All Chapters of สุริยันต์: Chapter 11 - Chapter 20

61 Chapters

11

“บอกให้รอก็รอ อย่าให้ห่วงหน้าพะวงหลัง” น้ำเสียงเข้มดุของเสริมศักดิ์ทำให้สุริยันต์ต้องทำตาม หลังจากนั้นไม่นานสุริยันต์ก็ได้ยินเสียงเตะต่อยและเสียงปืน เขาลอบมองออกไปก็เห็นว่าเสริมศักดิ์กำลังหักข้อมือของไอ้โม่งที่บุกเข้ามา เสียงหักข้อมือดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้อง วิชามวยของเสริมศักดิ์มันแปลกมาก เขาไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน พลิ้วไหวเหมือนสายลม พอได้จัดหวะก็หักข้อมือ เท้าของเสริมศักดิ์ขยับพลิ้วเหมือนร่างกายของท่านไร้น้ำหนัก มันเป็นวิชามวยที่ไม่ใช่การเตะต่อยทั่วไปที่เน้นความหนักของหมัดหรือเท้าแบบจู่โจมแรงๆเสียงหักข้อมือดังขึ้นติดต่อกันตามที่เสริมศักดิ์ขยับเข้าไปต่อสู้กับคนพวกนั้น พวกมันร่วงหล่นพื้นเป็นแถวอย่างหมดสภาพ ปืนในมือตกลงพื้น เขาอยากเข้าไปช่วยแต่ต้องชะงักเท้า เสริมศักดิ์ไม่ชอบให้ขัดคำสั่ง พูดคำไหนคำนั้นถ้าเขาออกไปต้องโดนทำโทษอย่างหนักเสริมศักดิ์เดินพลิ้วๆ ผ่านคนพวกนั้นไป พร้อมกับกระสุนปืนที่ยิงสนั่นไปรอบกายแต่ไม่โดนว่าที่อาจารย์ของเขาเลยสักนิด พวกมันร้องด้วยความเจ็บก่อนจะวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนออกไป“โคตรเก่ง หักข้อมือมันยังไงครับ ไม่เห็นใช้แรงอะไรเลย” อาจารย์ของเขาพลิ้วกายไปตามลมหักข้อมือ
Read more

12

“ปีนแบบนั้นเมื่อไหร่จะไปถึง อยากถึงฝั่งโน่นเร็วๆ ไหม” เสริมศักดิ์เอ่ยถาม สุริยันต์หันกลับไปมองโดยขยับมือจับเชือกทางด้านหลังเพื่อหมุนกายไปมอง“มันไกลครับ” เขาตอบเสริมศักดิ์ที่จู่ๆ ก็โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้“เดี๋ยวช่วย”“ช่วยยังไงครับ”“ฉันจะทำให้เธอไปถึงฝั่งโน่นได้เร็วขึ้น” เสริมศักดิ์ดึงมีดออกมา“จะทำอะไรครับ อย่า!!!” เสียงของสุริยันต์ตะโกนลั่นเมื่อเห็นอีกฝ่ายเตรียมตัดเชือกด้านที่เขาเพิ่งปีนมา“สติ” เสริมศักดิ์ตะโกนในขณะที่สุริยันต์ใช้มือจับเชือกสลับไปทางด้านหลังที่มุ่งหน้าไปยังฝั่งตรงข้าม เขงอเข่าใช้เท้าทั้งสองยันหน้าผาตรงหน้าที่ร่างของเขาจะหล่นร่วงไปกระแทก ถ้าไม่งอเข่าเขาจะเกิดอาการบาดเจ็บที่ขาได้สุริยันต์หอบหายใจอย่างรุนแรง เหงื่อกาฬไหลพรากไปทั่วร่าง เขาเงยหน้าขึ้นไปด้านบน มือและแขนที่จับเชือกเอาไว้แข็งและตึง นี่ถ้าแขนเขาไม่แข็งแรงต้องหล่นร่วงลงไปในหุบเหวเป็นแน่“ปีนขึ้นไปสิ” เสียงของเสริมศักดิ์ดังขึ้น สุริยันต์ใช้เท้าดันไปกับแผ่นหินด้านหน้า มือก็ไต่ขึ้นไป เขาใช้เวลาครู่ใหญ่ก็ปีนขึ้นไปจากหน้าผาอันสูงชันได้เป็นผลสำเร็จ“ถ้าผมตกลงไปจะทำยังไง”“ก็ตายสิวะ” เสริมศักดิ์ตะโกนกลับมา“ไปทางไห
Read more

13

สุริยันต์ต่อสู้กับมันยิบตา ด้วยเลือดนักสู้เขาไม่ยอมตายแน่ๆ มันจับเขาฟาดลงกับพื้น เด็กชายร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บจุก เขารู้สึกว่าซี่โครงในร่างกายหักเป็นเสี่ยงๆ มึนหัวจนแทบลุกไม่ไหว พอพลิกกลับมามันก็กระโจนเข้าใส่เขากลิ้งหนีทำให้มันพลาดจัดการเขาไม่ได้ มันเลยโมโหหนักสุริยันต์กระโดดขึ้นมายืนจังก้า ระหว่างจะสู้กับมันหรือเลือกที่จะหนี เขาคงต้องเลือกสักทางหนี!!! สุริยันต์ให้คำตอบตัวเอง เขารีบวิ่งหนีหลังจากคว้าย่ามมาสะพายกับบ่าเรียบร้อยแล้วใครจะสู้ก็สู้สิวะ เขาขอหนีก่อนแล้วกัน การหนีไม่ใช่การยอมแพ้แต่เป็นการไปตั้งหลักเฉยๆสุริยันต์เบรกตัวโก่งเมื่อด้านหน้าคือหุบเหว เขาหันไปมองหมียักษ์ตัวใหญ่ที่วิ่งตามมาติดๆ มีสองทางคือสู้กับมันและกระโดดลงไป ซึ่งเขาไม่อยากเลือกทั้งสองอย่างเขาถอยหนีไปและหันไปมองทางด้านหลังอย่างระแวดระวัง เจ้าหมียักษ์พุ่งเข้าใส่ เขาก็เผลอเหยียบก้อนหินทางด้านหลังแล้วพลาดตกลงไป สุริยันต์ร้องโหยหวนก่อนที่สติของเขาจะดับวูบลงไปเด็กชายรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อมีอะไรเปียกๆ มาเลียตามใบหน้า เขาลืมตาตื่นก็เจอเข้ากับฝูงเสือลายพาดกลอนฝูงใหญ่ เด็กชายถอยหนีเหงื่อแตกพลั่ก เขาร้องด้วยความเจ็บรู
Read more

14

“ถึงเวลาฉันจะบอกเธอเอง”เกื้อกราบลาเสริมศักดิ์อีกครั้งก่อนจะพาหลานชายขึ้นรถกลับบ้าน เขาพาหลานชายไปสอบเข้าโรงเรียนชื่อดังประจำจังหวัด ในตอนนั้นแดนตะวันคือน้องชายตัวน้อยที่อายุเพียงแค่หนึ่งขวบเศษ สุริยันต์ถูกฝึกให้รักน้อง รักครอบครัว อาทั้งสองของสุริยันต์ให้ความรักเขาอย่างเต็มที่ นั่นทำให้สุริยันต์รู้สึกอบอุ่นไม่น้อย พวกท่านรักเขาเหมือนลูกคนหนึ่งไม่ต่างจากแดนตะวัน“นี่คือพลากร เขาเป็นคนที่ไว้ใจได้ ต่อไปเขาจะเป็นคนดูแลยันต์ เป็นคนขับรถและไปไหนมาไหนกับยันต์” เกื้อแนะนำให้สุริยันต์ได้รู้จักกับพลากร อีกฝ่ายมีภรรยาแล้วแต่ยังไม่มีลูก สุริยันต์ยกมือไหว้พลากรเพราะอีกฝ่ายอายุมากกว่า“คุณยันต์ไม่ต้องไหว้ลุงหรอกครับ” พลากรพูดอย่างเกรงใจ“ลุงแก่กว่าผม ผมไหว้ลุงน่ะถูกแล้ว” เกื้อสอนให้เขาอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้สูงวัยกว่า เขาก็ทำตามคำสั่ง แต่ถ้าคนไหนสูงวัยกว่าไม่น่าเคารพก็ไม่จำเป็นต้องเคารพ เราต้องแยกแยะทุกคนที่เข้ามาในชีวิตของเราพลากรคอยตามรับใช้สุริยันต์ด้วยความซื่อสัตย์ นอกจากเป็นคนขับรถแล้วยังคอยช่วยดูแลในทุกๆ เรื่องแม้แต่อาหารการกิน“ลูกแหง่ว่ะ ลูกแหง่ ต้องมีคนขับรถ ไปรับไปส่งทุกวัน” เสียงแซวหาเรื่
Read more

