บททั้งหมดของ พันธกาลเร้นรัก: บทที่ 151 - บทที่ 160

188

บทที่ 151

กลุ่มเจ้าหน้าที่ศาลด้านนอกไม่รู้ว่าพูดคุยเรื่องอันใดกัน จึงได้ส่งเสียงหัวเราะครื้นเครงออกมานางหวาดกลัวถึงขีดสุด ก้อนเนื้อในอกเต้นระรัวอย่างรุนแรง ราวกับวินาทีถัดไปมันจะทะลุออกมานอกร่างหยาดน้ำตาร่วงหล่นลงมาในทันทีกลางวันแสก ๆ ซื่อจื่อแห่งจวนเจิ้นกั๋วกงผู้สง่างามกลับมากอดรัดน้องสาวบุญธรรมเช่นนางในห้องโถงข้างของที่ว่าการกรมอาญา ช่างเป็นเรื่องเหลวไหลเพียงไร?เขาต้องการสิ่งใดกันแน่? ลับหลังรังแกนางยังไม่พอ ถึงกับต้องมาทำพฤติกรรมเช่นนี้ในยามนี้ กลั่นแกล้งนาง ให้นางต้องหวาดกลัว“ลองคิดดูให้ดี มารดาโจวมีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อเอ่ยเตือนนางอาจเป็นเพราะอยู่ใกล้กันเกินไป หรือไม่นางก็ตื่นตระหนกจนเกิดภาพลวงตา ถึงได้ยินแววความรักใคร่เอ็นดูเจืออยู่ในน้ำเสียงเย็นชาของจ้าวหยวนเช่อ“ท่านปล่อยข้าก่อนได้หรือไม่? ข้าร้องขอท่านแล้ว...”เจียงโย่วหนิงร้องไห้อ้อนวอนเขา ทอดมองไปยังประตูผ่านม่านน้ำตานางหวาดผวาจนไม่อาจสงบใจ รู้สึกอยู่เสมอว่าวินาทีถัดไปจะมีคนเดินเข้ามา และจับพวกเขาได้คาหนังคาเขาไหนเลยจะมีกะจิตกะใจไปขบคิดคำถามของเขาอีก?จ้าวหยวนเช่อเพียงจ้องมองนาง ไม่ยอมปล่อยมือและไม่เอ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 152

หัวใจของเจียงโย่วหนิงเต้นระรัวอย่างรุนแรงการตอบสนองของจ้าวหยวนเช่อเหตุใด... เหตุใดจึงไม่เป็นไปตามที่นางคิดไว้เล่า? เขาไม่เพียงไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์ในวัยเยาว์แล้วปล่อยนางไป ซ้ำยังกำเริบเสิบสานหนักขึ้นไปอีกหรือ?ด้วยความตกใจกลัว น้ำตาของนางพลันร่วงหล่น ทั่วทั้งร่างราวกับหนูที่ถูกแมวจ้องตะครุบ คล้ายมีแรงกดข่มทางสายเลือดทำให้นางมิอาจขยับเขยื้อน ร่างกายชาหนึบไปทุกสัดส่วน ได้แต่มองดูใบหน้าหล่อเหลาไร้ผู้ใดเทียบของเขาค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้จนเต็มสองตาด้านนอกพลันมีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาเจิ้งฉีโย่วกระแอมไอคราหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยทักทายขึ้น“ท่านซื่อจื่อ...”เพียงชั่วพริบตาจ้าวหยวนเช่อก็คลายมือออกเจียงโย่วหนิงดีดตัวออกจากอ้อมกอดของเขาทันที ราวกับปลาที่ขาดน้ำ ชั่วชีวิตนี้นางไม่เคยเคลื่อนไหวได้รวดเร็วปานนี้มาก่อนเลยนางเพิ่งจะยืนทรงตัวได้มั่นคง เจิ้งฉีโย่วก็ก้าวผ่านประตูเข้ามาไม่ช้าไม่เร็ว จังหวะช่างพอดีเสียเหลือเกินหัวใจของเจียงโย่วหนิงเต้นโครมคราม นางหอบหายใจแผ่วเบา ใบหน้าซีดเผือด ความหวาดกลัวยังคงตกค้างอยู่ ครานี้นางตกใจมิใช่น้อยจริง ๆอีกเพียงนิดเดียว ก็จะถูกเจิ้งฉีโย่วเห็นเข้าแล้ว!
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 153

