로그인“มน พี่ทิวจะมารับ แกไปพร้อมเราไหม” เอมอรถาม ตอนเธอกำลังแต่งตัวไปเรียนปรับพื้นฐานในช่วงเช้าของวันสุดท้าย ก่อนที่สัปดาห์หน้าจะเปิดภาคเรียน
“ไม่ละ แกไปกับพี่เขาเถอะ”
“แต่เราไม่อยากให้แกนั่งรถคนเดียว นะ ไปด้วยกัน”
“ไม่เอา เราไปได้ ไม่ต้องห่วงหรอก คนออกจะเยอะ เขาคงไม่กล้าทำอะไรหรอก”
เมื่อวานกลับมาถึงห้อง เธอได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง เอมอรเลยกลัวว่าพวกนั้นจะดักรอหาเรื่องอีก เลยชวนให้นั่งรถไปด้วยกัน
“โอเค ๆ ระวังตัวด้วยล่ะ ยังไงเจอกันที่มอเลยนะ”
เอาจริง เธอไม่อยากไปเป็นก้างขวางคอเพื่อนกับผู้ชาย ซึ่งตั้งแต่วันนั้นสองคนนั้นไม่ได้เจอกันเลยเป็นสัปดาห์แล้ว เธอเลยปล่อยให้ไปเจอไปคุยกันบ้าง
เอมอรออกไปไม่นาน เธอก็ตามไปติด ๆ พอเห็นว่าสายแล้วไม่อยากรอสองแถว เลยเรียกวินเจ้าประจำให้ไปส่ง ตอนนั้นเองสายตาคู่สวยเหลือบไปเห็นว่ามีเด็กช่างจากวิทยาลัยเทคนิค T ขับรถตามมา ทุกคนใส่หมวกกันน็อกเต็มใบกันหมด ก็ไม่ได้สนใจ เพราะเห็นเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว จนคันที่ขับนำมาเปิดกระจกของหมวกกันน็อกออก หน้าของผู้ชายคนนั้นลอยมาแต่ไกล ทั้งยังมองเธอด้วยสายตาโกรธแค้นอีกต่างหาก
พอดีที่วินเลี้ยวเข้ามอ ทำให้พวกเด็กช่างพากันขับเลยไปวิทยาลัยที่มีเพียงถนนกั้นกลางไว้ ลงจากรถได้ก็เดินไปหาสองคนนั้นที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว พร้อมกับเล่าเรื่องที่เพิ่งเจอหมาด ๆ ให้ฟัง
“เด็กช่างนี่ก็โหดเนอะ ถ้าหนีไม่ทันคงโดนสวนดับคาตลาดนัดแน่” ฐาปกรณ์ว่า
“ทำกูสิ เดี๋ยวได้รู้กัน”
“เราจะมีปัญญาอะไรไม่สู้เขาวะ” เอมอรถาม
“จำไม่ได้หรือไงว่าเราเป็นเทควันโด”
ทั้งเอมอรทั้งฐาปกรณ์ร้องออกมาอย่างเพิ่งนึกได้ว่าตอนมอสี่ มณีมณฑน์เคยไปแข่งกีฬาชนิดนี้ระดับจังหวัดมาแล้ว แต่ต้องตกรอบสิบคนสุดท้ายในรอบแข่งขันระดับประเทศที่มีแต่คนเก่ง ๆ ทั้งนั้น ถึงแม้จะไม่ได้แข่งอีก ทว่าหญิงสาวก็ยังซ้อมตลอด
วันนี้กว่าอาจารย์จะปล่อยออกจากห้องก็เกือบห้าโมงเย็นแล้ว ไหนจะยังต้องอยู่ช่วยรุ่นพี่ปีสองปีสามทำป้ายและทำงานอื่น ๆ ในคณะอีก ทำให้ตอนนี้สามสาวที่หิวไส้จะขาดชวนกันไปหาอะไรกินก่อนกลับห้อง
“แก ไปกินโรตีร้านข้างมอกันไหม” มณีมณฑน์ถาม ขณะเดินออกจากตึกคณะ
“ดีเลย กำลังหิวพอดี”
