บททั้งหมดของ พันธกาลเร้นรัก: บทที่ 161 - บทที่ 170

188

บทที่ 161

จ้าวหยวนเช่อจ้องมองมือของนางที่จับข้อมือของเซี่ยหวยอวี่เอาไว้ แม้จะถูกกั้นด้วยแขนเสื้อ ทว่ากลับทำให้หางตาของเขาแดงเรื่อขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“ปล่อยมือ!”เขาตวาดเสียงเย็น น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเย็นชาลึกถึงกระดูกเจียงโย่วหนิงตกใจจนสะดุ้งเฮือก นางรีบปล่อยมือแล้วถอยหลังไปหนึ่งก้าว ขอบตาแดงเรื่อ ใบหน้าพลันซีดเผือดลงพิธีบวงสรวงเทพฟ้าดินในวันนี้ ถือเป็นเรื่องใหญ่ของจวนเจิ้นกั๋วกง ยามเช้าจ้าวหยวนเช่อต้องวุ่นวายอยู่กับพิธีบวงสรวง หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จแล้ว ยังต้องคอยอยู่เป็นเพื่อนนางหานและคนอื่น ๆ เพื่อฟังเจ้าอาวาสบรรยายธรรมอยู่ที่นั่นตามหลักการแล้ว เขาไม่ควรมีเวลามาสนใจความเคลื่อนไหวของนาง ยิ่งมิต้องพูดถึงการปลีกตัวออกจากวัดอวิ๋นกุยเพื่อมาหานางถึงที่นี่เขาไม่กลัวเจิ้นกั๋วกงกับนางหานตามหาตัวหรือไร?“เจ้าจะดุไปทำไมกัน? ทำนางตกใจหมดแล้ว”เซี่ยหวยอวี่ก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว ขวางตัวปกป้องเจียงโย่วหนิงเอาไว้ด้านหลัง พลางสบตาจ้าวหยวนเช่ออย่างไม่ลดละกลิ่นอายความน่าเกรงขามของเขามิได้ด้อยไปกว่าจ้าวหยวนเช่อเลยแม้แต่น้อย“มานี่”จ้าวหยวนเช่อไม่สนใจเขา เพียงเอ่ยปากกับเจียงโย่วหนิงเท
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 162

ดังนั้น เขาจึงมิกล้าเอ่ยถึงเรื่องนี้มาโดยตลอด“รุ่ยอ๋องในฐานะองค์ชาย ย่อมมีฐานะสูงส่ง ฮ่องเต้และไทเฮาไม่มีทางอนุญาตให้ท่านแต่งบุตรบุญธรรมของจวนเจิ้นกั๋วกงเป็นภรรยาเอก ขอเตือนให้องค์ชายอย่าได้ไปหานางอีกเลย จะเป็นผลดีต่อทั้งตัวท่านและตัวนาง”น้ำเสียงของจ้าวหยวนเช่อค่อย ๆ กลับมาเยือกเย็นดังเดิม“ราวกับว่าเจ้าสามารถแต่งนางเป็นภรรยาเอกได้เช่นนั้นแหละ”เซี่ยหวยอวี่อดมิได้ที่จะเอ่ยแย้งจ้าวหยวนเช่อไม่สนใจเขา หมุนกายเดินออกไปด้านนอกเซี่ยหวยอวี่ยกเท้าเตะธรณีประตู รอยยิ้มบนใบหน้าพลันมลายหายไปในพริบตาจ้าวหยวนเช่อรับมือยากอย่างแท้จริง สองเรื่องที่กล่าวมาเมื่อครู่ ล้วนเป็นจุดอ่อนที่แทงใจดำเขาทั้งสิ้นทว่า แล้วจะอย่างไรเล่า?ก่อนหน้านี้ เขาก็ยังสามารถฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการจนก้าวมาถึงจุดนี้ได้มิใช่หรือ?ภายภาคหน้าก็จะเป็นเช่นเดียวกัน……เจียงโย่วหนิงเห็นจ้าวหยวนเช่อมีโทสะ ในใจก็พลันตื่นตระหนกแทบสิ้นสติเมื่อออกจากประตูมา นางก็รีบขึ้นรถม้าไปก่อน แต่นางกลับบังคับรถม้าไม่เป็น การหลบซ่อนอยู่ในห้องโดยสารก็หนีไปไหนไม่พ้น ได้แต่รอคอยให้จ้าวหยวนเช่อมาคิดบัญชีกับนางยิ่งคิดนางก็ยิ่งหวาดกลัว จึง
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 163

