างภาพ แล้วเดินไปพลางโบกมือไปด้วย

การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้ยาวนัก เพียงแค่สองสามวันเพื่อไปทำงานเท่านั้น และตารางงานนี้ไม่ได้ประกาศไว้ตั้งแต่แรก เป็นการเพิ่มเข้ามาอย่างกะทันหัน จึงมีทีมงานตามไปเพียงไม่กี่คน

ร่างเล็กเดินเข้าไปโดยมีพนักงานรักษาความปลอดภัยของสนามบินอำนวยความสะดวก เพราะแฟนคลับไม่ได้มามากนัก การเคลียร์พื้นที่จึงค่อนข้างง่าย

โดยไม่รู้เลยว่า ท่ามกลางผู้โดยสารที่ดูปกติ กลับมีคนคนหนึ่งที่จ้องมองมิโซระอยู่ตลอดโดยไม่ละสายตา

เมื่อทั้งสามคนผ่านด่านเช็กอินและเข้าสู่แอร์ไซด์ [1]สำหรับผู้ที่มีตั๋วหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น เหล่าช่างภาพและสื่อต่างๆ ก็ถูกกันออกไปเพื่อไม่ให้รบกวนผู้โดยสารคนอื่น

“นี่ขนาดขอให้ข่าวลงก่อนมาแค่ชั่วโมงเดียวนะเนี่ย” รินโกะที่โล่งใจเมื่อทุกอย่างสงบบ่นออกมา เพราะการเดินทางครั้งนี้มีคนว่างน้อย และมิโซระก็ไม่อยากให้จ้างการ์ดเพิ่มมาก เธอมองว่าตัวเองไปคนเดียว และในบรรดาสมาชิก เธอมีความนิยมน้อยที่สุด จึงคิดว่าป้องกันพอเป็นพิธีก็เพียงพอแล้ว

“เห็นไหมคะ คนรักพี่มิโซระเยอะแยะ” เมย์ยิ้มอย่างตื่นเต้น เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่ได้ไปทำงานในยุโรปแบบจริงจัง แม้จะเป็นเพียงช่วงสั้นๆ ก็ตาม

“ตื่นเต้นใช่ไหมเนี่ย นี่พี่จินให้เบี้ยเลี้ยงมาเท่าไหร่ เดี๋ยวพี่ท็อปเพิ่มให้ เอาไว้ซื้อของฝากกลับบ้าน” มิโซระหันไปคุยกับเมย์ด้วยความเอ็นดู เพราะอีกฝ่ายเป็นเด็กที่สุดในทีมสตาฟ

“พี่จินให้มาเยอะแล้ว ฉันเกรงใจค่ะ ไปไหนกับพี่ๆ พี่ๆ ก็ให้พ็อกเก็ตมันนี่ฉันตลอดเลย” เมย์ยกมือปฏิเสธแทบจะทันทีด้วยความเกรงใจ เพราะเมย์เป็นคนแบบนี้ พวกเธอที่เป็นศิลปินทุกคนเลยเอ็นดูเด็กคนนี้เป็นพิเศษ

มิโซระไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ยกยิ้ม โดยไม่ทันสังเกตรอบข้างเลยสักนิดว่ามีคนเดินตามและแอบมองพวกเธอมาตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว

เพราะพวกเธอมาถึงค่อนข้างเร็วกว่ากำหนดมาก จึงมีเวลานั่งรอที่แอร์ไซด์อยู่นาน สองผู้จัดการจึงสลับกันไปซื้อของเตรียมไว้ถือขึ้นเครื่อง เพราะการเดินทางครั้งนี้อาจใช้เวลากว่าสิบห้าชั่วโมงกว่าจะถึงปลายทาง แม้พวกเธอจะจองที่นั่งชั้นเฟิร์สต์คลาสไว้แล้วก็ตาม

เมื่อผู้จัดการทั้งสองกลับมานั่ง และหลังจากผ่านไปหลายนาที ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจเธอมากนัก มิโซระจึงลุกขึ้น

“เดี๋ยวฉันไปซื้อกาแฟกับขนมก่อนนะคะ”

รินโกะพยักหน้าอนุญาต ร่างเล็กจึงเดินไปยังร้านกาแฟยอดนิยม ซึ่งเป็นแบรนด์มาตรฐานของแทบทุกประเทศ โดยมีผู้ชายร่างสูงในชุดเครื่องแบบที่คาดว่าเป็นนักบินยืนอยู่ก่อนหน้าแล้ว

