تسجيل الدخول
ปีที่สองของการเดบิวต์เป็นศิลปิน
‘โมริสึกิ มิโซระ สมาชิกวง Fairish จะเข้าร่วมชมงาน Fashion Show ของแบรนด์ F ในฐานะ Global Ambassador’
ข่าวใหญ่ของสมาชิกที่กลบกระแสต่างๆ นานาของวง ทั้งดีทั้งร้ายทิ้งทั้งหมด โดยพาดหัวนั้นมีรูปของเจ้าของชื่อ โมริสึกิ มิโซระ หญิงสาวผู้เป็นโปรดิวเซอร์และซับโวคอลของวง ที่อยู่ในชุดแฟชั่นคอลเล็กชันล่าสุดของแบรนด์ดังกล่าว
[ว๊าย! แฟร์ริชมีแบรนด์ที่เป็น Global Ambassador ครบทุกคนเลยนะ ค่ายขยันทำงานเกิน ปรบมือ]
[มาช้าแต่มานะ]
[เป็นแอมครบห้าคนแล้ว ปรบมือค่า!]
กระแสความตื่นเต้นกับข่าวนี้ใน SNS เรียกว่าเป็นกระแสที่ค่อนข้างรุนแรง เพราะวงแฟร์ริชทั้งห้าคน มิโซระ เป็นคนสุดท้ายที่ถูกยกขึ้นเป็น Global Ambassador ของแบรนด์ใหญ่ต่างประเทศ โดยก่อนหน้านี้เธอเป็นมิวส์อยู่นาน
ในขณะเดียวกัน เจ้าของร่างเล็กที่อยู่ในข่าวตอนนี้อยู่ที่สนามบินเพื่อจะเดินทางไปมิลานอย่างที่สื่อได้กล่าวไว้
วันนี้หญิงสาวอยู่ในชุดกางเกงยีนส์ที่มีโลโก้แบรนด์เป็นแพตเทิร์นทั้งชิ้น คู่กับเสื้อแขนยาวสีขาวรัดรูปและผมสีน้ำตาลอ่อน กำลังยืนให้สื่อมวลชนถ่ายรูป
มิโซระนั้นขึ้นชื่อเรื่องความสวยที่ตีคู่มากับอาซึนะ ทั้งสองให้ความรู้สึกสวยหวานที่แตกต่าง แม้เธออาจไม่ได้ดึงดูดตั้งแต่แรกเห็น แต่มิโซระมักจะเป็นสมาชิกที่ทำให้แฟนคลับเกิดปรากฏการณ์กล้องไหลมากที่สุด คือขณะที่แฟนคลับกำลังถ่ายคนอื่นอยู่ สุดท้ายกล้องก็มาจับที่มิโซระอยู่ดี
“มิโซระ กล้องนี้หน่อยจ้า!”
“ทางนี้ด้วยค่า!”
