เข้าสู่ระบบ“เอางี้นะคะน้อง” เธอสั่งเครื่องดื่มอ่อน ๆ และเปิดกระเป๋าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “ถ้าน้องเห็นผู้ชายคนนี้ น้องมาบอกพี่ด้วยนะแล้วพี่จะทิปให้อย่างงาม” เธอจ่ายไปอีกสองร้อย แล้ววางแบงก์ห้าร้อยไว้บนโต๊ะก่อนมองหน้าเด็กหนุ่ม ให้รู้กันว่าถ้างานสำเร็จเงินนี้ก็เป็นของเขา “ผมจะบริการพี่อย่างดีเลยครับ” แล้วไหว้อย่างสวยงามก่อนเดินจากไปไม่นานเกินรอเครื่องดื่มที่เธอสั่งก็มาถึงพร้อมกับข่าวที่ต้องการ และเธอก็ขอให้พนักงานหนุ่มย้ายที่นั่งให้เธอใหม่ เอาแบบมุมลับตาที่มองเห็นโต๊ะนั้นถนัด ๆ และเธอก็ได้ที่นั่งที่ถูกใจเธอมาก เธอจึงจ่ายแบงก์ห้าร้อยนั้นให้แก่เด็กหนุ่มไป…………………นภดลมองนาฬิกาข้อมือหลายรอบแล้ว เลยเวลานัดมานานแล้วแต่ทำไมหุ้นส่วนของดุจดาวยังไม่มาสักที รวมทั้งเดชาที่บอกจะตามมาสมทบจนป่านนี้ก็ยังไม่มาสักที“ คุณนภดลคะ เพิ่งจะสองทุ่มครึ่งเองนะคะเดี๋ยวพวกเขาก็คงจะมา” เธอดูนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมือตามเขาแล้วพูดเสียงหวาน“ตั้งสองทุ่มครึ่งแล้วนะครับ ไม่ใช่เพิ่งสองทุ่มครึ่ง ถ้าทำงานแล้วจะผิดนัดขนาดนี้ก็ใช้ไม่ได้นะครับ” เขาแสดงความไม่พอใจออกทางสีหน้าชัดเจน เดิมทีก็รู้สึกหงุดหงิดอยู่แล้วที่มาเห็นสถานที่นัดหมาย อยากค
นภดลเดินออกจากห้องทำงานและหยุดอยู่ที่โต๊ะทำงานของเดชา รอจนเขาคุยโทรศัพท์จบ “เดชาเย็นนี้คุณต้องไปกับผมนะ เจอกันที่ทุ่มครึ่งนะ เดี๋ยวผมส่งโลให้” แล้วเดินไปหาภรรยาที่ทำงานอยู่หน้าห้องประธานใหญ่ “สินี วันนี้ผมมีนัดกับคุณดาว แต่ผมจะไปส่งคุณที่คอนโดก่อน เสร็จหรือยัง” ชื่อที่ได้ยินจากปากของสามีทำให้ใจเธอกระตุก นี่หล่อนจะมาไม้ไหนอีก “เสร็จแล้วค่ะ” เธอฝืนยิ้มร่าเริงแล้วเดินนำหน้าเขาไป......................ที่คอนโดนภดลนุ่งผ้าเช็ดตัวสีขาวสะอาดตาออกมาจากห้องน้ำ เมื่อเขามาส่งภรรยาแล้วเธอบอกว่าให้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ดีกว่าจะได้สบายตัว เขาจึงตามใจเธอ “คุณนัดคุณดาวไว้ที่ไหนคะ” ปากถามแต่มือก็หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดผมให้เขา“เธอบอกว่าจะส่งโลมาให้ทางไลน์ คุณลองดูสิว่าเธอส่งมาหรือยัง คุณไปกับผมไหม เดชาก็ไปด้วยนะ” หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ของเขามาเปิดดู “ไม่ดีกว่าค่ะ” ถึงแม้จะรู้สึกแปลก ๆ กับที่นัดหมายแต่ก็ไม่อยากจะพูดให้เขาคิดมาก “ผมจะรีบไปรีบกลับนะ ไม่ต้องห่วง”“ห่วงสิคะ สามีทั้งคน”เขายิ้มกว้างกับคำพูดคล้ายหึงหวงของเธอ........................ครึ่งชั่วโมงแล้วที่นภดลออกจากห้องไป สินีก