“เอาดิ ฉันได้ยินว่าเย็น ๆ แบบนี้ เด็กช่างเยอะ ฉันจะไปแอ่วสักหน่อย”
ตกลงกันได้ ถึงพากันขึ้นรถรางไปลงหน้ามอ แล้วเดินไปร้านขายโรตีที่อยู่ซอยกลางระหว่างมหาวิทยาลัย R และวิทยาลัยเทคนิค T เป็นร้านไม่เล็กไม่ใหญ่ วัยรุ่นย่านนี้มานั่งกันเยอะ เมื่อได้ที่นั่งต่างคนต่างสั่งที่ตัวเองอยากกินมาคนละอย่างสองอย่าง รอเพียงไม่นานอาหารที่สั่งไปก็มาเสิร์ฟ
“อิ่มแล้วไปตลาดนัดกัน” ฐาปกรณ์ชวน
“เอาสิ อยากซื้ออะไรไปติดห้องบ้าง กลัวกลางดึกจะหิว”
“ที่เราซื้อไปให้เมื่อวานกินหมดแล้วเหรอ”
“ไอ้มน ช็อตฟิลจริง”
มณีมณฑน์หัวเราะคิกคักที่ทำให้เอมอรหน้างอได้
กินอิ่มฐาปกรณ์ก็เป็นคนจ่ายเงิน ก่อนจะพากันไปตลาดนัดโต้รุ่งที่มีร้านค้าร้านขายมากมาย เดินวันเดียวก็เดินได้ไม่ทั่ว
ได้ของกินคนละสองอย่างก็ชวนกันกลับหอ ซึ่งฐาปกรณ์มานอนด้วย ระหว่างที่เดินออกซอยกลาง ทำให้พบกับเด็กช่างกลุ่มเดิมจับกลุ่มคุยกันอยู่ริมทาง ราวกับมาดักรอพวกเธออย่างไรอย่างนั้น เลยเกิดความกังวลที่ต้องมาเจอกันแบบจัง ๆ เช่นนี้
“เดินไปไม่ต้องสนใจพวกเขาหรอก” หญิงสาวกระซิบคุยกับเพื่อน เดินจวนจะพ้นอยู่แล้ว จู่ ๆ ก็ถูกดึงสายกระเป๋าสะพายข้างที่เธอสะพายอยู่
“เฮ้ย!!” มณีมณฑน์ร้องออกอย่างตกใจ
“จะรีบไปไหน”
คนที่ทำแบบนี้ได้คงมีคนเดียว คือคนชื่อเบส ผู้ชายตัวสูง ตาโต คิ้วเข้ม ผิวขาวออกเหลือง ส่วนเพื่อน ๆ ได้แต่นั่งมองกันเงียบ ๆ ทางฐาปกรณ์และ เอมอรคงตกใจน่าดู ด้วยไม่คาดคิดเหมือนกันว่าเขาจะกล้าอุกอาจขนาดนี้ ทั้งที่อยู่ในที่สาธารณะและมีผู้คนเดินผ่านเข้าออกตลอดแบบนี้
“ปล่อย!” หญิงสาวบอกเสียงแข็ง สะบัดแขนให้อีกฝ่ายปล่อย หากก็ยากเย็นเหลือเกิน
“ไม่ปล่อยจะทำไม จำไม่ได้หรือไงว่าเมื่อวานทำอะไรกูไว้บ้าง” เอาจริง เขาก็อยากเจอหน้าเธอแหละ เลยหาเรื่องแกล้ง หาเรื่องเจอหน้า หาเรื่องพูดคุย ที่ออกจะทะเลาะกันมากกว่าพูดคุยดี ๆ ไม่รู้สิ มันเป็นความรู้สึกที่ก็หาคำตอบไม่ได้
“เบสส่งเธอแล้ว คราวนี้เป็นตาของเบสบ้างนะ” แม้ตอนนี้จะปิดไฟข้างเตียงแล้ว หากแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาก็ทำให้เธอเห็นได้ว่าเขายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ส่งให้ ก่อนที่เจ้าตัวจะจับตัวเธอพลิกขึ้นนั่ง แล้วตัวเองก็ไปนั่งกึ่งนอนหลังพิงหัวเตียง