เหล่าช่างภาพทั้งของสื่อมวลชนและบ้านเบสต่างๆ รัวชัตเตอร์ไม่หยุด ขณะหญิงสาวยืนยิ้มหันไปรอบๆ ท่ามกลางสายลมที่ค่อนข้างหนาว
“มิโซระ” เสียงของรินโกะ ผู้จัดการที่จะติดตามเธอไปด้วยในงานครั้งนี้เรียก พร้อมกับเมย์ น้องสาวคนเล็กของทีมโปรดิวเซอร์แฟร์ริชที่เดินทางไปด้วยกัน วิ่งมารับเธอ
“ขอบคุณนะคะ” เสียงหวานพูดกับสื่อมวลชนดังชัด ก่อนร่างเล็กจะโค้งสี่สิบห้าองศาให้กับช่างภาพ แล้วเดินไปพลางโบกมือไปด้วย
การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้ยาวนัก เพียงแค่สองสามวันเพื่อไปทำงานเท่านั้น และตารางงานนี้ไม่ได้ประกาศไว้ตั้งแต่แรก เป็นการเพิ่มเข้ามาอย่างกะทันหัน จึงมีทีมงานตามไปเพียงไม่กี่คน
ร่างเล็กเดินเข้าไปโดยมีพนักงานรักษาความปลอดภัยของสนามบินอำนวยความสะดวก เพราะแฟนคลับไม่ได้มามากนัก การเคลียร์พื้นที่จึงค่อนข้างง่าย
โดยไม่รู้เลยว่า ท่ามกลางผู้โดยสารที่ดูปกติ กลับมีคนคนหนึ่งที่จ้องมองมิโซระอยู่ตลอดโดยไม่ละสายตา
เมื่อทั้งสามคนผ่านด่านเช็กอินและเข้าสู่แอร์ไซด์ [1]สำหรับผู้ที่มีตั๋วหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น เหล่าช่างภาพและสื่อต่างๆ ก็ถูกกันออกไปเพื่อไม่ให้รบกวนผู้โดยสารคนอื่น
“นี่ขนาดขอให้ข่าวลงก่อนมาแค่ชั่วโมงเดียวนะเนี่ย” รินโกะที่โล่งใจเมื่อทุกอย่างสงบบ่นออกมา เพราะการเดินทางครั้งนี้มีคนว่างน้อย และมิโซระก็ไม่อยากให้จ้างการ์ดเพิ่มมาก เธอมองว่าตัวเองไปคนเดียว และในบรรดาสมาชิก เธอมีความนิยมน้อยที่สุด จึงคิดว่าป้องกันพอเป็นพิธีก็เพียงพอแล้ว
“เห็นไหมคะ คนรักพี่มิโซระเยอะแยะ” เมย์ยิ้มอย่างตื่นเต้น เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่ได้ไปทำงานในยุโรปแบบจริงจัง แม้จะเป็นเพียงช่วงสั้นๆ ก็ตาม
“ตื่นเต้นใช่ไหมเนี่ย นี่พี่จินให้เบี้ยเลี้ยงมาเท่าไหร่ เดี๋ยวพี่ท็อปเพิ่มให้ เอาไว้ซื้อของฝากกลับบ้าน” มิโซระหันไปคุยกับเมย์ด้วยความเอ็นดู เพราะอีกฝ่ายเป็นเด็กที่สุดในทีมสตาฟ
“พี่จินให้มาเยอะแล้ว ฉันเกรงใจค่ะ ไปไหนกับพี่ๆ พี่ๆ ก็ให้พ็อกเก็ตมันนี่ฉันตลอดเลย” เมย์ยกมือปฏิเสธแทบจะทันทีด้วยความเกรงใจ เพราะเมย์เป็นคนแบบนี้ พวกเธอที่เป็นศิลปินทุกคนเลยเอ็นดูเด็กคนนี้เป็นพิเศษ
มิโซระไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ยกยิ้ม โดยไม่ทันสังเกตรอบข้างเลยสักนิดว่ามีคนเดินตามและแอบมองพวกเธอมาตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว
เพราะพวกเธอมาถึงค่อนข้างเร็วกว่ากำหนดมาก จึงมีเวลานั่งรอที่แอร์ไซด์อยู่นาน สองผู้จัดการจึงสลับกันไปซื้อของเตรียมไว้ถือขึ้นเครื่อง เพราะการเดินทางครั้งนี้อาจใช้เวลากว่าสิบห้าชั่วโมงกว่าจะถึงปลายทาง แม้พวกเธอจะจองที่นั่งชั้นเฟิร์สต์คลาสไว้แล้วก็ตาม