“มิโซระ” เสียงของผู้ชายเรียกเธอจากด้านหลัง ทำให้หญิงสาวหันไปตามเสียง และเห็นชายแปลกหน้าที่เธอไม่คุ้นเคย

“ในที่สุดเราก็มีเวลาคุยกันตามลำพังเสียที”

คำพูดนั้นทำให้เธอรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายคือสตอล์กเกอร์ที่ช่วงนี้ตามเธออยู่ตลอด แม้กระทั่งยังไปรอเธอที่หน้าบริษัททุกวัน นั่นเป็นสาเหตุที่เธอกับรินโกะเลือกจะปล่อยข่าวเรื่องงานวันนี้ในชั่วโมงสุดท้ายและรีบเดินทางออกมาทันที

มือบางเย็นเฉียบจนแทบถือโทรศัพท์ไม่อยู่ ในหัวมีเพียงเสียงหัวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ความกลัวตีขึ้นมาจนอยากจะตะโกนขอความช่วยเหลือให้ดังที่สุด เธอรู้ว่าเธอต้องหนี แต่ขากลับไม่ยอมขยับ

“อย่าเข้ามานะคะ! กรี๊ด!” มิโซระพยายามห้าม เมื่ออีกฝ่ายยังคงเดินเข้ามาโดยไม่คิดจะหยุด

เธอถอยจนชนเข้ากับแผ่นอกแข็งแรงของใครบางคน แรงกระแทกทำให้แทบเสียหลัก แต่กลับมีมือใหญ่รับเธอไว้แน่น

หญิงสาวสะดุ้งเฮือก ความกลัวตีรวนในอกจนเธอเผลอยกมือกำชายแขนสูทสีเข้มของเขาไว้แน่น ราวกับเกาะที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียว

“จะทำอะไร ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

เสียงทุ้มต่ำเหนือศีรษะของเธอแทรกเข้ามาในโสตประสาท ราวกับดึงสติที่กำลังกระจัดกระจายให้กลับมาอยู่กับความอบอุ่นจากมือที่ถูกประคองไว้บางเบา ราวกับโลกหยุดเคลื่อนไหวไปชั่วขณะ

กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของผู้ชายที่ไม่คุ้นลอยแตะจมูก ทั้งที่เธอไม่รู้จัก แต่มันกลับทำให้เธอสงบใจได้อย่างน่าประหลาด

ผู้ชายที่เธอเผลอจับแขนเสื้อไว้ ทำทุกอย่างอย่างรวดเร็ว ร่างสูงดึงเธอมาไว้ข้างหลัง พร้อมถอยจนหลังของเธอติดเคาน์เตอร์ ก่อนจะประคองมือของเธอเบาๆ และตะโกนเสียงดังเพื่อให้พนักงานรักษาความปลอดภัยรู้ตัว

ความอบอุ่นจากมือเขาทำให้ความกลัวในอกของเธอค่อยๆ จางลง

วินาทีที่หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มใต้กรอบแว่นพอดี…

นั่นคือครั้งแรกที่เธอรู้ว่า ความปลอดภัย อาจมีเสียงและกลิ่นเป็นของใครบางคนอยู่ในนั้น

“แกอย่ามายุ่ง!”

พูดจบชายคนนั้นก็พุ่งเข้ามาเหมือนจะทำร้ายคนที่มาช่วยเธอ แต่เขาเร็วกว่า ร่างสูงขยับตัวหลบ พลางพาเธอถอยไปด้วยกัน

“ทำร้ายร่างกายนักบินในเครื่องแบบที่เขตแอร์ไซด์เป็นคดีอาญาระดับประเทศนะ” ร่างสูงที่ช่วยเธอพูดข่มขู่อีกฝ่าย เธอไม่เห็นหน้าเขา ใบหน้าสวยก้มลงอย่างหวาดกลัว มือข้างหนึ่งปล่อยให้มือใหญ่กว่าประคอง ส่วนอีกมือจับด้านหลังสูทเครื่องแบบของเขาด้วยอาการสั่นเทา ริมฝีปากเม้มแน่น

“เสือก! ไม่ใช่เรื่องของแกแท้ๆ!” ชายคนนั้นพยายามจะพุ่งเข้ามาอีกครั้ง แต่พนักงานรักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ก็ขยับตัวอย่างรวดเร็ว เข้ามารวบชายที่คลั่งคนนั้นทันที

