Lahat ng Kabanata ng ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ: Kabanata 31 - Kabanata 40

88 Kabanata

บทที่ 30

บทที่ 30ยามค่ำคืนปกคลุมจวนแม่ทัพด้วยความเงียบงันลมหนาวพัดผ่านชายคาเบา ๆ เปลวไฟจากตะเกียงแกว่งไกวตามแรงลม เงาบนผนังสั่นไหวราวกับสิ่งมีชีวิต ภายในเรือนของฮูหยินทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ เรียบร้อยเกินไปเหมือนสถานที่ที่เตรียมพร้อมจะ “จากไป” มากกว่าจะอยู่อาศัยเหมยหลินนั่งอยู่ข้างโต๊ะไม้เบื้องหน้ามีห่อผ้าเล็ก ๆ วางเรียงกันแต่ละห่อถูกมัดแน่น ไม่ใหญ่ ไม่สะดุดตาแต่เต็มไปด้วยสิ่งจำเป็นนางใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามปมผ้า ตรวจดูอีกครั้ง ว่าทุกอย่างครบถ้วนหรือไม่“ฮูหยิน…”เสียงของอี้เจียงดังขึ้นเบา ๆ“เส้นทางด้านทิศตะวันออก…” นางหยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ “ยังปลอดภัยเจ้าค่ะ”เหมยหลินพยักหน้าแต่แววตายังคงครุ่นคิด “ทหารล่ะ” นางถาม“มีเพิ่มขึ้นบ้าง” อี้เจียงตอบ “แต่ยังไม่ถึงกับตรวจเข้มทุกจุด”คำตอบนั้นไม่ได้ทำให้เหมยหลินสบายใจแต่ก็ไม่ใช่ข่าวร้าย“แปลว่า…” นางพึมพำ “ยังพอมีเวลา”ม่านม่านที่ยืนอยู่ด้านข้างกำมือแน่น “ฮูหยิน…เราจะไปกันจริง ๆ หรือ”คำถามนั้นแม้จะรู้คำตอบอยู่แล้วแต่ก็ยังอดถามไม่ได้เหมยหลินเงยหน้าขึ้นมองนางนิ่ง “เจ้ากลัวหรือ”ม่านม่านชะงักก่อนจะก้มหน้า “กลัวเจ้าค่ะ”คำตอบตรงไปตรงมา
Magbasa pa

บทที่ 31

บทที่ 31รุ่งเช้าในจวนแม่ทัพดูไม่ต่างจากทุกวัน เสียงฝีเท้าทหารยังคงเป็นจังหวะ เสียงคำสั่งยังคงหนักแน่น สาวใช้เดินไปมา กิจวัตรทุกอย่างเรียบง่าย ปกติ จนไม่มีผู้ใดล่วงรู้ ว่าภายใต้ความปกตินั้นมีบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอย่างเงียบงันภายในเรือนของฮูหยิน เหมยหลินนั่งอยู่หน้ากระจก เส้นผมถูกเกล้าอย่างเรียบร้อยเครื่องประดับไม่มาก แต่พอดีนางดูไม่ต่างจากฮูหยินที่กำลังพักฟื้นหลังคลอดไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ไม่มีสิ่งใดสะดุดตา“ฮูหยิน…” ม่านม่านเอ่ยเบา ๆ“วันนี้จะให้ข้าออกไปหรือไม่เจ้าคะ”เหมยหลินมองเงาสะท้อนของตนในกระจกก่อนจะตอบ“ไป เอาของชุดเล็กไปก่อน อย่ารีบ อย่าให้ใครสังเกต”“เจ้าค่ะ” ม่านม่านก้มศีรษะก่อนจะถอยออกไป อี้เจียงที่ยืนอยู่ด้านข้างก้าวเข้ามาแทน“ฮูหยินเมื่อคืน…” นางลดเสียงลง “มีคนของแม่ทัพมาเดินตรวจใกล้เรือนมากขึ้นเจ้าค่ะ”คำพูดนั้นทำให้เหมยหลินหรี่ตาลงเล็กน้อย“เพิ่มขึ้น?”“เจ้าค่ะ” อี้เจียงพยักหน้า “เหมือนจะระวังบางอย่าง”เหมยหลินเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพึมพำ “เขาเริ่มสงสัยแล้ว…”นางไม่ได้แสดงความตกใจในน้ำเสียงนั้น แค่เขารู้ว่านางให้สาวใช้ออกไปซื้อบ้านและตุนเสบียงมันก็แน่ชัดแล้วมิใช่หรื
Magbasa pa