เมื่อผู้จัดการทั้งสองกลับมานั่ง และหลังจากผ่านไปหลายนาที ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจเธอมากนัก มิโซระจึงลุกขึ้น
“เดี๋ยวฉันไปซื้อกาแฟกับขนมก่อนนะคะ”
รินโกะพยักหน้าอนุญาต ร่างเล็กจึงเดินไปยังร้านกาแฟยอดนิยม ซึ่งเป็นแบรนด์มาตรฐานของแทบทุกประเทศ โดยมีผู้ชายร่างสูงในชุดเครื่องแบบที่คาดว่าเป็นนักบินยืนอยู่ก่อนหน้าแล้ว
“มิโซระ” เสียงของผู้ชายเรียกเธอจากด้านหลัง ทำให้หญิงสาวหันไปตามเสียง และเห็นชายแปลกหน้าที่เธอไม่คุ้นเคย
“ในที่สุดเราก็มีเวลาคุยกันตามลำพังเสียที”
คำพูดนั้นทำให้เธอรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายคือสตอล์กเกอร์ที่ช่วงนี้ตามเธออยู่ตลอด แม้กระทั่งยังไปรอเธอที่หน้าบริษัททุกวัน นั่นเป็นสาเหตุที่เธอกับรินโกะเลือกจะปล่อยข่าวเรื่องงานวันนี้ในชั่วโมงสุดท้ายและรีบเดินทางออกมาทันที
มือบางเย็นเฉียบจนแทบถือโทรศัพท์ไม่อยู่ ในหัวมีเพียงเสียงหัวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ความกลัวตีขึ้นมาจนอยากจะตะโกนขอความช่วยเหลือให้ดังที่สุด เธอรู้ว่าเธอต้องหนี แต่ขากลับไม่ยอมขยับ
“อย่าเข้ามานะคะ! กรี๊ด!” มิโซระพยายามห้าม เมื่ออีกฝ่ายยังคงเดินเข้ามาโดยไม่คิดจะหยุด
เธอถอยจนชนเข้ากับแผ่นอกแข็งแรงของใครบางคน แรงกระแทกทำให้แทบเสียหลัก แต่กลับมีมือใหญ่รับเธอไว้แน่น
หญิงสาวสะดุ้งเฮือก ความกลัวตีรวนในอกจนเธอเผลอยกมือกำชายแขนสูทสีเข้มของเขาไว้แน่น ราวกับเกาะที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียว
“จะทำอะไร ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
เสียงทุ้มต่ำเหนือศีรษะของเธอแทรกเข้ามาในโสตประสาท ราวกับดึงสติที่กำลังกระจัดกระจายให้กลับมาอยู่กับความอบอุ่นจากมือที่ถูกประคองไว้บางเบา ราวกับโลกหยุดเคลื่อนไหวไปชั่วขณะ
กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของผู้ชายที่ไม่คุ้นลอยแตะจมูก ทั้งที่เธอไม่รู้จัก แต่มันกลับทำให้เธอสงบใจได้อย่างน่าประหลาด
ผู้ชายที่เธอเผลอจับแขนเสื้อไว้ ทำทุกอย่างอย่างรวดเร็ว ร่างสูงดึงเธอมาไว้ข้างหลัง พร้อมถอยจนหลังของเธอติดเคาน์เตอร์ ก่อนจะประคองมือของเธอเบาๆ และตะโกนเสียงดังเพื่อให้พนักงานรักษาความปลอดภัยรู้ตัว
ความอบอุ่นจากมือเขาทำให้ความกลัวในอกของเธอค่อยๆ จางลง
วินาทีที่หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มใต้กรอบแว่นพอดี…
นั่นคือครั้งแรกที่เธอรู้ว่า ความปลอดภัย อาจมีเสียงและกลิ่นเป็นของใครบางคนอยู่ในนั้น
“แกอย่ามายุ่ง!”