“หยุดบ้าได้แล้ว นายโดนจับแล้ว เพื่อน! ไปกับพวกฉันทางนี้!” เจ้าหน้าที่ชายที่จับตัวคนนั้นไว้ตะโกนใส่หน้ามันเสียงดัง ตามมาด้วยเจ้าหน้าที่อีกสองสามคนที่เข้ามาช่วยกันรวบตัว พร้อมกับรินโกะและเมย์ที่ทิ้งสัมภาระก่อนขึ้นเครื่องแล้วรีบมาหาเธอพอดี

ดวงตาคู่สวยเห็นว่าผู้ชายคนนั้นโดนจับขาก็แทบทรุด แต่ชายหนุ่มในเครื่องแบบประคองเธอไว้ไม่ให้ล้ม

“นักบินผู้ช่วย ไม่เป็นไรนะครับ?” เจ้าหน้าที่ที่เพิ่งมาถึงหันไปถามผู้ชายที่เข้ามาช่วยเธอด้วยความเป็นห่วง นั่นทำให้เธอเพิ่งตั้งสติได้ว่าเขาคือนักบินที่มาซื้อกาแฟ และดันซวยเพราะเธอไปด้วย

“ผมไม่เป็นไร คุณดูผู้โดยสารเถอะ” เสียงทุ้มเรียบตอบกลับ พลางขยับแว่นบนใบหน้าอย่างช้าๆ แล้วหันมามองเธอ

“ผู้โดยสาร ไม่เป็นอะไรนะครับ?” เจ้าหน้าที่อีกคนเอ่ยถาม ทำให้เธอส่ายหน้าเบาๆ ถึงจะกลัวและตกใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังพอควบคุมสติได้

“ขอบคุณนะคะ เกือบทำให้คุณเดือดร้อนไปด้วยเลย” เธอหันไปหาร่างสูงในชุดเครื่องแบบ พร้อมโค้งเก้าสิบองศาสองสามครั้งเพื่อแสดงความรู้สึกผิดจากใจจริง

“ไม่เป็นไรครับ เรื่องนี้สนามบินน่าจะมีคำอธิบายให้คุณ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นเพิ่มเติม คุณแจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลยนะครับ” นักบินคนนั้นพูดกับเธอด้วยท่าทางที่ดูเป็นห่วงจริงๆ เธอจึงพยักหน้ารับด้วยความขอบคุณ

“ขอบคุณจริงๆ นะคะ ที่คุณช่วยไว้ ไม่อย่างนั้นฉันอาจจะ…” มิโซระกำมือแน่น วินาทีที่หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มใต้กรอบแว่นพอดี แววตาของเขาดูเรียบคมแต่มั่นคงกว่าที่เธอคิด เมื่อสบตากัน รอยยิ้มมุมปากที่เขามอบให้ก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกปลอดภัยขึ้น

ไม่รู้ว่าเพราะความโล่งใจหรือเพราะสายตาที่มั่นคงคู่นั้นกันแน่ ส่งผลให้หัวใจของเธอยังเต้นไม่เป็นจังหวะ

“ผมเลือกช่วยคุณเอง แล้วผมก็ไม่ได้เป็นอะไร คุณไม่ต้องรู้สึกผิดครับ” เสียงของเขาอ่อนลงจากเมื่อครู่หลายระดับ จนเธอรับรู้ได้ว่าเขาไม่ได้ถือสาอะไรจริงๆ

“อ… ออเดอร์ได้แล้วนะคะ”

ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรต่อ เคาน์เตอร์กาแฟซึ่งกลับมาทำงานตามปกติหลังสถานการณ์สงบ ก็เรียกออเดอร์ของคุณนักบิน เขาหันไปมองก่อนจะเหลือบกลับมาที่เธออีกครั้ง

“เดินทางให้สนุกนะครับ” ร่างสูงเดินไปหยิบแก้วกาแฟของตัวเอง จึงก้าวออกไปจากตรงนั้น เพื่อกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ

ดวงตากลมคู่สวยจ้องแผ่นหลังนั้นจนลับตา แล้วจะถอนหายใจเบาๆ

“ไม่คิดเลยว่ามันจะตามเธอมาถึงนี่”

“ไม่เป็นไรแล้วค่ะ ครั้งนี้เขาก็โดนจับแล้ว คงไม่มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นอีก”

สามสาวโล่งใจเมื่อทุกอย่างเหมือนจะจบ หากแต่ใน SNS ตอนนี้มีการอัปโหลดวิดีโอเหตุการณ์ ทำให้แฮชแท็ก #ProtectOurMisora เริ่มกลายเป็นกระแส