บทที่ 32

บทที่ 32บ้านหลังเล็กนอกเมืองยังคงเงียบสงบลมพัดผ่านทุ่งหญ้าเบื้องหน้าเสียงใบไม้เสียดสีกันเบา ๆดูเหมือนไม่มีสิ่งใดผิดปกติไม่มีผู้คนพลุกพล่านไม่มีสายตาจับจ้องราวกับเป็นเพียงเรือนธรรมดาหลังหนึ่งที่ไร้ความสำคัญในสายตาผู้คนแต่ความจริง มันไม่ใช่เงาร่างของบุรุษหลายคนแฝงตัวอยู่ตามจุดต่าง ๆ ทั้งใกล้และไกล ไม่ปรากฏตัวชัดเจน แต่ก็ไม่ห่างสายตาพวกเขาไม่ใช่ชาวบ้านและไม่ใช่คนเดินทางทั่วไปแต่เป็น คนของเซียวหาน ตั้งแต่วันที่เขารู้ว่าเหมยหลิน แอบใช้เงินส่วนตัวซื้อบ้านหลังนี้ เขาก็ลงมือทันที ไม่ใช่เพียงแค่เฝ้าดู แต่ควบคุมทุกอย่างที่อยู่ใกล้ บ้านหลังนี้และพื้นที่โดยรอบทั้งหมด ถูกกว้านซื้อไปอย่างเงียบงันไม่มีใครรู้ ไม่มีใครทันสังเกตที่ดินใกล้เคียงบ้านร้างกระท่อมเล็กล้วนตกอยู่ในมือของเขา ภายใต้ชื่อของคนอื่น ภายใต้ตัวตนที่ไม่มีใครเชื่อมโยงได้“ท่านแม่ทัพ…” ทหารคนหนึ่งยืนอยู่ห่าง ๆรายงานเสียงเบา “ทุกอย่างเรียบร้อยขอรับ”เซียวหานยืนอยู่ใต้ร่มไม้สายตาคมมองไปยังบ้านหลังเล็ก แววตาลึก“อย่าให้มีใครเข้าใกล้โดยไม่ได้รับอนุญาต”เขาสั่ง เสียงเรียบ แต่เฉียบขาด“ขอรับ!”คำตอบสั้น หนักแน่น เขาไม่ได้เพียง
Magbasa pa

บทที่ 33

บทที่ 33เสียงกลองศึกดังขึ้นกลางดึก“ตึง—ตึง—ตึง—”หนักแน่นเร่งเร้าปลุกผู้คนทั้งเมืองให้ตื่นจากห้วงนิทรา ไฟสัญญาณถูกจุดขึ้นบนหอคอย แสงสีแดงลุกโชนตัดกับความมืดของค่ำคืนเมืองหลวงที่เคยสงบ พลันปั่นป่วน ทหารวิ่งพล่านเสียงตะโกนสั่งการดังระงม ผู้คนแตกตื่น ประตูเมืองถูกปิด เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น“ปิดประตูเมือง!”“อย่าให้ผู้ใดเข้าออก!”“เตรียมรับศึก!”ข่าวลือแพร่กระจายรวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง“อ๋องแปดยกทัพมาแล้ว!”“กองทัพประชิดเมือง!”“จะเกิดศึกในเมืองหลวง!”ความหวาดกลัวแผ่ซ่านแต่สำหรับบางคนมันไม่ใช่ข่าวลือแต่มันคือความจริงที่รอคอยภายในจวนแม่ทัพ เซียวหานยืนอยู่กลางลาน ชุดเกราะถูกสวมเรียบร้อย แสงคบเพลิงสะท้อนบนโลหะแววตาคมกริบ นิ่ง แต่ภายในเดือดพล่าน“ในที่สุด…”เขาพึมพำ เสียงต่ำ สิ่งที่เขาหวาดกลัว สิ่งที่เขาคาดไว้ สิ่งที่เขาเตรียมรับมือ…เกิดขึ้นแล้วอ๋องแปด ยกทัพมาประชิดเมืองหลวงไม่ใช่แค่การเคลื่อนไหวแต่เป็นการประกาศศึก อย่างเปิดเผย“รายงาน!”ทหารคนหนึ่งคุกเข่าลง“กองทัพของอ๋องแปดตั้งค่ายอยู่ห่างจากเมืองหลวงไม่ถึงสิบลี้ขอรับ!”“กำลังพลจำนวนมาก!”“และยังคงเคลื่อนกำลังเข้ามาเพิ่มเติม!”
Magbasa pa