“ถ้ากลัวน้ำผึ้งล้มขนาดนี้ เราย้ายลงมานอนชั้นล่างเลยดีมั้ย” เธอเริ่มหงุดหงิดเมื่อโดนดุ “ย้ายก็ได้ แต่ผมไม่นอนกับคุณนะ ผมจะนอนห้องเดิมของเรา คุณลงมาคนเดียวก็แล้วกัน”“คุณไม่รักน้ำผึ้งแล้วใช่ไหมถึงพูดแบบนี้” เธอผลักเขาออกแล้วจะก้าวลงจากศาลา น้ำตาไหลพรากออกมาจากสองเบ้าตาเหมือนสั่งได้ แต่ก็ช้ากว่าเขาที่กอดเธอไว้ก่อน“อะไรกันครับฮันนี่ ผมแค่ล้อเล่นเอง ใครจะทิ้งให้เมียที่แสนจะน่ารักอย่างคุณนอนคนเดียวล่ะ ผมไม่ยอมหรอก คุณอยู่ที่ไหนผมก็ต้องอยู่ที่นั่นด้วย” แล้วใช้ฝ่ามือลูบไปที่สะโพกผายเบา ๆ จากแค่อยากล้อเล่นกับเธอก็ต้องกลายมาเป็นนั่งปลอบใจ เพราะอารมณ์ไม่คงที่ของเธอนั่นเอง เธอยิ้มออกมา เช็ดน้ำตาด้วยฝ่ามือเหมือนเด็ก “รักจริง ๆ นะ ต้องรักและอยู่กับน้ำผึ้งทุกที่นะคะ” เมื่อเห็นเขาพยักหน้าตอบรับก็หอมแก้มทั้งสองข้างของเขาเป็นรางวัล “งั้นน้ำผึ้งทำเล็บให้นะคะ” แล้วเธอก็จัดการเอามือและเท้าของเขาแช่น้ำที่แม่บ้านเตรียมมาให้“น้องคิม น้องวาเลิกเรียนกี่โมงฮันนี่”เธอหยิบโทรศัพท์ที่เขาถือมาด้วยกดดูเวลา “ใกล้เลิกแล้วค่ะ อีกครึ่งชั่วโมง”“งั้นเราก็เตรียมตัวเถอะ กว่าจะไปถึงที่วัดอีก ไว้รอเจอกับลูกตอนเย็นทีเด
นภดลจอดรถที่หน้าคอนโดเรียบร้อยแล้วหันไปดึงมือของภรรยาที่กำลังจะเปิดประตูรถเธอหยุดมือและหันมามองเขาอย่างสงสัย “มีอะไรเหรอคะ” “รอผมอยู่ในรถก่อนนะ เดี๋ยวผมมา ล็อครถด้วย” แล้วเปิดประตูลงไปจากรถ และกลับมาอีกครั้งหลังจากหายไปประมาณสิบห้านาที ในมือถือกระเป๋าเดินทางใบย่อมมาอีกหนึ่งใบเธอปลดล็อครถเมื่อเห็นเขาเดินมาเกือบถึงรถ “เราจะไปไหนคะ”“จะพาเมียไปฮันนี่มูน อยู่ในบริษัทมีแต่มารผจญ” เขาตอบยิ้ม ๆ“ปากเหรอนั่น คุณเป็นผู้ชายนะคะ” เธอรู้ว่าเขาหมายถึงใครจึงต่อว่า “แล้วผมพูดผิดตรงไหน ในเมื่อผมอยากมีเวลาส่วนตัวกับเมียบ้าง”“แต่สินีไม่มีเสื้อผ้านะคะ ขอไปเตรียมของก่อนได้มั้ย”“ผมเตรียมมาให้แล้ว ทั้งชั้นในชั้นนอกและชุดนอนที่แสนจะเซ็กซี่” แล้วหัวเราะเมื่อโดนคนข้าง ๆ ทุบใส่ที่แขน....................