พลางจับมือบางให้สัมผัสกับท่อนเนื้อแล้วให้รูดขึ้นลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป“ใช้ปากสัมผัสมันหน่อยสิ มันอยากเข้าไปอยู่ให้ปากของเมียจ๋าน่ะ” พลางจับศีรษะทุยกดลงให้ริมฝีปากบางสัมผัสกับเอ็นแกร่ง หญิงสาวก็จัดการกลืนเข้าปากจนสุดคอหอย ซึ่งตอนนี้มันใหญ่คับปากเธอไปหมด แล้วบอกกับตัวเองว่าคืนนี้แหละที่เขาต้องจำจดเธอไว้“อืม อ่า ซี๊ดดดด”หญิงสาวทั้งอมทั้งดูด ขยับศีรษะขึ้นลง แล้วใช้ปลายลิ้นตวัดเลียส่วนหัวจนได้ยินเสียงทุ้มครางออกมาเบา ๆ ไหนจะสะโพกสอบที่เด้งขึ้นจนปลายแท่งร้อนกระแทกคอหอย เป็นผลให้มือบางตีหน้าขาแกร่งอย่างหมั่นไส้ที่เขาทำเอาเธอน้ำตาเล็ด“อืม อา” หากเขาก็ไม่ฟังเมื่อตอนนี้อารมรณ์ตัวเองมาเต็ม เธอเลยแกล้งขยับปากออกเลยทำให้ได้ยินเสียงโวยวายจากชายหนุ่ม“เอาออกทำไม กำลังเสียวเลย” พร้อมกับจะยัดท่อนเนื้อเข้าปากเธอเหมือนเดิม หากเธอก็ขยับหน้าหนี “มน”“ครางหน่อยสิ อยากได
“มน...” เสียงเรียกชื่อที่ไม่คุ้นหู ทำให้หญิงสาวต้องหันไปมองอย่างสงสัยใคร่รู้“เรียกฉันเหรอคะ”“ใช่ พี่ภาเรียกเองแหละ”“มีอะไรกับฉันหรือเปล่าคะ” มณีมณฑน์ถามคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า คนที่ทำให้เธอเสียใจ คนที่ทำให้เธอร้องไห้ และคนที่ทำให้เธอไม่อยากจะเชื่อใจบุรินทร์อีก“พี่ขอคุยด้วยสักครู่สิ” เช่นนั้นแล้ว มณีมณฑน์ก็เดินไปนั่งที่ม้านั่งหินอ่อน “ที่พี่มาวันนี้ พี่จะมาบอกว่าพี่กำลังจะแต่งงานกับแฟนของพี่น่ะ สำหรับพี่กับเบสเราไม่ได้มีความรู้สึกแบบคนรักให้กันแล้วนะ เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน อีกอย่างเมื่อวานพี่กับเบสก็ไม่ได้ทำอะไรอย่างที่น้องคิดหรอกนะ ถ้าน้องสังเกตน้องจะเห็นว่าแฟนพี่ก็ยืนอยู่ตรงนั้นด้วย”มณีมณฑน์มองไปยังแฟนของพี่ภาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กัน ตอนนั้นยอมรับเลยว่าเธอไม่ได้มองอะไรทั้งนั้น เพราะเชื่อตาเห็น จนลืมสังเกตสิ่งรอบข้าง“จริง ๆ มนก็ไม่ได้โกรธอะไรพี่หรอกนะ แต่มนอยากดัดนิสัยคนอะเลยต้องทำแบบนั้น ยังไงมนต้องขอโทษพี่ภากับแฟนด้วยนะที่ทำอะไรแบบนั้นลงไป” หญิงสาวจับมือของภาวิดามากุมไว้แล้วพูดบอกความจริง“ห๊ะ!! ดัดนิสัยอย่างนั้นเหรอ”“ค่ะ”“โห น้องมนสุดยอดมากเลย ว่าไหมตัว” ภาวิดาพูดแล้วก็ยกมือโป้ง