บทที่ 34

บทที่ 34รุ่งอรุณยังมาไม่ถึงแต่เสียงศึกก็ดังมาถึงก่อนเสียงกลองรบกระหน่ำไม่หยุด เสียงแตรศึกยาวเหยียด แทรกด้วยเสียงตะโกนของทหารและเสียงโลหะกระทบกันเป็นระยะ แม้อยู่ห่างออกมานอกเมือง แต่แรงสั่นสะเทือนของสงคราม ก็แผ่มาถึงเรือนเล็กหลังนี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงภายในห้องเหมยหลินลืมตาขึ้นทันทีที่เสียงแรกดังขึ้น“เหมือนมีการปะทะกันแล้ว”เหมยหลินลุกขึ้นช้า ๆ เดินไปที่หน้าต่าง เปิดออกเล็กน้อยลมเย็นพัดเข้ามา พาเอากลิ่นควันจาง ๆ ลอยมาด้วย“เร็ว…”นางพึมพำ เร็วกว่าที่นางคาดไว้ ศึกเริ่มเร็วแปลว่าอีกฝ่ายไม่คิดยืดเยื้อเวลาหรือไม่ก็มั่นใจมากพอจะจบมันให้เร็ว“ข่าวจากในเมืองมีอะไรอีก”อี้เจียงรีบตอบ “ประตูเมืองปิดหมดแล้วเจ้าค่ะห้ามเข้าออก”“แม่ทัพเซียวหานนำทัพออกไปตั้งรับด้านนอก”คำพูดนั้นทำให้เหมยหลินเงียบไปครู่หนึ่งแววตาไหววูบเพียงเสี้ยววินาที ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรแต่ความเงียบของนาง ทำให้บรรยากาศหนักขึ้นเล็กน้อย“ฮูหยิน…” อี้เจียงเอ่ย “เราจะทำอย่างไรต่อเจ้าคะ”คำถามนั้นเป็นคำถามสำคัญเพราะตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว เหมยหลินหลับตาลงชั่วครู่ก่อนจะลืมขึ้นแววตากลับมาแน่วแน่“เตรียมตัวเราจะไม่รอให้ไฟลามมาถึ
Magbasa pa

บทที่ 35

บทที่ 35ล้อรถม้าหมุนเคลื่อนผ่านทางดินแคบเสียงเอี๊ยดอ๊าดดังแผ่ว กลบไปกับเสียงลมและเสียงศึกที่ยังคงแว่วมาจากทิศเมืองหลวงเหมยหลินนั่งอยู่ภายใน อุ้มลูกแนบอกแน่นม่านถูกปิดลงครึ่งหนึ่งไม่ให้ผู้ใดมองเห็นภายในแต่สายตาของนางยังคงระวังทุกสิ่ง“เร็วอีก”นางเอ่ยเสียงต่ำ คนขับรถม้าสะบัดแส้เบา ๆม้ากระตุกฝีเท้า เร่งขึ้นเล็กน้อยอี้เจียงหันกลับไปมองด้านหลังสีหน้าเริ่มตึง“ฮูหยิน…มีคนตามมาเจ้าค่ะ”คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้เหมยหลินแปลกใจนางเพียงหลับตาลงชั่วครู่ก่อนจะลืมขึ้น“แน่นอน…” ถ้าเขาไม่ส่งคนตามมา ต่างหากที่น่าประหลาด ราชครูไม่มีทางปล่อยหมากชั้นดีในยามคับขันเช่นนี้ให้หลุดรอดไป “กี่คน”“ยังไม่ชัด…” ม่านม่านตอบ“แต่ฝีเท้าม้าเร็วมาก”เสียงล้อรถและเสียงลมหายใจของทั้งสามคน เหมยหลินก้มมองลูกนิ้วเรียวลูบหลังเบา ๆ ปลอบ ทั้งเด็ก และตัวเอง“เปลี่ยนเส้นทาง” นางสั่งทันที “เข้าเส้นทางป่า”อี้เจียงชะงัก “แต่ทางนั้น”“ข้ารู้” เหมยหลินตัดบท “ทางแคบ ขรุขระและยากต่อการเคลื่อนที่แต่ก็ยากสำหรับพวกเขาเช่นกัน”ม่านม่านรีบเคาะบอกคนขับรถม้าค่อย ๆ เบี่ยงออกจากเส้นทางหลัก มุ่งเข้าสู่ทางป่ากิ่งไม้เสียดสีกับตัวรถ เสียงดังกรอ
Magbasa pa

