Masukวาตะ (ลม) อายุ : 20 ปี ส่วนสูง : 187 ซม. (58)🤭 เป็นคนนิ่งเงียบ เย็นชา ขี้รำคาญ คำพูดติดปาก : “อย่าดื้อ” “เธอเป็นของฉัน…และฉันก็เป็นของเธอ” จัสมิน (มิน) อายุ : 20 ปี ส่วนสูง : 162 ซม. ตัวเล็ก น่ารัก สดใส จัดฟัน มีลักยิ้ม ใบหน้าประดับรอยยิ้มตลอด คำพูดติดปาก : “ลม” “ขอกินไอติมสามถ้วยนะ” “ลมอยากเป็นหมาของมินเหรอ?”
Lihat lebih banyakก่อนจะสัมผัสได้ถึงวงแขนแกร่งที่เข้ามาสวมกอดเอวคอดจากทางด้านหลัง จัสมินหันไปยิ้มหวานให้กับวาตะที่เป็นคนกอดเธอ“ชอบมากเหรอ” “ชอบ แล้วลมไม่ชอบเหรอ?”“ชอบ…แต่ชอบเธอ”“……” เธอเงียบไปด้วยความเขินจนหน้าแดง เวลาอยู่กันสองคนเขามักจะชอบพูดแบบนี้กับเธอตลอด และเธอเองก็จะพูดกับเขาด้วยจากเมื่อก่อนที่ไม่เข้าใจว่าการชอบคนคนหนึ่ง ที่ไม่ใช่แม่จินและเพื่อนมันเป็นยังไง พอเข้ามหาวิทยาลัยมันทำให้เธอรู้อะไรมากขึ้น และลมเองก็เป็นคนสอนให้เธอรู้จักความรู้สึกตัวเอง แต่มันก็คงเป็นได้แค่นี้ เป็นเพื่อนที่ชอบกันมาก ๆ เป็นอะไรที่มากกว่านี้ไม่ได้“สุขสันต์วันเกิดนะลม”“สุขสันต์วันเกิด”ทั้งสองพูดมันออกมาพร้อมกัน หลังจากปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุม ก่อนจัสมินจะถูกจับให้หันไปเผชิญหน้ากับวาตะ“มินไม่ได้เตรียมของขวัญมาให้เลย เพราะมินจำไม่ได้” รู้สึกเสียใจที่ตัวเองจำวันเกิดเขาไม่ได้ เพราะมันตรงกับวันที่เธอเกิดเหมือนกัน การที่ไม่ได้มีอะไรพิเศษในวันนี้เลยตั้งแต่จำความได้ เธอก็มองมันเป็นวันธรรมดาวันหนึ่ง“ไม่เป็นไร แต่ตั้งแต่นี้ไปเธอต้องจำวันนี้ให้ได้”“มินจะพยายามนะ”“มันไม่ใช่แค่วันเกิดฉัน แต่เป็นวันเกิดเธอด้วย”“มิน…มินไ
หลายเดือนต่อมา…“พี่มิน” “หื้ม?” เธอหันไปตามเสียงเรียกของเฟย์รินที่เรียกเธอแบบกระซิบ เหมือนมีเรื่องอะไรจะคุย“พรุ่งนี้วันเกิดพี่ลม หนูได้ยินว่าพี่ลมจะไปผับกับเพื่อน” “พรุ่งนี้เหรอ…แล้วหนูเฟย์รู้ได้ยังไง” “หนูแอบได้ยินมา”“แล้วผับมันเป็นยังไง พี่ไม่เคยไป” ตั้งแต่จำความได้ก็มีเพียงไม่กี่ที่ที่เคยไป ส่วนผับก็พอได้ยินชื่อมาบ้าง แต่ก็ไม่เคยไปสักครั้ง“ก็สถานที่ไว้ปลดปล่อย หนูก็ไม่รู้รายละเอียดข้างในมากเท่าไหร่ เพราะอายุยังเข้าไม่ได้เลยไม่เคยไปสักที” “ไม่เป็นไร…” ยังพูดไม่ทันจบ เสียงเฟย์รินก็ดังแทรกเข้ามา“ไม่เป็นไรได้ยังไง! ที่นั่นมีแต่ผู้หญิงสวย ๆ แต่งตัวโป๊ ๆ เยอะมากเลยนะ!” “จะ…จริงเหรอ” มันเริ่มคิดขึ้นมาแล้วว่าที่แบบนั้นมันยังไงกันแน่ ผู้หญิงสวย ๆ งั้นเหรอ…“ใช่ ถ้าพี่มินไปได้ พี่มินไปเฝ้าพี่ลมนะ” “พี่ไม่ไปหรอก” ลมเขาคงจะไปสนุกกับเพื่อน อีกอย่างเธอไม่อยากนอนดึกด้วย คงจะไม่ได้ตามเขาไปหรอกมหาวิทยาลัยรถคันหรูที่มีร่างสูงสวมเสื้อช็อปสีแดงของคณะที่เขาเรียน เป็นคนขับมาส่งร่างเล็กในชุดนักศึกษาที่หน้าคณะเหมือนอย่างเคย“ลม…” ก่อนจะลงจากรถ เธอก็นึกถึงเรื่องที่เฟย์รินบอกมาตลอดทาง “อืม” “
วาตะผลักอกของรุ่นพี่ออกไปให้ห่างจากจัสมิน เมื่อมันพยายามจะเข้ามาใกล้และจะจับมืออีกข้างของเธอ ก่อนเขาจะกระชากลากเธอไปยังรถที่จอดอยู่ไม่ไกล“ลม! มินเจ็บนะ! มินขอโทษ” เธอไม่รู้ว่าทำอะไรให้เขาโกรธถึงขนาดนี้ แต่ก็ขอโทษเขาไปก่อนเผื่อว่าเขาจะใจเย็นลง“เข้าไป!” เปิดประตูรถได้ก็ดันเธอเข้าไป พร้อมกับปิดประตูเสียงดังลั่นไปทั่วบริเวณทันที“เห้ย! ทำไมทำเพื่อนแรงขนาดนี้” เขาเข้ามาเพื่อจะช่วยหญิงสาว เธอร้องบอกว่าเจ็บตลอด แต่วาตะกลับยังกระชากเธอและดันขึ้นรถไป“ฟังนะ…มินเป็นเมียกู” พูดอย่างชัดถ้อยชัดคำเน้นให้มันฟัง ก่อนเขาจะเดินไปฝั่งคนขับ“แต่มินเป็นคนบอกกูเอง”จัสมินมองคนทั้งสองที่อยู่นอกรถด้วยสายตากังวล เธอไม่กล้าออกไปตามคำสั่งของวาตะ กลัวว่าเขาจะโกรธไปมากกว่านี้ไม่นานวาตะก็ขึ้นรถมา พร้อมปิดประตูเสียงดังจนเธอสะดุ้ง เธอนั่งก้มหน้าลงอย่างไม่กล้าที่จะมองไปทางไหนหมับ!“เงยหน้า”“มินขอโทษ อย่าโกรธมินเลยนะ” เงยหน้าตามที่เขาบอก พร้อมกับพูดกับเขาเสียงอ้อนวาตะมองไปยังนอกรถที่ไอ้รุ่นพี่คนนั้นยังคงยืนอยู่ ก่อนจะหันมามองคนตัวเล็กที่จับหน้าเขาไว้พร้อมกับเสียงอ้อนของเธอ“อะ!…อื้ออออ” ร้องตกใจเมื่อถูกเขาแนบจูบ
จัสมินเดินมาหาพิงค์ที่คณะอักษร เพื่อจะเดินกลับหอพักด้วยกัน เพราะวันนี้ลมบอกว่ามีธุระอาจจะมารับช้า เธอเลยบอกให้ลมไม่ต้องมา เดี๋ยวจะกลับกับพิงค์เองมาถึงก็เห็นพิงค์กำลังยืนคุยกับรุ่นพี่ผู้ชายคนหนึ่ง ก่อนทั้งสองจะเห็นเธอและได้มองมาพร้อมกัน เธอยิ้มให้กับเพื่อนสาวด้วยความสดใสของตัวเอง“พิงค์ขอตัวนะคะ” บอกลารุ่นพี่คนนั้น ก่อนจะเดินมาหาจัสมินที่ยืนรออยู่“มินมาเดินกลับพร้อมพิงค์” เธอจำได้ว่าวันนี้เราสองคนเลิกเรียนพร้อมกัน