พูดจบชายคนนั้นก็พุ่งเข้ามาเหมือนจะทำร้ายคนที่มาช่วยเธอ แต่เขาเร็วกว่า ร่างสูงขยับตัวหลบ พลางพาเธอถอยไปด้วยกัน
“ทำร้ายร่างกายนักบินในเครื่องแบบที่เขตแอร์ไซด์เป็นคดีอาญาระดับประเทศนะ” ร่างสูงที่ช่วยเธอพูดข่มขู่อีกฝ่าย เธอไม่เห็นหน้าเขา ใบหน้าสวยก้มลงอย่างหวาดกลัว มือข้างหนึ่งปล่อยให้มือใหญ่กว่าประคอง ส่วนอีกมือจับด้านหลังสูทเครื่องแบบของเขาด้วยอาการสั่นเทา ริมฝีปากเม้มแน่น
“เสือก! ไม่ใช่เรื่องของแกแท้ๆ!” ชายคนนั้นพยายามจะพุ่งเข้ามาอีกครั้ง แต่พนักงานรักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ก็ขยับตัวอย่างรวดเร็ว เข้ามารวบชายที่คลั่งคนนั้นทันที
“หยุดบ้าได้แล้ว นายโดนจับแล้ว เพื่อน! ไปกับพวกฉันทางนี้!” เจ้าหน้าที่ชายที่จับตัวคนนั้นไว้ตะโกนใส่หน้ามันเสียงดัง ตามมาด้วยเจ้าหน้าที่อีกสองสามคนที่เข้ามาช่วยกันรวบตัว พร้อมกับรินโกะและเมย์ที่ทิ้งสัมภาระก่อนขึ้นเครื่องแล้วรีบมาหาเธอพอดี
ดวงตาคู่สวยเห็นว่าผู้ชายคนนั้นโดนจับขาก็แทบทรุด แต่ชายหนุ่มในเครื่องแบบประคองเธอไว้ไม่ให้ล้ม
“นักบินผู้ช่วย ไม่เป็นไรนะครับ?” เจ้าหน้าที่ที่เพิ่งมาถึงหันไปถามผู้ชายที่เข้ามาช่วยเธอด้วยความเป็นห่วง นั่นทำให้เธอเพิ่งตั้งสติได้ว่าเขาคือนักบินที่มาซื้อกาแฟ และดันซวยเพราะเธอไปด้วย
“ผมไม่เป็นไร คุณดูผู้โดยสารเถอะ” เสียงทุ้มเรียบตอบกลับ พลางขยับแว่นบนใบหน้าอย่างช้าๆ แล้วหันมามองเธอ
“ผู้โดยสาร ไม่เป็นอะไรนะครับ?” เจ้าหน้าที่อีกคนเอ่ยถาม ทำให้เธอส่ายหน้าเบาๆ ถึงจะกลัวและตกใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังพอควบคุมสติได้
“ขอบคุณนะคะ เกือบทำให้คุณเดือดร้อนไปด้วยเลย” เธอหันไปหาร่างสูงในชุดเครื่องแบบ พร้อมโค้งเก้าสิบองศาสองสามครั้งเพื่อแสดงความรู้สึกผิดจากใจจริง
“ไม่เป็นไรครับ เรื่องนี้สนามบินน่าจะมีคำอธิบายให้คุณ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นเพิ่มเติม คุณแจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลยนะครับ” นักบินคนนั้นพูดกับเธอด้วยท่าทางที่ดูเป็นห่วงจริงๆ เธอจึงพยักหน้ารับด้วยความขอบคุณ
“ขอบคุณจริงๆ นะคะ ที่คุณช่วยไว้ ไม่อย่างนั้นฉันอาจจะ…” มิโซระกำมือแน่น วินาทีที่หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มใต้กรอบแว่นพอดี แววตาของเขาดูเรียบคมแต่มั่นคงกว่าที่เธอคิด เมื่อสบตากัน รอยยิ้มมุมปากที่เขามอบให้ก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกปลอดภัยขึ้น