เจิ้งฉีโย่วไม่ปรารถนาจะเอ่ยเจรจาให้มากความ เขาโบกมือคราหนึ่ง สั่งให้เจ้าหน้าที่ศาลช่วยพยุงนางไว้คนกลุ่มใหญ่เดินขบวนเอิกเกริกเข้าไปในจวนตระกูลโจวยามเดินผ่านโถงด้านข้างแห่งนั้นซึ่งเคยมาเมื่อคราวก่อน เจียงโย่วหนิงอดมิได้ที่จะหดคอลงด้วยความหวาดหวั่น ในใจพลันรู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมาอีกระลอกราวกับได้ย้อนกลับไปในวันนั้น วันที่โจวจื้อซ่างยังมีชีวิตอยู่ และนางกำลังตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตจ้าวหยวนเช่ออยู่เคียงข้างนาง ไม่รู้ว่าจงใจหรือบังเอิญ เขาก้าวเข้ามาบดบังสายตาของนางพอดี“ชิงเจี้ยน”เขาร้องเรียกคราหนึ่งชิงเจี้ยนรีบก้าวออกมารับคำสั่งจ้าวหยวนเช่อกระซิบสั่งการที่ข้างหูเขาไม่กี่ประโยคชิงเจี้ยนพยักหน้า ก่อนจะนำกำลังคนร่วมกับเจ้าหน้าที่จากกรมอาญาเริ่มค้นหาอย่างละเอียดทั่วจวนตระกูลโจวไม่นานนัก เจ้าหน้าที่ศาลก็เข้ามารายงานเบื้องหน้าเจิ้งฉีโย่ว“ใต้เท้า ยังคงไม่พบสิ่งใดดั่งเช่นคราวก่อนขอรับ”เจิ้งฉีโย่วอดมิได้ที่จะหันไปมองจ้าวหยวนเช่อยามนี้เขาฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่ซื่อจื่อผู้นี้แล้ว“นายท่าน ที่เรือนครัวด้านหลังพบเบาะแสบางอย่างขอรับ”ครู่ต่อมา ชิงเจี้ยนก็เดินเข้ามารายงานมาร
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 154

จ้าวหยวนเช่อปรายตามองนางแวบหนึ่ง แววตาแฝงรอยยิ้มในที่สุดเจียงโย่วหนิงก็มองเห็นสภาพศพหญิงสาวผู้นั้นได้อย่างชัดเจนแต่งกายเยี่ยงสาวใช้ ศีรษะถูกตีจนแตก ซึ่งน่าจะเป็นบาดแผลฉกรรจ์ที่ทำให้ถึงแก่ความตาย ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด สองมือกรำแน่นไม่ยอมคลายดูแล้วช่างตายอย่างอนาถยิ่งนัก“ที่นี่ยังมีมีดทำครัวอีกเล่มหนึ่งขอรับ”เจ้าหน้าที่ศาลผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นพบอาวุธสังหารแล้วเช่นกันนักชันสูตรทำการพลิกศพอย่างรวดเร็วในมือศพหญิงสาวกำเศษผ้าเอาไว้ชิ้นหนึ่ง ซึ่งถูกกระชากมาจากเสื้อผ้าของฆาตกรในจวนแห่งนี้ มีเพียงมารดาโจวที่สวมใส่เนื้อผ้าดีปานนี้ได้ เสื้อผ้าตัวที่ถูกสาวใช้ฉีกขาดก็ถูกค้นพบอย่างรวดเร็วเช่นกันและนั่นก็คือเสื้อผ้าของมารดาโจวจริง ๆครานี้ หลักฐานมัดตัวแน่นหนามารดาโจวหน้าซีดเผือดราวกับเถ้ากระดูก ทรุดตัวนั่งคุกเข่าลงกับพื้น นางมิได้มีความคิดที่จะบ่ายเบี่ยง แววตาหม่นหมอง น้ำตารินไหลไม่ขาดสาย “เป็นข้าเอง ข้าเป็นคนฆ่าเขา...”วินาทีต่อมา แววตาของนางพลันดุดันขึ้นมา กรีดร้องลั่น “เขาเป็นเดรัจฉาน เขาสมควรตาย เขาไม่คู่ควรจะเป็นคน...”นางสติแตกไปโดยสมบูรณ์ ระบายความอัดอั้นออกมาอย่าง
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 155