กล่าวหาว่าบุตรีบุญธรรมเช่นนางนั้นไร้ยางอาย ยั่วยวนพี่ชายบุญธรรม…“ในใจเจ้าคิดการอันใดอยู่ ย่อมรู้อยู่แก่ใจดี เจ้าคิดว่าเขาเป็นคนดีนักหรือ?”น้ำเสียงของจ้าวหยวนเช่อเจือไปด้วยโทสะอย่างที่หาได้ยากยิ่ง“เขาจะดีหรือไม่ข้าไม่รู้ อย่างน้อยเขาก็เต็มใจแต่งงานกับข้าอย่างเปิดเผย ไม่ปล่อยให้ข้าต้องเป็นภรรยานอกสมรสอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ อีกทั้งยังไม่บีบบังคับให้ข้าต้องทำในสิ่งที่ไม่เต็มใจ...”เจียงโย่วหนิงเริ่มสงบสติอารมณ์ลงได้บ้าง นางกัดฟันรวบรวมความกล้าโต้เถียงเขา ทว่าแท้จริงแล้วน้ำเสียงกลับสั่นสะท้านเป็นเพราะนึกถึงกลยุทธ์ยั่วยุที่เคยเรียนรู้มา บางทีวิธีนี้อาจยั่วโทสะจนจ้าวหยวนเช่อยอมปล่อยนางไปก็ได้กระมัง?ถึงแม้จะไม่เป็นเช่นนั้น แต่อย่างไรเสียผลลัพธ์ก็คงมิอาจเลวร้ายไปกว่านี้ได้อีกแล้วย่อมต้องลองดูสักตั้ง ไม่แน่ว่าอาจจะสำเร็จก็ได้มิใช่หรือ?สิ่งนี้จ้าวหยวนเช่อก็เป็นผู้สอนนางเองเช่นกัน“ทางที่ดีเจ้าอย่าได้ส่งเสียงออกมาอีก”จ้าวหยวนเช่อแค่นเสียงเย็นชา น้ำเสียงยิ่งแฝงโทสะรุนแรงขึ้นกว่าเดิมเจียงโย่วหนิงมีเหงื่อเย็นผุดพราย รีบหุบปากลงทันควัน มิกล้าส่งเสียงใด ๆ ออกมาอีกแม้แต่น้อยมาถึงสถานที่
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 164

ลำคอของเจียงโย่วหนิงตีบตัน ขนตายาวที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตาสั่นระริกอย่างรุนแรงนางไม่มีความกล้าพอที่จะสบตากับเขา ก้อนเนื้อในอกเต้นรัวแรงราวกับรัวกลอง ลมหายใจสะดุดหยุดลงโดยไร้สติ ปลายนิ้วม้วนงอเข้าหากัน เล็บจิกทึ้งลงบนฝ่ามือจนเจ็บแปลบ ทว่าก็มิอาจข่มความหวาดกลัวในก้นบึ้งของหัวใจลงได้เขาบ้าไปแล้ว!นางหานอาจจะพบเห็นว่าพวกเขากำลังทำอันใดกันอยู่ที่นี่ได้ทุกเมื่อ เขาไม่กลัวบ้างหรือ?นางผลักเขาไม่ออก จึงคิดจะถอยร่นไปด้านหลัง ทว่าปลายคางกลับถูกเขาบีบตรึงไว้แน่น ยากจะดิ้นรนให้หลุดพ้นริมฝีปากของเขาแนบชิดลงมา ทั้งอ่อนนุ่มและร้อนผ่าวนางราวกับถูกไฟแผดเผา สะดุ้งเฮือกถอยหลังหนีอย่างแรง ขนลุกชันไปทั้งร่าง บางทีอาจเป็นความหวาดกลัวที่กระตุ้นพละกำลังของนาง ถึงกับทำให้นางดิ้นหลุดจากการเกาะกุมของเขาได้ในคราเดียวทว่ายังไม่ทันได้หอบหายใจ ฝ่ามือใหญ่ของเขาก็ตามติดมาราวกับเงาตามตัวฝ่ามือหยาบกร้านทว่าอุ่นร้อนลูบไล้ผ่านปลายคาง ทำเอานางสะท้านเยือก ฝ่ามือใหญ่คว้าหมับเข้าที่ลำคอของนางแล้วบีบรัดแน่นขึ้นในทันทีลำคอขาวผ่องบอบบางนั้นดูอ่อนแอยิ่งนัก ราวกับว่าหากเขาออกแรงอีกเพียงนิด ก็คงจะบีบจนแหลกสลายได้
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 165