ไม่รู้ว่าเพราะความโล่งใจหรือเพราะสายตาที่มั่นคงคู่นั้นกันแน่ ส่งผลให้หัวใจของเธอยังเต้นไม่เป็นจังหวะ
“ผมเลือกช่วยคุณเอง แล้วผมก็ไม่ได้เป็นอะไร คุณไม่ต้องรู้สึกผิดครับ” เสียงของเขาอ่อนลงจากเมื่อครู่หลายระดับ จนเธอรับรู้ได้ว่าเขาไม่ได้ถือสาอะไรจริงๆ
“อ… ออเดอร์ได้แล้วนะคะ”
ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรต่อ เคาน์เตอร์กาแฟซึ่งกลับมาทำงานตามปกติหลังสถานการณ์สงบ ก็เรียกออเดอร์ของคุณนักบิน เขาหันไปมองก่อนจะเหลือบกลับมาที่เธออีกครั้ง
“เดินทางให้สนุกนะครับ” ร่างสูงเดินไปหยิบแก้วกาแฟของตัวเอง จึงก้าวออกไปจากตรงนั้น เพื่อกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ
ดวงตากลมคู่สวยจ้องแผ่นหลังนั้นจนลับตา แล้วจะถอนหายใจเบาๆ
“ไม่คิดเลยว่ามันจะตามเธอมาถึงนี่”
“ไม่เป็นไรแล้วค่ะ ครั้งนี้เขาก็โดนจับแล้ว คงไม่มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นอีก”
สามสาวโล่งใจเมื่อทุกอย่างเหมือนจะจบ หากแต่ใน SNS ตอนนี้มีการอัปโหลดวิดีโอเหตุการณ์ ทำให้แฮชแท็ก #ProtectOurMisora เริ่มกลายเป็นกระแส
ก่อนจะตามมาด้วยเทรนด์ชื่นชม ‘ฮีโร่พิทักษ์ท้องฟ้า’ คนนั้น และด้วยรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่น ชาวเน็ตจึงเริ่มตามสืบว่านักบินผู้ช่วยคนนั้นเป็นใครมาจากไหนกันแน่
[1]Air side เป็นส่วนที่อยู่หลังผ่านด่านตรวจความปลอดภัยแล้ว ซึ่งเป็นบริเวณที่ผู้โดยสารจะรอขึ้นเครื่องและขึ้นเครื่องบิน
แสงสว่างสีขาวสะท้อนผ่านม่านโปร่งที่ไม่คุ้นเคย ดวงตาที่บวมจากการร้องไห้เป็นเวลานานค่อยๆ ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ความรู้สึกปวดหน่วงที่หัวเล็กน้อย มือกำลังยกขึ้นมากุมก็พบว่าถูกเจาะสายน้ำเกลืออยู่หญิงสาวมองไปรอบๆ ถึงได้รู้ว่าเธออยู่ในห้องพิเศษของโรงพยาบาล ดูเหมือนเธอจะหลับไปนาน เพราะตอนนี้ก็เป็นเช้าอีกวันหนึ่งแล้วด้วย แต่ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ ในเมื่อเธอ...แกร๊กเสียงเปิดประตูห้องดังขึ้น ใบหน้าเล็กหันไปตามเสียง เห็นผู้ชายสองคนเดินคุยกันโดยมีพยาบาลเดินตาม“ยังไงช่วงนี้ก็ระวังหน่อยนะครับ” คนที่เป็นหมอบอกผู้ชายอีกคนที่ทำให้เธอใจเต้นแรงกว่าทุกครั้งที่พบ และวินาทีนั้นที่ทุกคนเงยหน้ามาเจอว่าเธอฟื้นแล้วก็เหมือนทุกอย่างหยุดชะงักภาพของหมอกับพยาบาลที่เดินเข้ามาถูกตัดออกไปเหลือเพียงผู้ชายที่ยืนมองเธอ ดวงตาของเขาแดงกล้ำเหมือนคนที่ยังไม่ได้พัก“รู้สึกยังไงบ้างครับ” เสียงของหมอทำให้มิโซระสะดุ้งเฮือก ก่อนเงยหน้าไปมองคนที่ถาม“ปวดหัวค่ะ”“แล้วก่อนหมดสติไปมีอาการยังไงบ้างครับ” คุณหมอถามต่อในขณะที่พยาบ