ก่อนจะตามมาด้วยเทรนด์ชื่นชม ‘ฮีโร่พิทักษ์ท้องฟ้า’ คนนั้น และด้วยรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่น ชาวเน็ตจึงเริ่มตามสืบว่านักบินผู้ช่วยคนนั้นเป็นใครมาจากไหนกันแน่

[1]Air side เป็นส่วนที่อยู่หลังผ่านด่านตรวจความปลอดภัยแล้ว ซึ่งเป็นบริเวณที่ผู้โดยสารจะรอขึ้นเครื่องและขึ้นเครื่องบิน

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
27 Bab
บทนำ
ปีที่สองของการเดบิวต์เป็นศิลปิน‘โมริสึกิ มิโซระ สมาชิกวง Fairish จะเข้าร่วมชมงาน Fashion Show ของแบรนด์ F ในฐานะ Global Ambassador’ข่าวใหญ่ของสมาชิกที่กลบกระแสต่างๆ นานาของวง ทั้งดีทั้งร้ายทิ้งทั้งหมด โดยพาดหัวนั้นมีรูปของเจ้าของชื่อ โมริสึกิ มิโซระ หญิงสาวผู้เป็นโปรดิวเซอร์และซับโวคอลของวง ที่อยู่ในชุดแฟชั่นคอลเล็กชันล่าสุดของแบรนด์ดังกล่าว[ว๊าย! แฟร์ริชมีแบรนด์ที่เป็น Global Ambassador ครบทุกคนเลยนะ ค่ายขยันทำงานเกิน ปรบมือ][มาช้าแต่มานะ][เป็นแอมครบห้าคนแล้ว ปรบมือค่า!]กระแสความตื่นเต้นกับข่าวนี้ใน SNS เรียกว่าเป็นกระแสที่ค่อนข้างรุนแรง เพราะวงแฟร์ริชทั้งห้าคน มิโซระ เป็นคนสุดท้ายที่ถูกยกขึ้นเป็น Global Ambassador ของแบรนด์ใหญ่ต่างประเทศ โดยก่อนหน้านี้เธอเป็นมิวส์อยู่นานในขณะเดียวกัน เจ้าของร่างเล็กที่อยู่ในข่าวตอนนี้อยู่ที่สนามบินเพื่อจะเดินทางไปมิลานอย่างที่สื่อได้กล่าวไว้วันนี้หญิงสาวอยู่ในชุดกางเกงยีนส์ที่มีโลโก้แบรนด์เป็นแพตเทิร์นทั้งชิ้น คู่กับเสื้อแขนยาวสีขาวรัดรูปและผมสีน้ำตาลอ่อน กำลังยืนให้สื่อมวลชนถ่ายรูปมิโซระนั้นขึ้นชื่อเรื่องความสวยที่ตีคู่มากับอาซึนะ ทั้งสองใ
Baca selengkapnya
บทที่ 1 Pilot Hero
“สวัสดีค่ะ คุณนักบินคุโจ”เสียงของแอร์โฮสเตสบนเครื่องทักทายชายหนุ่มร่างสูงที่เดินเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟที่ปิดฝาเรียบร้อย“สวัสดีครับ” เสียงเรียบทักทายกลับ พร้อมโค้งเล็กน้อยเป็นการรับอย่างมีมารยาทชายหนุ่มร่างสูงในเครื่องแบบนักบินที่มีสามขีดบนแขนเสื้อ ก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม ไหล่กว้างและแผ่นหลังตรงบ่งบอกถึงความมั่นใจ กรอบหน้าเข้มคมภายใต้แว่นบาง เสริมดวงตาเรียวคมในแบบเอเชีย เป็นนิยามหนุ่มหล่อแบบ ‘ตี๋อินเตอร์’ ที่สะดุดทุกสายตาสิ่งที่ทำให้เขาโดดเด่นยิ่งกว่าคือการวางตัวที่พอดีในทุกจังหวะ สุภาพแต่ไม่เสแสร้ง มั่นคงแต่ไม่โอ้อวด จนลูกเรือสาวที่อยู่ใกล้เผลอมองตามด้วยความชื่นชมโดยไม่รู้ตัวยิ่งไปกว่านั้น เขายังอายุน้อยแต่ก้าวถึงตำแหน่งนักบินผู้ช่วยอาวุโส และที่สำคัญ เขายังโสดอยู่ จึงไม่แปลกที่เขากลายเป็นเป้าสายตาของใครหลายคนทันทีที่ก้าวขึ้นเครื่องห้องค็อกพิต[1]ของเครื่องบินถูกเปิดออก พร้อมกับชายหนุ่มที่เดินเข้าไปเก็บของตามระเบียบ โดยไม่สนใจนักบินผู้ช่วยอีกคนที่นั่งดูโทรศัพท์ระหว่างรอเวลา“ไง พ่อคนดัง นายดังใหญ่แล้วนะ รู้ยัง” คาโม่ เคย์สึเกะ นักบินผู้ช่วยที่อายุมากกว่าเขาหนึ่งปีทักด้วยท่าทางไ