ตลอดทางที่เดินกลับจวนอย่างเชื่องช้า ในหัวพลันขบคิดเรื่องราวมากมายสิ่งที่สร้างความสะเทือนใจให้แก่นางมากที่สุดคงหนีไม่พ้นชะตากรรมของมารดาโจวซึ่งไม่เคยได้ยินที่ใดมาก่อน จนกระทั่งฟ้ามืด นางก็ยังมิอาจห้ามตนเองให้เลิกครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ได้หลังจากป้อนอาหารเย็นให้อู๋มามาเสร็จสิ้น เมื่อกลับมาถึงห้องก็เห็นจ้าวหยวนเช่อนั่งอยู่ข้างโต๊ะ“มากินข้าว”เขายื่นตะเกียบส่งให้นางบนโต๊ะมีกับข้าวเพิ่มขึ้นจากเดิมหลายอย่าง ล้วนเป็นสิ่งที่เขานำมาเจียงโย่วหนิงคุ้นชินกับการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเขาแล้ว จึงมิได้หวาดกลัวดังเช่นกาลก่อนนางหลุบตาลงพลางนั่งฝั่งตรงข้ามเขา ยกชามขึ้นมาพุ้ยข้าวเข้าปากคำหนึ่ง ในใจทั้งปวดร้าวทั้งฝาดเฝื่อน ข้าวเมื่อกินเข้าไปกลับลิ้มรสได้เพียงความขมปร่าเขาอยู่เป็นเพื่อนซูอวิ๋นชิงมาทั้งบ่าย พวกเขาทั้งสองรักใคร่กลมเกลียวกันเช่นนั้นมิใช่หรือไร? แล้วเขาจะมาที่เรือนของนางอีกทำไมกัน?จ้าวหยวนเช่อคีบขนมอิงเถาเจียนใส่ชามให้นางนางชะงักตะเกียบ ขนตาที่ยาวงอนหลุบต่ำ จับจ้องไปยังขนมอิงเถาเจียนสีน้ำผึ้งชิ้นนั้นไม่ว่าจะเกิดอันใดขึ้น เขามักทำตัวราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นได้เสมอทว่านางกล
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 156

สิ่งที่จ้าวหยวนเช่อสอนนาง ส่วนใหญ่คล้ายคลึงกับตำราพิชัยสงคราม ทว่านางรู้สึกว่าหากยามปกติพบเจอคนพาล ก็น่าจะนำมาปรับใช้ได้เช่นกันนางไม่กลัวที่จะเอ่ยปากว่าตนเองไม่เข้าใจสำหรับเรื่องการอ่านตำรา จ้าวหยวนเช่อมีความอดทนต่อนางเป็นพิเศษ ยามนี้นั่งสั่งสอนนางอยู่ภายใต้แสงเทียนสีเหลืองนวล ดูอ่อนโยนเสียจนคล้ายคลึงกับปัญญาชนอยู่หลายส่วน“ประโยคก่อนหน้าหมายความว่า แทนที่จะโจมตีจุดที่รวมกำลังพล มิสู้ล่อให้พวกเขากระจายตัวแล้วค่อยตีให้แตกพ่ายไปทีละส่วน ประโยคหลังหมายถึง ยามเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่ง ไม่จำเป็นต้องปะทะด้วยกำลังโดยตรง ควรหลบหลีกเพื่อหาจุดอ่อนแล้วค่อยตอบโต้กลับไป จำเอาไว้ให้ดีเล่า?”จ้าวหยวนเช่อช้อนตาขึ้นมองนาง“อืม” เจียงโย่วหนิงพยักหน้า แล้วอ่านต่อไปจ้าวหยวนเช่ออธิบายให้นางฟังทีละประโยคเจียงโย่วหนิงตั้งใจศึกษาอย่างจริงจังคราแรกนางไม่เต็มใจเรียน ย่อมไม่ยอมตั้งใจศึกษา จ้าวหยวนเช่อจึงสอนเนื้อหาบทเดียวซ้ำไปซ้ำมา ทั้งยังลงโทษให้นางคัดลอกตำราบัดนี้นางติดนิสัยตั้งใจอ่านตำราเสียแล้วผนวกกับเขาไม่ยอมให้นางไปโรงหมอ ยามว่างเว้นไร้ซึ่งกิจใด นางจึงเต็มใจหยิบตำราขึ้นมาอ่านเองเมื่อเ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 157