เลยมาหาเพื่อกลับด้วยกัน วาตะจะได้ไม่เป็นห่วงว่าเธอจะกลับคนเดียวด้วย“ทำไมถึงมากลับพร้อมพิงค์ได้ วาตะไปไหน” “ลมบอกว่ามีธุระจะมารับช้า มินเลยจะกลับกับพิงค์ดีกว่า”“คงไปด้วยกันกับทีแน่เลย” นทีแฟนหนุ่มของเธอก็บอกว่ามีธุระเหมือนกัน คิดว่ากลุ่มเพื่อนเขาคงไปด้วยกัน“ไปไหนกันเหรอ?” “พิงค์ก็ไม่รู้ ทีบอกแค่กลับช้า”“เหมือนลมเลย”“งั้นเราไปหาอะไรกินกันก่อนค่อยกลับห้อง ดีไหม?” “ดีเลย! ไปกันเถอะ” จับมือพิงค์พร้อมเดินไปด้วยกันที่ประตูหลังมหาวิทยาลัย เพราะตอนเย็นแบบนี้จะมีตลาดเมื่อเดินเข้ามาในโซนตลาดได้ จัสมินก็ตาโตทันทีที่เห็นไอศกรีม จึงเดินเข้าไปสั่งอย่างไม่รอช้า“ขอบคุณค่ะ” รับไอศก
จากการประกาศของโรงเรียนในครั้งนั้น ทำให้พวกเธอไม่ค่อยได้กลับบ้าน อยู่อย่างนี้จนมาถึงปิดเทอมกลางภาค แต่กว่าจะปิดก็กินเวลาไปกว่านักเรียนชั้นอื่นอยู่เกือบสองสัปดาห์ ทำให้การปิดเทอมของพวกเธอในครั้งนี้ช่างสั้นกว่าเทอมไหน ๆ“มินได้กอดแม่แล้ว” พูดขึ้นมาขณะที่เข้าไปสวมกอดแม่แน่น ๆ ด้วยความคิดถึงที่ไม่ได้กอ
ตอนที่ 9 - อยากรู้อะไรก็โทรมา“น้องมินคิดถึงแม่จิน” เข้าไปสวมกอดแม่จากทางด้านหลังด้วยความคิดถึง“แม่ก็คิดถึง อยู่ที่โรงเรียนอย่าซนจนตัวเองเจ็บตัวนะน้องมิน”“น้องมินไม่ซนเลยค่ะ…แค่ซุ่มซ่าม” ยิ้มหัวเราะออกมาให้กับตัวเอง แม้จะระวังมากแค่ไหนก็ยังมีเรื่องให้ตัวเองเจ็บตัวและมีแผลเล็ก ๆ มาตลอด“น้องมินเจ็
ร่างสูงกลับมาพร้อมอุปกรณ์ทำแผล เข้ามานั่งย่อตัวอยู่ตรงหน้าร่างเล็ก มองบาดแผลของเธอที่เลือดยังซึมออกมาอยู่“มินทำเองก็ได้”“……” ความเงียบเป็นคำตอบของการปฏิเสธ จัสมินจึงนั่งตัวเกร็งให้เขาทำแผลให้ ยามที่สำลีแตะโดนแผลเธอก็สะดุ้งตัวทุกครั้ง มันแสบมากจนต้องบีบมือเข้าหากันแน่นวาตะสังเกตเห็นมือเล็กบีบเข้
ตั้งแต่เปิดเทอมมาได้เกือบหนึ่งเดือน เธอก็ไม่ได้กลับไปหาแม่ที่บ้านคุณน้าเฟิร์นเลย เพราะที่โรงเรียนมีกิจกรรมและต้องเตรียมตัวกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอย่างหนัก“น้องมินคิดถึงแม่จินจังเลยค่ะ”“แม่ก็มาหาแล้วนี่ไง น้องมินต้องตั้งใจเรียนนะ” เป็นเพราะจัสมินไม่ได้กลับไปหาเธอเกือบเดือนได้ จึงได้มาหาลูกวันนี้ด






Ulasan-ulasan