“ได้สิลูก นอนห้องเดิมนะ” ห้องเดิมที่คุณคณิตาหมายถึงก็คือห้องของบุรินทร์นั่นแหละ แต่เจ้าตัวคงจะยังไม่รู้ เพราะเอาแต่จ้องหน้าจอทีวีดูไฮไลต์บอลอย่างตั้งอกตั้งใจพูดคุยกันอีกเล็กน้อย แม่ก็ชวนกินข้าวเย็นที่ท่านทำรอลูกชาย ส่วนพ่อนั้นเพิ่งจะเดินทางกลับไปทำงานรับเหมาอีกจังหวัดหนึ่งเมื่อเช้านี่เอง เธอเลยไม่มีโอกาสได้เจอท่านเมื่อดูทีวีและคุยกับแม่จนดึกถึงชวนกันไปนอน โดยที่เธอจะไปนอนกับบุรินทร์ที่เข้าห้องไปก่อนหน้าแล้ว เปิดประตูเข้ามาในห้องข้าวของทุกอย่างยังคงวางอยู่ที่เดิม ส่วนเจ้าตัวคงจะอาบน้ำอยู่เพราะเธอได้ยินเสียงน้ำไหล นั่งรอไม่นานเขาก็เปิดประตูห้องน้ำออกมามองเธอด้วยสีหน้าตกใจ“นอนนี่เหรอ”หญิงสาวพยักหน้าตอบ“งั้น...เธอนอนไปเถอะ เดี๋ยวพี่ไปนอนโซฟาหน้าทีวี” พูดแล้วก็รีบเดินไปใส่เสื้อผ้า และเดินไปเปิดประตูห้อง“คนอุตส่าห์มานอนด้วย ยังจะทิ้งให้นอนคนเดียวอีก ใจร้ายไป ปะ” อ่อยขนาดนี้แล้วถ้ายังออกไปก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วนะ“เธอจะนอนกับพี่จริง ๆ เหรอ” ชายหนุ่มถามอย่างไม่เชื่อหู“จริง…” หญิงสาวยืนยันหนักแน่น ชายหนุ่มยิ้มดีใจ แล้วกอดเธอซะแน่น แทบหายใจไม่ออก “เย้ ๆ จริงนะ จริง ๆ นะ พี่รอเวลานี้มานา
“นั่นน่ะสิ ไม่ลองก็ไม่รู้ งั้นขอเธอลองสักตั้งแล้วกัน” หญิงสาวกำลังจะอ้าปากพูด หากชายหนุ่มก็เอ่ยแทรกขึ้นมา“ขึ้นห้องเถอะ เบสไม่กวนเธอแล้ว” พูดจบเขาก็เดินหันหลังไปที่รถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ในลานจอดรถของหอพัก“พรุ่งนี้มารับหน่อยสิ” มณีมณฑน์ร้องบอก“ห๊ะ! อะไรนะ” ชายหนุ่มหันมาถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง“พรุ่งนี้มารับหน่อย เจ็ดโมงเช้านะ”“โอเค ๆ” ได้ยินเสียงหวานย้ำ คนที่ไม่ได้ยิ้มอย่างเต็มใบหน้าหล่อเหลามานาน ในวันนี้ก็ได้ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขในรอบเกือบสองเดือนที่ผ่านมา พลางสาวเท้าเข้าไปหาร่างบาง“เก็บโอกาสครั้งนี้ไว้ดี ๆ นะพี่เบส เพราะครั้งหน้ามนคงไม่มีให้อีกแล้ว”“ครับ ขอบคุณนะ” ตอนนี้เขายิ้มกว้างที่สุดในรอบสองเดือนเลยก็ว่าได้ มันดีใจ ตื้นตันใจ ผสมปนเปกันไปหมด“มนให้โอกาสใช่ว่าจะยอมคืนดีด้วยง่าย ๆ นะ” เธอว่าอย่างไว้ตัว“ครับ แค่นี้ก็ดีแล้ว”ตั้งแต่เธอยอมให้เขามารับมาส่ง ดูเหมือนความสัมพันธ์จะพัฒนาไปมาก พอเพื่อน ๆ ทั้งของเธอและของเขารู้เรื่องต่างก็เอ่ยแซวตลอด อย่างวันนี้เธอเลิกเรียนเร็วเลยมีความคิดอยากไปหามารดาของชายหนุ่ม“พี่เบส...แม่อยู่บ้านมั้ย” มณีมณฑน์ขยับหน้าไปชิดบ่าของบุรินทร์เพื่อจะ