Baca selengkapnya
บทที่ 2 มิลาน
กว่าสิบสามชั่วโมงผ่านไปหลังจากที่เครื่องบินออกจากสนามบินต้นทาง ในห้องค็อกพิตตอนนี้มีการสลับนักบินครั้งสุดท้าย แต่ครั้งนี้จะพิเศษสักหน่อยอันที่จริง ไฟลต์ที่ดูเหมือนเป็นการให้เคย์สึเกะเก็บชั่วโมงบินนั้นดูเหมือนจะเป็นแค่คำพูดที่ไม่ได้จริงเสียทีเดียวเมื่อตอนบรีฟไฟลต์ คนที่ถูกบันทึกชื่อเป็น Pilot Flying ตอนช่วงแลนด์กลับกลายเป็นชื่อของเขา ซึ่งสนามบินมิลานในช่วงฤดูหนาวที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปรของอากาศไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่มันก็ไม่ได้ยากสำหรับเขาแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังทำหน้าที่อย่างรอบคอบไม่ประมาทเหมือนทุกๆ ครั้งที่ผ่านมานอกจากการสังเกตการณ์โดยกัปตันทานากะที่เป็นผู้ดูแลฝูงบินใหม่ที่เขาสังกัดอยู่ปัจจุบันในเรื่องฝีมือ เขาก็รู้ว่าตลอดเวลาที่เป็นนักบินผู้ดูแลของเคย์สึเกะก็ถูกกัปตันทั้งสองสลับกันสังเกตการณ์อยู่เสมอ รวมถึงการทำงานอื่นๆ ว่าเขาทำมันได้ดีมากน้อยแค่ไหนไฟลต์นี้คนที่ถูกประเมินไม่ใช่เคย์สึเกะอย่างที่คิดไว้แต่แรก แต่เป็นเขาเองที่ถูกสังเกตการณ์ตลอดเวลาไม่ใช่ว่าเขาไม่เข้าใจความคิดของกัปตันทานากะ ถ้าเขาเป็นกัปตันอาจจะทำแบบเดียวกันเพราะการที่ให้นักบินที่อายุน้อยกว่ามาเป็นนักบินพี่เลี
Baca selengkapnya
บทที่ 3 นางฟ้าที่ร่วงหล่น
เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน แสงแฟลชสาดทั่วโซนสื่อมวลชนของงาน Milan Fashion Week ที่ประดับไปด้วยโลโก้ของแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังจากทั่วทุกสารทิศ โดยเฉพาะจากอิตาลีขาเรียวก้าวลงจากลิมูซีนที่ทางแบรนด์เตรียมไว้ ท่ามกลางแสงแฟลชและเสียงชัตเตอร์ที่รายล้อมโดยไม่มีความตื่นกลัวแม้แต่น้อยส้นรองเท้าสัมผัสพรมอย่างมั่นคง ชุดสีฟ้าอ่อนเนื้อบางสะบัดรับลม เผยให้เห็นจุดเด่นที่แผ่นหลังเว้าลงจรดเอว เส้นผมลอนยาวพลิ้วไหวไล้ลำคอทุกครั้งที่เธอหมุนตัวท่วงท่าของเธอไม่เร่งไม่รีบร้อน ความอ่อนหวานปนเย้ายวนไม่ได้เกิดจากความจงใจ แต่เป็นสิ่งที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี“Misora! This way!”“Beautiful, bella!”เธอเพียงกวาดสายตาไปตามรอบด้าน ยิ้มมุมปากบางๆ ให้กับเลนส์ทุกตัวอย่างแม่นยำ ราวกับล็อกมุมถ่ายภาพหลักไว้ในหัวอย่างมืออาชีพเสียงของช่างภาพดังเรียกชื่อหญิงสาวในฐานะ Global Ambassador ให้หันมาสนใจเลนส์ของตน เธอยังคงเดินช้าๆ ก่อนจะยกยิ้มมุมปากขึ้นอีกเล็กน้อย เพื่อให้ทุกกล้องสามารถบันทึกภาพของเธอได้ครบถ้วนที่สุดไม่นานเจ้าหน้าที่ของงานก็เข้ามาเดินนำ พร้อมประกบข้างเพื่อพาเธอไปยังที่นั่งแถวหน้าสุด ซึ่งเตรียม