เสียงเปิดประตูบ้านที่คุ้นเคยดังขึ้นเบาๆ ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าของผู้หญิงร่างบอบบางที่เดินอย่างไร้เรี่ยวแรงมิโซระถอดส้นสูงวางไว้อย่างเป็นระเบียบ เชื่องช้า ราวกับจะกลบความว้าวุ่นในใจของเธอ สูทสีเทาถูกถอดเหลือเพียงเสื้อกล้ามสีขาวที่ยืนอยู่กลางบ้านไม่นานรถของอีกคนก็มาถึง มิทสึคุนิเดินเข้ามาเงียบ ทั้งยังปิดประตูเบาๆ ราวกับกลัวว่าเสียงประตูมันจะดังเกินไปในคืนนี้มิโซระที่โยนสูทลงโซฟาพร้อมมือที่ถอดแฮร์พีชโยนไว้ข้างๆ กันอย่างไม่หันกลับมามองคนที่ยืนมองเธออยู่ข้างหลัง มีเพียงเสียงนาฬิกาที่เดินอย่างไม่สนใจว่าเวลานี้กำลังจะมีอะไรพังหรือเปล่า“ไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยหรอคะ” เสียงสั่นเครือของมิโซระดังขึ้นก่อน น้ำเสียงนั้นไม่ได้แข็งกร้าว หรือดังจนเหมือนโวยวาย แต่มันเบาเสียจนสัมผัสได้ว่าคนพูดเหนื่อยมากแค่ไหนชายหนุ่มที่ได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจช้าๆ ก่อนจะเดินไปใกล้เธออีกก้าว“ผม... ไม่รู้จะต้องเริ่มจากตรงไหน”มิทสึคุนิไม่อยากให้เหตุการณ์มันมาถึงตรงนี้เลย แต่เพราะความหึงหวงเกินไปของเขาที่เห็นมิโซระอยู่กับโคฮาคุจนไปพูดไม่ดีใส่มิโซระ ท
[ฉันถึงแล้วนะคะพี่จิน]หญิงสาวพิมพ์บอกพี่ชายที่เธอขอความช่วยเหลือเอาไว้ เมื่อร่างเล็กเข้ามาถึงร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ที่ดูจะเป็นส่วนตัวกว่าที่คิด บรรยากาศรอบๆ ไม่ได้มีคนพลุกพล่าน แต่ก็มีมุมอับที่แอบถ่ายได้ไม่น้อยที่โคฮาคุเลือกสถานที่คนน้อยแต่มีมุมอับเพราะอยากให้เธอวางใจว่าจะไม่มีการแอบถ่าย แต่ก็จะถ่ายอยู่ดีสินะแถมที่นี่ยังมีคนน้อยจนน่าสงสัยมิโซระก็ยังแต่งตัวค่อนข้างเป็นทางการ พยายามแสดงความห่างเหินในหลายๆ ทาง เธอไม่อยากแต่งตัวชิลเกินไปจนเหมือนมากับคนในบ้าน และไม่อยากแต่งตัวสวยเกินไปจนเหมือนมาเดต ผมรวบต่ำเรียบร้อย ส้นสูงและสูทสีเทาของเธอดูจะเข้ากับงานนี้พอดีแถมยังต้องแต่งหน้ากลบร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการพักผ่อนไม่พออีก“รอนานหรือเปล่า” ไม่นานนัก คนที่นัดก็มาถึงพร้อมทักทายด้วยรอยยิ้ม แต่เธอกลับมองเขาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร“เข้าเรื่องเถอะค่ะ ฉันไม่อยากเสียเวลานาน” มิโซระไม่ทักกลับ และยังเร่งรัดให้อีกฝ่ายรีบๆ ด้วยน้ำเสียงรำคาญ“ไม่ต้องรีบหรอก เรายังมีเวลาอีกพักใหญ่ๆ” โคฮาคุพูดอย่างมาเลศนัยจนคิ้วของ