15

สุริยันต์ทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้น เพราะเขาเห็นแววตาจริงจังของนักรบอย่างชัดเจน ผู้หญิงที่ดียังมีอีกเยอะ สำส่อนแบบนั้นวินๆ กันทั้งคู่เขาว่าเหมาะที่สุดแล้วสุริยันต์คิดว่ายาหยีคงไม่ได้คิดจะจริงจังอะไรกับนักรบนักหรอก คงหวังหลอกเอาเงินก็แค่นั้นเอง“ขอโทษคุณยันต์มากๆ ครับที่ให้รอนาน รถเสียระหว่างทางน่ะครับ” พลากรคำนับให้สุริยันต์อย่างอ่อนน้อม“ไม่เป็นไรครับลุง ตอนนี้โอเคแล้วใช่ไหมครับ”“ครับ” พลากรรับกระเป๋านักเขียนของเจ้านายแล้วรีบเปิดประตูรถให้“คุณยันต์จะไปไหนก่อนครับ”“พรุ่งนี้วันเกิดแดนตะวันใช่ไหม” วันเกิดครบสามขวบของน้องชาย เขาจำได้แม่นเขามาอยู่กับครอบครัวของเกื้อสามปีกว่าแล้ว ครอบครัวที่รักเขาเหมือนพ่อแม่แท้ๆ สุริยันต์เผยยิ้มเมื่อนึกถึงน้องชาย แม้เขาจะหยุดเรียนไปถึงหนึ่งปีเต็มแต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาแก่ก่อนวัยเพราะเขาเรียนจบประถมศึกษาตั้งแต่อายุเก้าขวบย่างสิบขวบ ด้วยว่าเรียนเก่งหัวดีสามารถอ่านออกเขียนได้ตั้งแต่สามขวบเสียด้วยซ้ำ“ครับคุณยันต์”“ไปซื้อของขวัญให้แดนตะวัน น้องอยากได้รถแข่ง” เด็กหนุ่มเอ่ยสั่ง พลากรรีบรับคำก่อนจะขับรถเข้าเมืองในทันทีสุริยันต์มองรถบังคับในร้านขายของเล่นอย่างเพลิน
Read more

16

“ตกลงว่าฉันจะรับนายสี่คนเป็นลูกน้อง อยากฝึกมวยก็ตามมา จะพาไปอยู่กับอาของฉัน แล้วพวกนายทำอะไรอยู่ เรียนอยู่อีกไหม” สุริยันต์เอ่ยถาม แต่คาดเดาว่าน่าจะไม่ได้เรียนหนังสือแล้ว“พวกเราไม่ได้เรียนแล้วครับ ออกมาจากโรงเรียนนานแล้ว ที่บ้านยากจน รับจ้างไปทั่วหาเช้ากินค่ำ”“ถ้าให้เดา ยายนั่นคงดูดเงินไปเยอะสิท่า”“ครับ เขาบอกว่าบ้านเขาลำบากให้ช่วยส่งเขาเรียนหน่อย เรียนจบแล้วเขาจะแต่งงานด้วย” ความรักหนุ่มสาวสุริยันต์ส่ายหน้าไปมา“คุณยันต์จะรับเด็กพวกนี้เป็นลูกน้องจริงๆ เหรอครับ” พลากรเอ่ยถามอย่างนึกสงสัย ปกติสุริยันต์ไม่ค่อยถูกชะตากับใครง่ายๆ“ครับลุง พาพวกมันกลับไปด้วยนะครับ”“ครับ” พลากรรับคำ เกื้อคงไม่ว่าอะไร และก็จริงตามนั้น เกื้อยินดีและเต็มใจ ฝึกให้หลานชายเข้มแข็งตั้งแต่เด็กและสามารถเลือกลูกน้องด้วยตัวเองได้ กลับมารอบนี้สุริยันต์ต้องเรียนรู้ธุรกิจการทำเหล้าเถื่อนของครอบครัว รวมถึงการฝึกซ้อมลูกน้องและอาชีพลับๆ ของผู้เป็นอาที่ไม่สามารถบอกใครได้“พวกนายอยู่ที่นี่ไปก่อน ฉันต้องไปเรียน แล้วสอบเทียบเอาวุฒิ เข้ามหาวิทยาลัย” สุริยันต์ให้คนจัดที่หลับที่นอนให้ลูกน้องทั้งสี่อย่างดี เกื้อสอนเสมอว่าการมีล
Read more