Baca selengkapnya
บทที่ 4 คืนสุดท้ายที่มิลาน
เลาจน์ของโรงแรมในช่วงเวลานี้ค่อนข้างเงียบและเป็นส่วนตัวชายหนุ่มชาวเอเชียร่างสูงนั่งอยู่ที่โต๊ะพร้อมเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ เนื่องจากวันพรุ่งนี้เขามีเที่ยวบินในช่วงบ่าย เขาจึงหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ทุกกรณีที่ไม่จำเป็นบนโต๊ะมีแท็บเล็ตเปิดเอกสารบรีฟรูต สลับกับแอปที่รายงานข่าวด้านการบิน เส้นทางบิน และสภาพอากาศในภูมิภาคต่างๆ ที่เครื่องอาจต้องผ่าน เพื่อเตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้าใบหน้าคมที่ไร้กรอบแว่นจ้องหน้าจออย่างนิ่ง ลักยิ้มจางๆ บนแก้มยิ่งขับให้รูปลักษณ์ของเขาโดดเด่นจนคล้ายคนเจ้าชู้เกินไปเสียหน่อย จนดึงดูดสายตาบางคู่ของลูกเรือที่นั่งอยู่ไม่ไกลแต่นั่นไม่ได้ทำให้เขาเสียสมาธิแม้แต่น้อย ตั้งแต่วันที่ผ่านเหตุการณ์วันนั้นและย้ายมาเป็นนักบินของสายการบินแห่งนี้เขาสาบานกับตัวเองแล้วว่า จะไม่สร้างความสัมพันธ์กับลูกเรือคนใดเกินกว่าเพื่อนร่วมงาน โดยเฉพาะกับลูกเรือหญิงวงการนี้มีเรื่องราวให้เห็นมากเกินพอ และเขาไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของมันครืดเสียงเก้าอี้ถูกลากออกเบาๆ จากนั้นใครบางคนนั่งลงตรงข้ามโดยไม่ได้ขออนุญาต“I’m afraid you might be at the wrong table.” (ผมว่าคุณมาผิดโต๊ะแล้วนะครับ)ร่างสูงเอ่
Baca selengkapnya
บทที่ 5 ไม่ถูกเวลา
อุ่น…ความรู้สึกแรกแล่นเข้ามาพร้อมกับลมหายใจแผ่วเบาข้างกาย ทำให้ร่างบางค่อยๆ รู้สึกตัว เธอกะพริบตาปรับสายตา ก่อนจะมองไปรอบห้อง เห็นผนังด้านหนึ่งที่มีตู้เสื้อผ้าเปิดค้างไว้ และชุดยูนิฟอร์มสีขาวกับสูทสีเข้มเข้มแขวนอยู่ภายใน…ชุดที่สะท้อนถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของเจ้าของมันมือบางเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นตามาเปิดดู ตัวเลขบนหน้าจอบอกว่ายังเป็นเวลาเช้าตรู่ ก่อนที่สายตาของเธอจะหยุดอยู่ที่ภาพวอลเปเปอร์… ภาพของชายหนุ่มเจ้าของเครื่องและในวินาทีนั้นเอง ความทรงจำของเมื่อคืนก็ค่อยๆ ไหลกลับมาอีกครั้งเมื่อคืน… เธอทำมันลงไปแล้วสินะร่างเล็กค่อยๆ ลุกขึ้นช้าๆ แต่ก็รู้สึกถึงแขนแข็งแรงที่พาดอยู่รอบเอว เธอจึงขยับตัวอย่างระมัดระวังให้หลุดออกจากอ้อมแขนนั้นโดยเบาที่สุด เพราะไม่อยากรบกวนชายหนุ่มที่กำลังหลับอยู่เมื่อพ้นจากอ้อมกอดแล้ว มือบางก็ค่อยๆ เก็บเสื้อผ้าของตัวเองขึ้นมา ถอดเสื้อของอีกฝ่ายที่คลุมอยู่บนร่างออก แล้วสวมชุดของตนกลับคืนอย่างเงียบเชียบเธอถอนหายใจยาว ราวกับอยากปลดปล่อยสิ่งที่กดทับอยู่ในใจแต่เมื่อหันไปมองใบหน้าคมที่ยังหลับสนิท หัวใจกลับรู้สึกหนักอึ้งยิ่งกว่าเดิมเธอต้องยอมรับอย่างหลี