เวลาเพียงไม่กี่เดือน นางก็สามารถทำออกมาได้เป็นรูปเป็นร่างแล้วนอกจากนี้ จ้าวหยวนเช่อยังนำกระทะเหล็กใบหนึ่งมาวางไว้บนเตาต้มยาใบเล็กอีกด้วยเขาถึงกับบีบบังคับให้นางฝึกทำอาหารยามนี้ อาหารที่นางทำล้วนสามารถกลืนลงคอได้แล้วพริบตาเดียวก็ใกล้จะสิ้นปีจวนเจิ้นกั๋วกงมีธรรมเนียมที่ทุกคนในจวนต้องเดินทางไปเซ่นไหว้ฟ้าดินและเทพที่วัดอวิ๋นกุยแถบชานเมืองก่อนสิ้นปีเจียงโย่วหนิงในฐานะคนของจวนย่อมต้องเดินทางไปด้วยเช่นกันจ้าวหยวนเช่อให้เวลาพักผ่อนแก่นางหนึ่งวัน มิต้องเรียนรู้สิ่งใดหรือคัดตำราอีกนางนั่งมองออกไปนอกรถม้า ได้พักหายใจอย่างหาได้ยากยิ่ง เมื่อทอดมองผู้คนที่คึกคักจอแจอยู่ภายนอก ภายในใจก็พลันเบิกบานขึ้นมาช่วงก่อนสิ้นปี บนท้องถนนมีผู้คนออกมาจับจ่ายใช้สอยมากมาย รถม้าจึงต้องเคลื่อนตัวสลับกับหยุดนิ่ง ทำให้เดินทางได้ไม่ไวนัก “พี่หญิงเจียง ให้ท่านเจ้าค่ะ”จ้าวเยว่ไป๋ยื่นมันเผาครึ่งหัวมาให้นางนางเพิ่งจะให้สาวใช้ไปซื้อมาเจียงโย่วหนิงได้สติกลับมาแล้วคลี่ยิ้มให้นาง “ขอบใจน้องหญิงห้า”มันเผาที่เพิ่งขึ้นจากเตาร้อนกรุ่นอยู่ในมือ ส่งกลิ่นหอมหวานอบอวลไปทั่ว“พี่หญิงเจียง เหตุใดพี่ใหญ่จึงกัก
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 158

เซี่ยหวยอวี่แผ่นหลังแนบชิดกำแพง ขนตาหลุบลงต่ำเล็กน้อย ทอดสายตาจดจ้องใบหน้าของนางที่อยู่ใกล้เพียงคืบใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราใหญ่ไม่เกินฝ่ามือ ขาวผ่องจนแทบจะโปร่งใส แสงแดดยามเที่ยงของฤดูหนาวสาดส่องลงบนไรขนอ่อนนุ่มด้านข้างแก้มของนาง ขนตาดำขลับทั้งงอนทั้งยาว ยามดวงตาที่เปล่งประกายดุจดวงดารากะพริบไหว แผ่วเบาราวกับมีปุยหลิวร่วงหล่นกลางใจคน ให้ความรู้สึกเดี๋ยวใกล้เดี๋ยวไกล จนมิอาจห้ามใจได้คอเสื้อประดับด้วยขนกระต่ายสีขาวฟูนุ่ม ปลายจมูกแดงระเรื่อเล็กน้อยด้วยความหนาวเหน็บ ท่าทางของนางยังคงว่านอนสอนง่ายเช่นกาลก่อน ทว่าหว่างคิ้วกลับดูมีชีวิตชีวาเพิ่มขึ้นมาอีกหลายส่วน ดูมิใช่อ่อนแอรังแกง่ายเช่นแต่ก่อนแล้วหลายเดือนมานี้นางไปเผชิญสิ่งใดมากันแน่? ถึงได้เปลี่ยนไปเช่นนี้เจียงโย่วหนิงมิได้สังเกตเห็นสายตาที่พินิจพิเคราะห์ของเขาเลยแม้แต่น้อย ผ่านไปครู่หนึ่งนางจึงดึงมือกลับ ขมวดคิ้วมองเขาด้วยแววตาตำหนิติเตียน“หน้าผากร้อนถึงเพียงนี้ เหตุใดท่านจึงไม่พักผ่อนอยู่ที่โรงหมอ วิ่งมาที่อารามทำไมกัน?”เขาพักอยู่ที่โรงหมอย่อมดีที่สุด ท่านหมอจางมีเมตตาธรรม ต่อให้เป็นคนไข้แปลกหน้าก็ยังดูแลเป็นอย่างดี ยิ่งมิต้อ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 159