โรงแรมแม็คแคนเลย์นภดลขับรถมาถึงบางแสนเที่ยงคืนกว่า จอดรถเรียบร้อยแล้วจึงสะกิดเรียกภรรยาที่หลับสนิทมาตลอดทาง “ถึงแล้วครับที่รัก” แล้วโน้มตัวไปบีบจมูกเล็ก ๆ ของเธอ แต่เธอปัดมือเขาออกอย่างรำคาญแต่ก็ยังไม่ยอมตื่น จนเขาต้องเปิดประตูลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาฝั่งที่เธอนั่ง เปิดประตูรถแล้วเขย่าเธออีกครั้งให้แรง
“ฉันไปกับแกด้วยก็แล้วกันนะ เพราะคุณนภมีแขก เขาคงตามไปทีหลัง” เธอพยายามทำตัวเป็นปกติไม่ให้เพื่อนสังเกตเห็นความกังวลใจนั้น “ผมว่าสินีรอไปพร้อมนภเขาดีกว่านะครับ เดี๋ยวเขาจะว่าผมว่าขโมยภรรยาเขาไป” เขาเห็นความหวั่นไหวในดวงตาคู่นั้นจึงพูดล้อเธอให้คลายกังวล “แกรอไปพร้อมพี่นภนั่นแหละสินี” เธอเห็นด้วยกับสามี “ฉันรอคุณนภก็ได้ แล้วเจอกัน” เธอโบกมือให้สองสามีภรรยา…สินียกนาฬิกาข้อมือเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วเธอก็จำไม่ได้ รู้แต่เพียงว่ามันเกือบจะชั่วโมงแล้ว ครั้นจะให้เข้าไปหาแล้วโวยมันก็ไม่สมควร เพราะเขาอาจจะคุยเรื่องงานกันจริง ๆ ก็ได้เธอตัดสินใจหยิบกระเป๋าและกำลังจะเดินลงไปข้างล่างเพื่อเรียกแท็กซี่ .......................นภดลมองดุจดาวที่นั่งคุยโทรศัพท์อยู่ที่โซฟารับแขกของเขาอย่างไม่รู้สึกทุกข์ร้อนใด ๆ เขามองนาฬิกาที่ข้อมืออย่างกังวลใจ.. ตัดสินใจลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไปทันที ถ้าเธออยากนั่งก็นั่งไป จะอยู่จนถึงเวลาออฟฟิศก็ตามใจเธอ “สินีรอผมด้วย” และทันได้เห็นภรรยากำลังเดินไปที่ลิฟต์พอดี เขารีบก้าวเท้ายาว ๆ ไปหาเธอ“เสร็จงานแล้วเหรอคะ” เธอประชดด้วยความน้อยใจและขัดเคือง “คุณนภ
บริษัทแม็คแคนเลย์ดุจดาวมาหยุดที่หน้าโต๊ะทำงานของคู่แข่งหัวใจ “สวัสดีค่ะคุณเลขา ดาวมาหาคุณนภดลค่ะ” สินีเงยหน้าขึ้นจากงาน ส่งยิ้มอ่อนหวานให้ศัตรูหัวใจ “สวัสดีค่ะคุณดาว ถ้าจะมาพบท่านรองต้องไปบอกเลขาหน้าห้องของท่านนะคะ ดิฉันเป็นเลขาของท่านประธานค่ะ”“เหรอคะ ดาวก็นึกว่าใช่ เพราะเคยเห็นอยู่ในห้องด้วยกัน” “ไม่ใช่หรอกค่ะคุณดาว แต่งานบางอย่างท่านรองคงจะใช้คนอื่นไม่ได้ เพราะไม่ถูกใจเหมือนใช้ดิฉัน