Baca selengkapnya
บทที่ 6 ครอบครัว
ปลายปีที่สามของการเดบิวต์ในฐานะศิลปิน‘การร่วมงานอย่างเป็นทางการรครั้งแรกระหว่าง AJN Airlines x Starlight Entertainment ในงานเปิดตัวฝูงบินใหม่ พร้อมกับการครบรอบเจ็ดปีของค่าย Starlight กำลังจะถูกจัดขึ้นในเร็วๆ นี้’การประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเปิดฝูงบินใหม่ของหนึ่งในสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศถูกประกาศออกไปอย่างยิ่งใหญ่ ตามแผนที่วางไว้Starlight ตอบรับดีลนี้ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวดและเม็ดเงินมหาศาล แต่ในอีกมุมหนึ่ง… นี่คือโอกาสสำคัญที่จะได้ร่วมงานกับองค์กรระดับแนวหน้า นอกเหนือจากอุตสาหกรรมแฟชั่นและสื่อที่คุ้นชินห้องประชุมของศิลปินในวันนี้เต็มไปด้วยตารางงานที่เกี่ยวข้องกับโปรเจกต์นี้ทั้งหมด เพราะนอกจากสายการบินจะเชิญเข้าร่วมงานเปิดตัวฝูงบินใหม่แล้ว ยังมีแผนกิจกรรมโปรโมตในอีกหลายส่วนตามมาแฟร์ริช เกิร์ลกรุ๊ปที่กำลังมาแรงชนิดเบียดวงอันดับหนึ่งที่ครองแชมป์มานานนับสิบปีตกลงไปได้ภายในเวลาเพียงสามปีหลังจากนั้นทั้งสองฝั่งก็ผลัดกันขึ้นลงอยู่ตลอด แต่สิ่งที่แฟร์ริชมีเหนือกว่าคือเครดิตในฐานะแบรนด์สมาชิกทั้งห้าคนต่างถือครองตำแหน่ง Ambassador ของแบรนด์หรูระดับโลก“เพลงหรอคะ?”เสียงหวานและแผ่วเ
Baca selengkapnya
บทที่ 7 โอกาสที่สอง [1]
ทำไม… เธอถึงอยู่ที่นี่…?เขามาที่นี่เพื่อฉลองให้เพื่อน หลังจากจบไฟลต์และกลับไปเปลี่ยนชุดที่บ้าน ก็มีเพื่อนร่วมทีมขับรถมารับโดยไม่คาดคิดว่าจะต้องเผชิญสถานการณ์แบบนี้ดวงตาคู่นั้นที่กำลังสบเขาด้วยแววสั่นระริก ทำให้ใจเขากระตุกขึ้นมาอีกครั้ง ริมฝีปากที่คุ้นเคย ใบหน้าแบบนั้น…เธอกำลังมองเขาเหมือนเช้าวันนั้น เช้าวันที่เธอจากไป โดยไม่พูดอะไรสักคำ“คือ?” เคย์สึเกะที่เห็นหญิงสาวคนนั้นเช่นกันเอ่ยขึ้นอย่างงุนงง เขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมจู่ๆ ถึงได้เห็นเธอนั่งอยู่ตรงนี้ดูเหมือนฮายาโตะจะลืมบอกเรื่องสำคัญ ไปสนิท ว่าน้องสาวของตัวเองคือศิลปินชื่อดัง“ฉันไม่เคยบอกหรอว่าฉันมีน้องสาว?” ฮายาโตะพูดด้วยสีหน้าเหวอนั่นทำให้เขาถอนหายใจ เพราะเดาได้ว่าอีกฝ่ายคงลืมจริงๆ“เคยบอกก็เคยบอกอยู่หรอก แต่มันบิ๊กเซอร์ไพรส์ไปไหม” เคย์สึเกะพูดแทนทุกอย่าง เป็นครั้งแรกที่เขานึกขอบคุณความตรงไปตรงมาของเพื่อน“นี่น้องสาวฉัน มิโซระ อย่าทำตัวรุ่มร่ามใส่เด็ดขาด!” ฮายาโตะแนะนำเสียงเข้ม พลางชี้หน้าเพื่อนตัวเอง“มานั่งก่อนสิจ้ะ น้าจะได้แนะนำให้รู้จัก” แม่ของฮายาโตะเอ่ยชวนเขาเดินไปนั่ง แต่เคย์สึเกะกลับตัดหน้าไปนั่งข้างหญิงสา