17

การใช้ชีวิตในโรงเรียนมัธยมสิ้นสุดลงเมื่อสุริยันต์เรียนจบมัธยมต้นและได้ใช้บัตรประชาชนเป็นครั้งแรก นทีที่ขู่อาฆาตเอาไว้หายเข้ากลีบเมฆไป พร้อมทั้งสุริยันต์ก็ลืมเลือนมันไปเสียสนิท“โอ๊ย!” เสียงร้องของผู้หญิงคนหนึ่งที่วิ่งหนีมาชนเข้าอย่างจังในงานประจำอำเภอทำให้สุริยันต์หงุดหงิดไม่น้อย เขากำลังจับมือแดนตะวันเดินเที่ยวงานอยู่ ในขณะที่พลากรตามมาติดๆ เพื่อดูแลเจ้านายทั้งสอง“ยันต์ ยันต์จริงๆ ด้วย ช่วยเราด้วย” ยาหยีนั่นเอง หล่อนอายุแก่กว่าเขาสามปี พอหล่อนเห็นสุริยันต์เข้าก็ดีใจ รีบเข้ามาหลบทางด้านหลังในทันที สีหน้าแตกตื่น ดวงตาลอกแลก ใบหน้ามีรอยฟกช้ำทำให้สุริยันต์รู้ในทันทีว่าเธอกำลังหนีอะไรมา และกำลังถูกตามทำร้าย“หนีมีอะไรมา” สุริยันต์เอ่ยถาม ยังจับมือน้องชายอยู่ไม่วาง“เฮีย แดนจะไปเล่นม้าหมุน” เด็กน้อยเขย่ามือพี่ชาย“เดี๋ยวก่อน” สุริยันต์ไม่ดุน้องแต่อุ้มขึ้นมาแนบอกแทน แดนตะวันกอดคอของพี่ชายเอาไว้ ซบหน้าออดอ้อนจะไปเล่นม้าหมุน“พวกของนทีจะตามมากระทืบหยี”“ทำไม”“มันบังคับให้หยีไปขายตัวที่ซ่อง”“เธอชอบไม่ใช่เหรอ”“ชอบอะไร”“ก็ได้นอนกับผู้ชายหลายคนไม่เบื่อซ้ำซากจำเจไง” สุริยันต์เดินหนีแต่ต้องชะง
Read more

18

“นิ้วของกู มือของกู โอ๊ย! พวกมึงมาช่วยกูด้วย นิ้วของกู ข้อมือของกู กูจะฆ่ามึงไอ้ชาติหมา ไอ้เลว ไอ้ลูกหมา กูจะฆ่ามึงกูจะฆ่ามึงซะ!!! โอ๊ย!!!” พิทายตะโกนด่าอย่างเจ็บแค้น สอดมือเข้ากับขา หนีบเอาไว้ด้วยความเจ็บปวดทรมาน กัดปากจนห้อเลือดสุริยันต์หัวเราะในขณะที่ลูกน้องของพิทายกรูกันเข้ามาช่วยเจ้านาย ไม่มีใครกล้าเข้าไปต่อกรกับสุริยันต์เลยสักคนเดียว“หิ้วปีกลูกพี่มึงกลับไปกินนมแม่เถอะว่ะ อ้อ... ไม่ต้องฝากเอาไว้ก่อนหรอกนะ พร้อมเมื่อไหร่มึงมาได้เลย กูพร้อมบวก เพราะคนอย่างกูไม่เคยกลัวหมาหมู่อย่างมึงอยู่แล้ว”สุริยันต์เดินไปหาพลากร อีกฝ่ายส่งหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดและตะกรุดกลับมาให้ เขามองอย่างโล่งใจ นี่คือพระว่านเก่าแก่ที่บิดาของเขามอบไว้ให้ก่อนตาย อาของเขาเก็บเอาไว้ให้ เพิ่งมอบให้เขาเป็นของขวัญวันเกิดตอนเรียนจบมัธยมต้น เป็นหลวงปู่ทวดเหยีบน้ำทะเลจืดเนื้อว่านปลุกเสกรุ่นแรก เขายกมือขึ้นพนมและใส่กระเป๋าเสื้อเอาไว้“ต่อไปไอ้คนพวกนี้คงไม่มารังแกเธออีกแล้วนะ” สุริยันต์หันไปพูดกับยาหยี“ขอบใจมากนะ” ยาหยีร้องไห้โฮออกมาอย่างสุดกลั้น“แล้วเธอจะทำยังไงต่อไป”“ฉันต้องกลับไปหายาย ศพยายโดนทิ้งเอาไว้ ฮือ ๆ ๆ
Read more