เวลาที่ล่วงเลยมาถึงกลางคืน ในบ้านหลังไม่เล็กไม่ใหญ่ในตัวเมือง มิโซระที่กำลังพลิกตัวไปมาหลายรอบ เพื่อพยายามข่มตาให้หลับแต่ทุกครั้งที่เธอหลับตาภาพของหนุ่มสาวในชุดแต่งงานก็ทำให้เธอสงบใจไม่ลง จนกระทั่งชายหนุ่มวิดีโอคอลมา หญิงสาวจึงเม้มปากเล็กน้อยก่อนจะกดรับสายนั้นแม้ใจจะยังไม่พร้อมก็ตาม[นอนแล้วหรอครับ?] เสียงนุ่มเอ่ยถามจากปลายทางพร้อมกับภาพวิดีโอที่ชายหนุ่มกำลังจัดข้าวของในห้องพัก เมื่อเขาถึงแล้วเขาก็ทำแบบนี้เป็นปกติ“ก็ว่าจะนอนแหละค่ะ แต่เหมือนจะนอนไม่หลับ” เธอพูดด้วยเสียงอู้อี้ ในห้องนอนที่ปิดไฟหมดแล้วเพื่อพลางร่องรอยของการร้องไห้อย่างหนักเอาไว้ “เหนื่อยไหมคะ”[ไม่ค่อยเท่าไหร่ครับ แต่อยากกลับไปหาคุณแล้ว] ชายหนุ่มในวิดีโอพูดพลางหันมายกยิ้มให้เธอ ขณะที่มือของเขากำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวของนักบินออก“ฉันก็อยากให้คุณกลับมาเร็วๆ” มิโซระเองก็รู้สึกอยากให้เขามาอยู่ตรงหน้าเธอ แต่เธอไม่ได้รู้สึกคิดถึงมากมายขนาดนั้น เธออยากจะคุยกับเขาตรงหน้ามากกว่า[คิดถึงผมก็บอกตรงๆ สิ] มิทสึคุนิหันมาพูดด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นเหมื
‘ศิลปิน Starlight ปล่อยเพลงของโปรเจกต์พิเศษร่วมกับ AJN ทั้ง 3 เพลงแล้ววันนี้ทุกแพลตฟอร์ม’พาดหัวข่าวที่ดังตั้งแต่เมื่อคืนทำเอาไทม์ไลน์ลุกเป็นไฟ เมื่อศิลปินทั้งสามวงของค่ายได้ปล่อยเพลงใหญ่มาครบ และยังไม่มีกำหนดการโปรโมท เนื่องจากที่เสร็จมีแค่เพลงกับการแสดง แต่เอ็มวีและแผนอื่นๆ ยังอยู่ในขั้นดำเนินการแต่เท่านั้นทุกคนต่างก็ตั้งตารอเอ็มวีและสเตจเต็มของศิลปินของตัวเองไม่ต่างจากแฟร์รี่ แฟนคลับของแฟร์ริช[เพลงแนวนี้กลับมาแล้ว ลอยๆ ฟุ้งๆ แฟร์ริชเท่านั้นที่จะร้องเพลงแนวนี้ได้แบบนี้ สมชื่อวงแล้ว][ทั้งที่มันไม่ใช่ทั้งเพลงรัก และเพลงเศร้า แต่ท่อนบริจด์ของมิโซระทำฉันน้ำตาไหลเลย แววตาเศร้าเอย น้ำเสียงหวานจับใจ หน้าสวยแบบนั้น ฆ่ากันเลยเถอะ ละมุนไปหมดด][ท่อนบริจด์นี่ช็อตฆ่าคนเลยค่า][เมื่อวานมิโซระสวยมาก เหมือนเป็นเพลงของเธอเลย][ในที่สุด โปรดิวเซอร์ก็แต่งเพลงให้ตัวเองเด่นซักที เสียงเข้ามาก]ความคิดเห็นเกี่ยวกับการแสดงเมื่อคืนที่มีแฟนๆ ถ่ายเอาไว้หลั่งไหลกันเข้า ส่วนใหญ่จะเป็นการยินดีที่ในที่สุดมิโซระก็แต่งเพลงให้
พิธีการแถลงข่าวเปิดตัวฝูงบินใหม่ของสายการบิน AJN อย่างเป็นทางการจัดขึ้น หลังจากที่ทดลองบินและสร้างนักบินรุ่นใหม่ๆ มาสองปีกว่าๆ ถูกจัดขึ้นที่สายการบินในช่วงเช้าตอนนี้ก็เป็นทีของการจับมือระหว่าง Starlight กับ AJNพิธีเปิดตัวของสื่อมวลชนถูกจัดขึ้นที่โดมขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กที่มีสื่อมวลชน นักบินของ fleet ใหม่ ผู้บริหารของสายการบิน และศิลปินของ Starlight ทุกคนที่อยู่ที่นี่ผู้ชมที่อยู่ด้านล่างคือนักบินและพนักงานของสายการบินที่ได้พักและไม่มีงานตามกำหนดที่อยากจะเข้าร่วม รวมถึงแฟนๆ ที่ได้สิทธิ์การเข้าร่วมคอนเสิร์ตรวมของค่าย Starlight นี้ตามช่องทางต่างๆ รวมถึงที่กดบัตรมาดูด้วยในช่วงพิธีการของช่วงเย็นนี้ โทรุ ประธานกรรมการบริหารของ Starlight และ จิน ผู้อำนวยการ A&R เป็นตัวแทนของฝั่ง Starlight พร้อมกับลีดเดอร์ของศิลปินทั้งสามวง ในการถ่ายรูปกับผู้บริหารของ AJN ร่วมกับกัปตันฝูง และนักบินที่เป็นแกนของทีมอีกห้าคนคือกัปตันอาคาริ และนักบินผู้ช่วย มิทสึคุนิ เคย์สึเกะ ฮายาโตะ และ เรียว ทั้งสี่คนยืนร่วมเฟรมในชุดนักบินเรียบร้อย“ขอเสียงปรบมือให้กับการร่วมมือคร
ก่อนงานแถลงการณ์รีแบรนด์และเปิดตัวฝูงบินใหม่ของสายการบิน AJN ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเวลาอีกไม่ถึงสองอาทิตย์ข้างหน้าคลิปของรายการต่างๆ และคลิปสั้นแนวตั้งที่เป็นไฮไลต์ที่ศิลปินของ Starlight ไปถ่ายกับสายการบิน ตั้งแต่โรงเรียนการบิน เบื้องหลังการทำงานของสายการบิน ไปจนถึงทดลองใช้ชีวิตเป็นพนักงานต
ท่ามกลางแสงจันทร์ในยามค่ำคืนที่เงียบสงบ บ้านของมิโซระตอนนี้มืดสนิท มีเพียงแสงไฟในห้องนอนเท่านั้นที่ยังคงเปิดอยู่เสียงซิปกระเป๋าดังขึ้นแผ่วเบาท่ามกลางแสงไฟนวลตา ร่างสูงในเสื้อยืดตัวบางพร้อมนอนสีขาวกำลังแยกของในกระเป๋าเดินทางเงียบๆ ทั้งที่แววตาปรือจากฤทธิ์แอลกอฮอล์แม้จะอาบน้ำแล้วก็ยังไม่คลา
เสียงดนตรีแจ๊สคลอเบาๆ เสริมบรรยากาศหรูหรา หากแต่โต๊ะที่ฮายาโตะนั่งกลับอึดอัด เมื่อนักบินหนุ่มพาน้องสาวคนละแม่มาร่วมโต๊ะพร้อมกัน ดูเหมือนว่าเพื่อนในโต๊ะไม่ค่อยจะต้อนรับนักช่วงสมัยมัธยมมิทสึคุนิมีชื่อเสียงที่แย่จริงๆ ไม่ใช่เพราะตัวเขา แต่เป็นเพราะใครบางคนทำให้มันเป็นแบบนั้นต่างหาก“ไ
บาร์หรูที่ตั้งอยู่ชั้นบนของโรงแรมเงียบกลางเมือง ที่ซึ่งความลับราคาแพงกว่าไวน์ยี่ห้อดัง แขกคืนนี้ล้วนเป็นคนที่ชื่อปรากฏบนข่าวเศรษฐกิจและบันเทิงวันนี้ก็เช่นกันคุณชายของตระกูลระดับท็อปที่ครอบครัวร่ำรวยมาหลายชั่วอายุคนอย่าง ไทระ โคฮาคุ คุณชายเล็กของตระกูลไทระ ผู้ที่ถูกเรียกว่าคุณชายที่ดีพร้อมทั้งรูปร