ขณะนั่งรออาหารมาเสิร์ฟฐาปกรณ์ก็หาเรื่องตลก ๆ มาเล่าให้ คนอื่น ๆ ฟัง จนทั้งโต๊ะส่งเสียงหัวเราะไปกับเรื่องที่เจ้าตัวเล่า พออาหารที่สั่งมาไม่ว่าจะเป็นปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว ข้าวผัดปู ต้มแซ่บทะเล ทอดมันกุ้ง ยำปลาดุกฟู ที่ขาดไม่ได้คงจะเป็นยำวุ้นเส้นทะเลที่มณีมณฑน์สั่งมา“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวเอ่ยขอบคุณบุรินทร์ที่ตักยำให้เมื่อทุกคนกินกันอิ่มท้องแล้วก็แชร์เงินกันจ่ายค่าอาหาร โดยในส่วนของเธอเป็นบุรินทร์ที่จ่ายให้ แล้วก็ขอตัวกลับก่อน“มน...” เสียงเรียกจากคนขับรถที่ฟังแทบจะไม่รู้เรื่องเพราะลมตีหน้า หญิงสาวจึงต้องขยับหน้าไปฟังใกล้ ๆ“...ว่า”“ให้อภัยเพื่อนพี่ได้หรือยัง” วิทวัสชวนคุยระหว่างขับรถมาส่งเธอ ส่วนคนอื่น ๆ แยกย้ายกันตั้งแต่ร้านอาหารแล้วคำถามนี้ของวิทวัสทำให้เธอเงียบ ด้วยยังไม่มีคำตอบให้ตัวเองเหมือนกัน“พี่สงสารมันน่ะ มันรักมนมากเลยนะ วันนั้นที่น้องบอกเลิกมันช็อกไปเลย ถามอะไรก็ไม่ตอบ เป็นนาทีเลยกว่าจะรู้ตัว”“ถ้าเขารักมน เขาจะไม่กลับไปยุ่งกับแฟนเก่าเขาหรอกนะพี่เทน”“เบสไม่ได้จะกลับไปหาหรือไปยุ่งกับภาอย่างที่น้องเข้าใจหรอกนะ แต่มันเป็นห่วงเขาในฐานะเพื่อน พูดคุยกันในฐานะเพื่อน เพราะเราคบกันม
มณีมณฑน์ตัดสินใจอยู่นานถึงตอบตกลง จริงอย่างที่เอมอรพูด พวกเธอสามคนไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันนานแล้ว ตั้งแต่เธอกลับมาอยู่ห้องก็ไม่ได้ไปไหนกับสองคนนี้และแก๊งของบุรินทร์ ซึ่งไม่รู้ต้องทำตัวยังไงที่ต้องไปพบไปเจอกันอย่างเช่นวาน ๆ เธอเลยถูกเอมอรพูดกรอกหูอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่า ถ้าเอาแต่หลบหน้าอยู่อย่างนี้ เมื่อไหร่จะลืม ก็ถูกอย่างที่เอมอรว่า ครั้งนี้เธอเลยเต็มใจที่จะไปเผชิญหน้าดูระหว่างนั่งรอพี่ ๆ อยู่ใต้ตึกคณะ เธอก็นั่งทำรายงานไปด้วย ไม่นานก็ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์สี่คันที่เป็นเอกลักษณ์ที่ไปที่ไหนก็จำได้ แล่นเข้ามาจอดอยู่หน้าตึกคณะ เห็นอย่างนั้นเลยรีบเก็บของแล้วเดินไปหาพี่ ๆ แว็บ แรกที่ได้มองบุรินทร์แบบเต็มตาในรอบหนึ่งเดือน ทำให้เธอรู้ว่าเขาดูซูบผอมลงไปมาก หน้าตาก็ไม่ได้สดชื่นแจ่มใส เป็นผลให้เธอนึกถึงคำพูดของคุณ คณิตาที่คุยกันเมื่อหลายวันก่อนบอกว่าบุรินทร์โหมงานหนัก ทั้งยังออกไปส่งของนอกพื้นที่กับลูกน้องบ่อย ๆ จากที่ฟังมาเธอก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ พอได้เห็นด้วยตาตัวเองแล้วก็อดสงสารไม่ได้“ดีจ้ะสาว ๆ พร้อมกันหรือยังครับ” ชัชพลที่นั่งคร่อมรถอยู่ถาม“พร้อมมากเลยค่ะสุดหล่อของเอ็มมี่” ฐาปกรณ์ว่า
“มาเดินเล่นน่ะพี่”ฐาปกรณ์ตอบ ก่อนจับมือเพื่อนให้เดินเลี่ยงแก๊งนี้ไปอีกทาง เพื่อไม่ให้ตัวเองมีเรื่อง หากอีกฝ่ายไม่คิดเช่นนั้น เพราะคนชื่อเบสเดินมาดักหน้า ไม่พอยังยื่นเท้ามาขัดขา“โอ๊ย...” มณีมณฑน์ที่ไม่ทันตั้งตัวล้มไปกองกับพื้น ของกินที่ซื้อมาร่วงหล่นกระจัดกระจาย ดีที่กับข้าวที่ซื้อฝากเอมอร ฐาปกรณ
“มีอะไรมน” เอมอรเงยหน้าจากเอกสารกองโตที่กำลังทำหันมาถาม“เอ็มมี่มันชวนไปตลาดนัดหลังมออะ” พร้อมกับที่มือหยิบของที่ซื้อมาเก็บเข้าที่ “ไปด้วยกันมั้ย”“ไม่ละ แกไปกับมันเถอะ”“เอาอะไรไหมล่ะ”“ซื้อมาเถอะ กินหมดแหละ” พลางหยิบเงินในกระเป๋าสตางค์ยื่นให้สองร้อยมณีมณฑน์หยิบกระเป๋ากับมือถือมาแล้วรีบเดินไปหน้า
วันหยุดหากไม่ได้เข้ามอไปทำงานช่วยรุ่นพี่ มณีมณฑน์ก็อยู่หอ ทำงานที่อาจารย์สั่งบ้าง ซักผ้า เก็บกวาดห้องบ้าง ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ได้เกือบสองเดือน เธอไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนเลย อยู่แต่ห้อง หากเพื่อนชวนก็ไปบ้างเพื่อไม่ให้ดูว่าตัดขาดพวกเขานักลักษณะหอพักที่เธอเช่าอยู่สูงแค่สี่ชั้น แต่ละชั้นมีประมาณหกห้อง ภาย
“ไอ้เต๋าหาดูดิ หล่นแถวนี้หรือเปล่าวะ”“วิ่งยังไงของมึงวะ ถึงทำกระเป๋าตังค์หายได้” โป๊ะเชะ ใช่สิ่งเดียวกันกับที่พวกเธอเจอแน่นอน“แก...ฉะ ฉันว่าถอยดีกว่าว่ะ” ฐาปกรณ์เห็นคนพวกนั้นถือไม้หน้าสามมารีบกระซิบบอก“เออ ไปเหอะ ค่อยเอาไปฝากตามร้านค้าเอาก็ได้ ถือไม้แบบนี้น่ากลัวว่ะ” กำลังจะหันหลังวิ่ง ก็ได้ยิน





![ทะลุมิติมาเป็นทาสรักคุณหมอสาย S [NC20+/SM]](https://yfbwww.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