น่าภูมิใจมั้ยคะคุณดาวขา” เธอส่งยิ้มหวานให้ พร้อมกันนั้นก็เอื้อมมือไปเกี่ยวที่คอเสื้อลูกไม้แล้วดึงให้ต่ำลง “โอ๊ย ตัวอะไรกัดคอสินีก็ไม่รู้ คุณดาวช่วยดูให้หน่อยสิคะ” แล้วเอียงตัวเข้าไปใกล้ ๆ อย่างจงใจดุจดาวเห็นรอยแดงเป็นจ้ำตั้งแต่ที่หญิงสาวเกี่ยวคอเสื้อลงมา ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าโดนอะไร“ไปโดนอะไรมาค่ะนั่น ไม่น่าจะเป็นรอยมดกัดนะคะ มันเหมือนรอยที่พวกคุณตัวเขาเป็นกันน่ะค่ะ” แสยะปากตอบอย่างเยาะเย้ย รู้สึกสะใจที่ได้หลอกด่าอีกฝ่าย “พวกคุณตัวเขาคงไม่กล้าให้คอเป็นรอยหรอกค่ะ เพราะต้องรับหลายจ๊อบ แต่ถ้าเป็นพวกอยากแย่งผัวชาวบ้าน ฉันรักผัวเขาก็ไม่แน่ค่ะ” เธอสวนกลับทันทีพร้อมรอยยิ้มหวานเชือดเฉือน “แกคิ
แล้วเพื่อน ๆ ของเขาก็พากันเดินออกไปคงเหลือเพียงเขาคนเดียวที่ยังปักหลักนั่งอยู่ ไม่ใช่เพราะอยากอยู่ต่อ แต่อยู่เพราะเป็นห่วงหญิงสาวที่อยู่อีกโต๊ะหนึ่ง จึงคิดจะอยู่ต่อจนกว่าเธอจะกลับ…...........................“เอ ชั้นเรียกเช็คบิลไปแล้วนะ เที่ยงคืนกว่าแล้ว” สินีบอกกับเพื่อนที่เพิ่งเดินกลับจากห้องน้
“เปล่าครับ แต่เมื่อกี้คุณน้ำผึ้งโทรมาหาคุณ บอกว่าเขาจะกลับก่อนเพราะต้องไปส่งเด็ก ๆ แล้วให้ไปเจอกันที่ร้าน... ร้านอะไรนะผมจำไม่ได้” เขาทำท่านึก ทั้งที่ความจริงอีกฝ่ายไม่ได้พูดถึงชื่อร้านเลย“โรงเบียร์....” สินีบอกชื่อร้านแก่ชายหนุ่ม“ใช่ครับ ร้านนั้นแหละครับ เธอย้ำว่าห้ามสายนะครับ” แล้วก็เดินเข้าห้
หญิงสาวแทบอยากจะเดินออกไปจากร้านด้วยความอาย แม้กระทั่งแม่ค้าโจ๊กยังมองมาทางเธอด้วยสายตาแปลก ๆ แอบมียิ้มนิด ๆ ด้วย “เอาโจ๊กใส่ไข่เยี่ยวม้า พิเศษทุกอย่างหนึ่งชามค่ะ” เธอรีบสั่งออกไปแก้เขิน แล้วหันมาป้อนโจ๊กให้หลานสาวต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่สนใจกับโจ๊กในชามของตัวเองอีก “น้ำผึ้งอิ่มแล้วเหรอครับ” เขาถามข
คำพูดและรอยยิ้มของเขา ทำให้ณัฐวราหลงเผลอคิดเข้าข้างตัวเองไปพักใหญ่ ๆ ถ้าเป็นผู้ชายอื่นมาทำแบบนี้เธอคงร้องหึด้วยความไม่ชอบอยู่ในใจ แต่พอเป็นผู้ชายคนนี้ทำไมถึงรู้สึกดีจัง คงเป็นเพราะเขาคือสเป็กของเธอสินะ “นะครับน้ำผึ้ง” เขาย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นเธอเอาแต่อ้ำอึ้ง “ค่ะ น้ำผึ้งขอตัวกลับก่อนนะคะ”