ยามนี้ เขาเพียงภาวนาขอให้ฝ่าบาทไม่ทรงล่วงรู้เรื่องที่องค์ชายประชวรด้วยโรคหวัด มิเช่นนั้นเขาคงต้องรับโทษหนักเป็นแน่เจียงโย่วหนิงอาศัยจังหวะที่หลวงจีนเคาะเกราะไม้ เอ่ยปรึกษากับจ้าวเยว่ไป๋เสียงเบา “น้องหญิงห้า ข้ามีสหายผู้หนึ่ง ยามนี้เขาป่วยหนักยิ่งนัก ข้าจะใช้รถม้าไปส่งเขาลงจากเขา ประเดี๋ยวเจ้าค่อยนั่งรถม้ากลับเรือนไปพร้อมกับอนุของเจ้า จะได้หรือไม่?”“ได้สิ เช่นนั้นท่านก็ระวังตัวด้วย รีบกลับจวนเสียแต่เนิ่น ๆ อย่าให้ท่านแม่จับได้เล่า”จ้าวเยว่ไป๋เอ่ยกำชับนางด้วยความไม่วางใจนัก ทว่าในขณะเดียวกันก็รู้สึกอิจฉาอยู่บ้างนางเองก็อยากลงเขาไปเที่ยวเล่นเช่นกัน พิธีเซ่นไหว้ที่นี่หากไม่ยืนก็ต้องคุกเข่า ช่างน่าเบื่อหน่ายเสียจริงเมื่อเจียงโย่วหนิงจัดการทุกสิ่งอย่างเหมาะสมแล้ว นางก็ลอบหลบฉากออกมาอย่างเงียบเชียบ “ไปเถิด ข้าจะไปส่งท่านลงเขาเอง”นางยกมือขึ้นยื่นไปทางเซี่ยหวยอวี่มุมปากของเซี่ยหวยอวี่ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เขายื่นแขนออกไปให้นางคล้องแขนเอาไว้คนทั้งสองประคองกันและกันเดินฝ่าสายลมหนาวเหน็บออกไป“แย่แล้ว ข้าบังคับรถม้าไม่เป็น”เมื่อมาถึงจุดผูกม้า เจียงโย่วหนิงเพิ่งจะนึกเรื่องนี้ขึ้นมาไ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 160

นางหยิบตะเกียบขึ้นมา คีบกับข้าวใส่ลงในชามของเขาทานเสร็จแล้วนางต้องกลับจวนไปเซี่ยหวยอวี่จับช้อนคนโจ๊กในชามไปมา“มิสู้ เจ้าแต่งงานกับข้าเถิด”จู่ ๆ เขาก็เอ่ยขึ้นมาประโยคหนึ่งนัยน์ตาสีดำขลับของเจียงโย่วหนิงกะพริบปริบ ๆ ชะงักงันไปชั่วขณะ “เหตุใดจู่ ๆ ท่านจึงกล่าวเช่นนี้?”แต่งงานกับเซี่ยหวยอวี่หรือ?นางไม่เคยคิดมาก่อนเลยแม้พวกเขาจะคุ้นเคยกัน แต่นางก็ไม่เคยพิจารณาไปถึงเรื่องพรรค์นั้นเลยแม้แต่น้อย“เจ้าไม่ชอบข้าหรือ? หรือว่า... รังเกียจที่เรือนของข้ายากจนข้นแค้น?”เซี่ยหวยอวี่มองซ้ายมองขวา ก่อนจะจ้องมองนางพลางเอ่ยถาม“มิได้”เจียงโย่วหนิงจับช้อนคนไปมา ไม่รู้ว่าจะอธิบายเช่นไรดีจ้าวหยวนเช่อไม่ยอมให้นางแต่งงานเป็นแน่อย่าว่าแต่แต่งงานกับเซี่ยหวยอวี่เลย เพียงแค่นางมาส่งเซี่ยหวยอวี่ลงเขาเรื่องนี้ หากจ้าวหยวนเช่อล่วงรู้เข้าก็คงแย่แล้วนางมิกล้าคิดให้ลึกซึ้ง จึงตักโจ๊กเข้าปากอีกคำหนึ่งรีบทานให้เสร็จแล้วกลับไปจะดีกว่า“เช่นนั้นคือสิ่งใด? หรือว่าจวนเจิ้นกั๋วกงไม่ยินยอมกัน?”เซี่ยหวยอวี่เลิกคิ้ว ซักไซ้ไล่เลียงไม่ยอมเลิกราเขาต้องการคำรับปากจากนางเพียงแค่นางตกลง เรื่องอื่นเขา
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
141516171819
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status