19

ช่วงเวลาพักผ่อนของสุริยันต์คือการอยู่กับแดนตะวันและพิมพ์รดา วันเวลาผ่านไปพิมพ์รดาและแดนตะวันเจริญวัยขึ้นมาตามอายุที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน แล้วสมาชิกใหม่ของครอบครัวก็ปรากฏขึ้นหลังจากนั้นในตอนนั้นแดนตะวันอายุสิบแปด บิดามารดาก็พาเด็กหญิงตัวน้อยนามว่าอัญชัญ เด็กหญิงวัยห้าขวบหน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพราและแสนซนแถมยังฉลาดเป็นกรดเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัว ทำเอาพี่ๆ หัวหมุนไปตามๆ กัน และเด็กน้อยคนนั้นคือบุตรสาวของเพื่อนรักที่เป็นคู่หมั้นคู่หมายของแดนตะวัน ถือว่าเป็นคำขอสุดท้ายที่สั่งเสียเอาไว้กับหลานชายอย่างสุริยันต์ก่อนที่เกื้อกับนุชนารถจะเสียชีวิตกะทันหันจากการโดนลอบยิงจนรถตกเขาสุริยันต์หนุ่มวัย 27 ปี มองปล่องควันสีดำสนิทที่ลอยออกมาจากเมรุเผาศพของอาทั้งสองอย่างอย่างเศร้าใจระคนแค้นใจผู้มีพระคุณของเขาถูกลอบยิงเสียชีวิตคาที่ แต่ไม่สามารถจับมือใครดมได้ แต่เขาก็พอจะรู้ระแคะระคายว่าใครเป็นคนลงมือสังหารอาทั้งสองของเขาแดนตะวันผู้เป็นน้องชายยังอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจ ขณะที่ดึงร่างเล็กของคู่หมั้นตัวน้อยมากอดแนบอก“อย่าร้องไห้ ครั้งเดียวพอแล้ว อย่าให้ใครเห็นความอ่อนแอและน้ำตาของเรา”สุริยันต์ตบบ่า
Read more

20

“รู้ทันอะไร”“อย่ามาทำไขสือไปหน่อยเลย ลูกไม้ตื้นๆ แผนปัญญาอ่อนแบบนี้ใครไม่รู้ก็โง่แล้ว ไอ้แดนมันไม่พูดเพราะคิดว่าเธอเป็นเพื่อนแต่ฉันไม่ใช่นี่” สุริยันต์เท้าสะเอวท่าทีเอาเรื่องจนลูกพลับต้องถอย“เฮียเป็นลูกผู้ชายหรือเปล่า ข่มขู่ผู้หญิง”“หาผัวไม่ได้เหรอลูกพลับ กินยาระงับประสาทเสียบ้างนะ ร่ำร้องอยากได้ผู้ชายทำผัว ผู้หญิงดีๆ เขาไม่ทำกันหรอกนะ”“เฮียยันต์ด่าลูกพลับเหรอ”“ฉันคงด่าหมูหมาแถวนี้มั้ง หรือเธอหูแตกไม่รู้ว่าฉันพูดกับเธออยู่” สุริยันต์ถามกลับอย่างเอาเรื่อง“ผู้ชายอะไรไม่ให้เกียรติผู้หญิงเลย”“เธอมีเกียรติต้องให้ด้วยเหรอ วันๆ เอาแต่ปั่นหัวผู้ชาย ไอ้ธันวาก็คนหนึ่งแล้ว หลอกมันขนาดนั้นไม่สงสารมันบ้างเหรอ”สิ่งที่แดนตะวันไม่กล้าพูด แต่สุริยันต์โพล่งมันออกมา เขามองทะลุว่าผู้หญิงตรงหน้าเป็นคนเช่นไร ทำเป็นเรียบร้อยอ่อนหวาน จริตมารยาร้อยเล่มเกวียน ปั่นหัวผู้ชายให้หลง“แดน! ถ้าแดนไม่รับผิดชอบลูกพลับ แดนจะต้องเสียใจ” ลูกพลับรู้สึกว่าตัวเองหน้าแหกหมอไม่รับเย็บ ไม่คิดว่าสุริยันต์จะรู้ทันทุกอย่าง จึงกลบเกลื่อนความอายด้วยความโกรธ ก่อนจะวิ่งหนีไป“ยายนั่นอยากจะจับแก แค่มองตาก็รู้แล้ว” สุริยันต์ยกจ
Read more
PREV
1234567
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status