บทที่ 36

บทที่ 36สายลมพัดผ่านป่าเงียบงันใบไม้ไหวเสียดสีกันเบา ๆแต่บรรยากาศระหว่างคนสองคนกลับตึงเครียดยิ่งกว่าสนามรบเหมยหลินยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมอุ้มลูกแนบอกแน่นแววตานิ่งไม่สั่นไหวแต่ภายในกำลังปะทะกันอย่างรุนแรงคำพูดของเซียวหานยังคงก้องอยู่ในหัว“ตอนนี้มีศึก…เจ้าออกมาข้างนอกพร้อมเด็ก คิดว่าฉลาดหรือ”เขาพูดไม่ผิดแม้แต่น้อยการหนีในยามศึกพร้อมทารกอายุเพียงสามเดือนไม่ใช่ความคิดที่ดีไม่ใช่การตัดสินใจที่ปลอดภัยและไม่ใช่สิ่งที่สตรีผู้มีสติควรเลือกทำ แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังเลือก เลือกเดินออกมา เลือกเสี่ยง เลือกหนีเพราะสำหรับนางนั่นคือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นทางเดียวที่นางเห็นในตอนนั้น หากนั่งรอให้การสู้รบมาถึงบ้านนอกเมืองที่นางอยู่โอกาสหนีจะหมดไป หรือหากคนของราชครูมาจับบุตรชายของนางเพื่อบีบบังคับแม่ทัพเซียวหานให้ยอมแพ้นางจะทำอย่างไร“…”เหมยหลินก้มมองลูกเด็กน้อยยังคงซุกอยู่ในอ้อมอกไม่รู้เรื่องราวใด ๆไม่รู้ว่าโลกภายนอกเต็มไปด้วยเลือดและการห้ำหั่นนางขบริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นอีกครั้งสายตาแข็งขึ้น“ข้าทำในสิ่งที่ต้องทำ” นางเอ่ยเสียงเรียบนางรีบตัดสินใจเร่งด่วน เซียวหานมองนางไม่ตอบทันทีแต
Magbasa pa

บทที่ 37

บทที่ 37รถม้าเคลื่อนกลับสู่เรือนนอกเมืองเส้นทางเดิมแต่ความหมายไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปภายในรถ เงียบ ไม่มีผู้ใดเอ่ยคำเหมยหลินอุ้มลูกแนบอก สายตาเหม่อลึก เหมือนกำลังคิดแต่ก็เหมือนวางทุกอย่างลงแล้วอี้เจียงและม่านม่านนั่งนิ่ง ไม่กล้ารบกวนเพราะพวกนางรู้ดีการกลับครั้งนี้ไม่ใช่เพราะยอมแต่เพราะเลือก เลือกเส้นทางที่มีโอกาสรอดมากที่สุดเพียงเท่านั้น นางทั้งคู่ใช่ว่าไม่หวาดกลัวว่าสตรีสามคนและเด็กทารกจะมีชีวิตกันต่อได้อย่างไรในภาวะสงคราม แต่พวกนางเลือกที่จะทำตามคำสั่งสิ่งที่นายหญิงของตนสั่ง ไม่ว่านายหญิงจะเลือกทางใดพวกนางยินดีทำตาม พอเห็นนางเลือกที่จะกลับไปอยู่ใต้การดูแลของแม่ทัพเซียวก็อดที่จะโล่งใจไม่ได้ไม่นานนักรถม้าก็หยุดลงหน้าบ้านแต่ภาพที่เห็นไม่เหมือนเดิมทหารมากขึ้น ชาวเมืองพากันขนของวิ่งหนีกันอุตลุด ลูกเด็กเล็กแดงเกาะแขนบิดามารดาร้องกระจองอแงเหมยหลินก้าวลงจากรถ นางเดินเข้าเรือนโดยไม่หันกลับไปมองราวกับทุกอย่าง ไม่สำคัญ หากนางช่วยเหลือหนึ่งคนก็ต้องช่วยที่เหลือ นางจะให้ผู้ใดรู้ไม่ได้ว่าเรือนหลังนี้มีเสบียงรู้ว่าเห็นแก่ตัว แต่นางขอเอาตัวเองให้รอด ดีกว่าช่วยคนแล้วต้องตายกันทั้งหมดเหมยหลินวางล
Magbasa pa

