เมื่อจี้หานอีเห็นว่าองค์รัชทายาทส่งภาพวาดมาให้ นางก็รีบลุกขึ้นยื่นสองมือออกไปเพื่อขอรับมาทันทีขณะก้มหน้าลงมองม้วนภาพวาด ก็พบว่าตัวกระดาษนั้นเปลี่ยนเป็นสีเหลืองซีด ชัดเจนว่าเก่าแก่มากแล้ว นางจึงตั้งใจจะรับมาด้วยความระมัดระวังยิ่งแต่หลังยกมือค้างไว้ครู่หนึ่ง ก็ยังไม่เห็นองค์รัชทายาทจะวางภาพวาดลงบนมือนางเสียที จึงอดช้อนตาขึ้นมองด้วยความสงสัยไม่ได้สายตาจึงประสานเข้ากับดวงตาขององค์รัชทายาท หว่างคิ้วและแววตาขององค์รัชทายาทนั้นแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน เมื่อเห็นนางมองมาเขาก็คลี่ยิ้มบางเบา ก่อนวางม้วนภาพลงบนมือจี้หานอีในที่สุดจี้หานอีถือภาพวาดก่อนนั่งที่เดิม จากนั้นจึงค่อย ๆ คลี่ม้วนภาพออกอย่างระมัดระวัง แล้ววางลงบนโต๊ะเตี้ยบนตั่งเพื่อพินิจดูโดยละเอียด ปลายนิ้วลูบไล้ผ่านรอยน้ำหมึกที่แห้งกรังบนกระดาษ สีสันซีดจางลงไปไม่น้อย จนแทบมองรูปลักษณ์ที่แท้จริงของดอกไม้ไม่ออกแล้วนางจึงหันหน้าไปมององค์รัชทายาทอย่างจริงจังพลางถาม “องค์รัชทายาทพอจะบรรยายภาพในวันที่ดอกไม้บานสะพรั่งให้หม่อมฉันฟังสักหน่อยได้หรือไม่เพคะ?”เจียงเสวียนมองดูจี้หานอีที่มีท่าทีเนิบนาบไม่เร่งร้อน นางเอียงกายมาทางเขาเล็กน้อย แม้
Read more