Baca selengkapnya
บทที่ 8 โอกาสที่สอง [2]
เวลาผ่านไป แอลกอฮอล์เริ่มซึมเข้าสายเลือดของผู้ชายบนโต๊ะมากขึ้นเรื่อยๆ ยกเว้นเคย์สึเกะที่ขอตัวกลับไปนานแล้ว เพราะเขามีบินตอนบ่ายวันพรุ่งนี้จึงต้องรีบนอนและห้ามแตะแอลกอฮอล์ เหลือเพียงครอบครัวฟูจิวาระกับมิทสึคุนิที่ยังคุยกันอย่างไหลลื่นอยู่ติ้ง!เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นจากโทรศัพท์ของมิโซระ มือบางเอื้อมคว้ามันขึ้นมาดู พบว่าเป็นเบอร์ที่เธอไม่รู้จักส่งข้อความเข้ามาและก่อนจะได้ตัดสินใจอะไร สายก็โทรเข้ามาทันทีRrrrrเสียงเรียกเข้าดังซ้ำจากหมายเลขที่ไม่ได้บันทึกไว้ มิโซระมีโทรศัพท์สองเครื่อง เบอร์นี้เป็นเบอร์ส่วนตัวของเธอ ยิ่งทำให้เธอขมวดคิ้วด้วยความลังเลว่าอาจเป็นคนที่รู้จักจริงๆ จึงเงยหน้ามองพี่ชายข้างตัว“เดี๋ยวออกไปคุยโทรศัพท์ก่อนนะคะ” เสียงหวานกระซิบข้างหูพี่ชาย เมื่ออีกฝ่ายพยักหน้า เธอก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปทางด้านหลังร้าน ซึ่งเป็นทางไปห้องน้ำทันที“สวัสดีค่ะ?” เสียงหวานเอ่ยเมื่อกดรับสายเรียบร้อย[ไม่ได้คุยกันนานเลยนะ มิโซระ] เสียงทุ้มปลายสายทำให้มิโซระค้างนิ่ง หัวใจของเธอบีบแรงจนเจ็บ หากแต่มันไม่ใช่ความรู้สึกเหมือนเมื่อก่อนความรู้สึกของการถูกหักหลังจากเขาและฮานะอดีตเพื่อนสนิทของเธอมันยัง
Baca selengkapnya
บทที่ 9 เพื่อนเก่า
กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นผสานกับแสงแดดของเช้าวันนี้ เสียงผู้คนที่เข้าออกตลอดเวลาปะปนกับเสียงเครื่องทำกาแฟที่ดังเป็นจังหวะ ไม่เหมือนกับหัวใจของเธอที่เต้นไม่เป็นส่ำ กำลังลุ้นกับเรื่องที่จะเกิดขึ้นในวันนี้“พี่มิโซระ สวัสดีค่ะ วันนี้มาเร็วจังเลยนะคะ”นานะ น้องสะใภ้ของยูกะ ลีดเดอร์วง ทักทายหญิงสาวที่เดินเข้ามาในร้านด้วยรอยยิ้มสดใสเหมือนทุกวันที่นี่คือคาเฟ่ของน้องสะใภ้และน้องชายของยูกะ ที่ใช้เป็นจุดนัดหมายของสมาชิกในวงอยู่เป็นประจำและการที่เธอมาที่นี่ในวันนี้…ก็มีจุดหมาย“มีนัดจ้ะ” มิโซระตอบคนที่อายุน้อยกว่าด้วยรอยยิ้ม นั่นทำให้อีกฝ่ายหันมาด้วยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย“มีคนมาถามหาพี่จริงๆ นะคะ เป็นคุณผู้ชายท่านนั้น” นานะพูดพลางผายมือไปทางแขกผู้ชายร่างสูงที่กำลังอ่านอะไรบางอย่างอยู่ในแท็บเล็ตของตัวเองหญิงสาวเห็นแผ่นหลังนั้นก็จำได้ทันที ยิ่งทำให้หัวใจเธอสั่น ไม่คิดเลยว่าเขาจะมาจริงๆ จนเธอต้องถอนหายใจยาวออกมาอย่างโล่งใจ โดยไม่รู้ตัว“วันนี้พี่ขอกาแฟเข้มๆ เลยนะ ของคุณผู้ชายคนนั้นเดี๋ยวพี่จ่ายเอง แล้วก็ไม่ต้องเข้ามายุ่งมากล่ะ พี่มีธุระต้องคุย”มิโซระกำชับกับนานะว่าวันนี้เธอไม่สะดวกให้พนักงานหรือใครเข
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status