บทที่ 38

บทที่ 38ค่ำคืนปกคลุมเรือนนอกเมืองอย่างเงียบงันท้องฟ้าดำมืดราวผืนผ้าหนา ไม่มีแสงดาว ไม่มีแม้แต่เงาจันทร์ให้ยึดเหนี่ยวสายตา มีเพียงความว่างเปล่าที่กดทับลงมาจนรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ทั่วท้อง ความเงียบแผ่คลุมไปทั่วทุกทิศทาง แต่ความเงียบนั้นกลับไม่นำมาซึ่งความสงบตรงกันข้าม…มันกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็นแสงตะเกียงสลัวแขวนอยู่ใต้ชายคา ส่องไหวไปตามแรงลมที่พัดกระหน่ำไม่หยุด เปลวไฟเล็ก ๆ ดิ้นรนอยู่ในกรอบแก้วใส สั่นไหวราวกับกำลังหวาดกลัวต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น เงาของเสาไม้และผนังเรือนทอดยาวบิดเบี้ยวไปตามแสง สร้างภาพที่ดูคล้ายมีบางสิ่งเคลื่อนไหวอยู่ในความมืดลมพัดแรงขึ้นอีกระลอกคราวนี้ไม่ใช่เพียงความเย็นที่แทรกซึมเข้าสู่ผิวกาย แต่มีบางอย่างติดมาด้วยขี้เถ้าจากเปลวไฟมันลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ถูกลมพัดวนขึ้นไปบนท้องฟ้า ก่อนจะโปรยปรายลงมาอย่างช้า ๆ ราวกับหิมะสีหม่น เศษเถ้าถ่านเหล่านั้นเกาะตามพื้น หลังคา และชายเสื้อของผู้คนที่ยังไม่ทันได้หนีไปไหนกลิ่นไหม้จาง ๆ ลอยคละคลุ้งไม่รุนแรงพอจะทำให้สำลักแต่ชัดเจนพอจะทำให้รู้ว่า…ไฟไม่ได้อยู่ไกลบางสิ่งกำลังถูกเผาไหม้ และมันกำลังลุกลาม ท่ามกลางความเง
Magbasa pa

บทที่ 39

บทที่ 39เสียงกลองศึกเงียบลงหลังจากดังกึกก้องต่อเนื่องยาวนานถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน หน้ากำแพงเมืองหลวงที่เคยสั่นสะเทือนด้วยเสียงดาบกระทบกันและเสียงร้องโหยหวนบัดนี้เหลือเพียงความเงียบงัน ที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดธงของอ๋องแปดถูกโค่นลงทัพที่เคยฮึกเหิมแตกพ่าย พังทลายไม่มีเหลือแม้แต่ขวัญกำลังใจศพทหารกองระเกะระกะนอกกำแพงเมืองร่องรอยของสงครามยังคงชัดเจนแต่ชัยชนะเป็นของฝ่ายที่ปกป้องเมืองหลวง เซียวหานยืนอยู่บนกำแพงเมืองเสื้อเกราะเต็มไปด้วยคราบเลือดทั้งของศัตรูและของพวกเดียวกัน แววตาอิดโรยแต่ยังคงแข็งกร้าวเจ็ดวันเจ็ดคืนที่เขาไม่เคยถอยไม่เคยปิดตาอย่างแท้จริงไม่ใช่เพราะหน้าที่เพียงอย่างเดียวแต่เพราะเขา แพ้ไม่ได้“แม่ทัพ!” เสียงทหารดังขึ้น“ทัพอ๋องแปดถอยหนีทั้งหมดแล้วขอรับ!ไม่มีการรวมกำลังอีก!”เซียวหานพยักหน้าเพียงเล็กน้อยเหมือนเรื่องนี้เป็นสิ่งที่เขาคาดไว้แล้ว“เก็บกวาดสนามรบ”เขาสั่งเสียงแหบเล็กน้อยจากความเหนื่อยล้า “ดูแลผู้บาดเจ็บ”“ขอรับ!”คำสั่งถูกส่งต่อทหารเคลื่อนไหวแต่สายตาของเขาไม่ได้อยู่ที่สนามรบกลับมองไปยังทิศทางหนึ่งทิศทางของเรือนนอกเมือง“ปลอดภัย…”เขาพึมพำเบา ๆราวกับย้ำกับตัวเองก่อน
Magbasa pa
PREV
1234569
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status