“เจ้ามาแล้วเหตุใดจึงไม่เข้ามาเล่า?”นางหานเลิกม่านเดินเข้ามา พลางเอ่ยถามจ้าวหยวนเช่อประโยคหนึ่งในใจนางเกิดความสงสัย เมื่อครู่จ้าวหยวนเช่อหันหลังให้นาง ท่าทางเช่นนั้นราวกับกำลังทำสิ่งใดกับเจียงโย่วหนิง…นางเบือนสายตา หันไปมองเจียงโย่วหนิงที่นอนขดตัวอยู่บนเก้าอี้โดยมีเสื้อคลุมตัวใหญ่ของจ้าวหยวนเช่อคลุมทับอยู่ สีหน้าพลันเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน “โย่วหนิงเหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ได้? พวกเจ้า...”เจียงโย่วหนิงแทบจะหยุดหายใจ อยากเอ่ยปากแก้ต่าง ทว่ากลับมิอาจเอ่ยออกมาได้แม้แต่คำเดียวภาพเหตุการณ์นี้ ออกจะชัดเจนจนเกินไปโดยเฉพาะบนริมฝีปากของนาง ที่ยังมีรอยฟันของเขาประทับอยู่หากนางหานให้นางเอามือออก เช่นนั้นย่อมกลายเป็นหลักฐานมัดตัวแน่นหนาสายตาของนางหานกวาดมองคนทั้งสองไปมาพวกเขาอยู่ใกล้ชิดกันเกินไป ใกล้เสียจนผิดปกติ หรือว่าภาพเมื่อครู่จะมิใช่ตาฝาดไปเอง?บนริมฝีปากของจ้าวหยวนเช่อมีหยาดน้ำเกาะพราว ช่างดูราวกับ…ไม่ เป็นไปไม่ได้บุตรชายของนางคือวิญญูชนที่ผู้คนทั่วเมืองหลวงล้วนทราบดี เขามีความประพฤติเพียบพร้อมมาโดยตลอด ยิ่งไปกว่านั้น นิสัยของเขายังเย็นชาถึงเพียงนั้น ย่อมไม่มีทางมีความคิดเป
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 166

ทว่ากลับเห็นเพียงใบหน้าเฉยชาของจ้าวหยวนเช่อ เขาเดินผ่านหน้าไปราวกับไม่มีอันใดเกิดขึ้น คล้ายกับว่าเรื่องราวทั้งสิ้นไม่เคยปรากฏมาก่อนในใจนางบังเกิดความขุ่นเคือง ไฉนเขาถึงได้น่ารังเกียจเพียงนี้!……เรือนเยาเยว่“คุณหนู เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ? เหตุใดจึงกลับมาเร็วนัก?”ฟางเฟยเห็นเจียงโย่วหนิงกลับมา ก็อดประหลาดใจมิได้วันนี้มีพิธีบวงสรวงเทพฟ้าดิน หากไร้เหตุพลิกผัน คุณหนูน่าจะกลับมาถึงในยามค่ำมิใช่หรือ“ไม่มีอันใด”เจียงโย่วหนิงส่ายหน้า มือยังคงยกขึ้นปิดบังริมฝีปากไว้นางไม่รู้ว่ารอยแผลบนริมฝีปากมีสภาพเป็นเช่นไร รู้เพียงว่าเจ็บระบมมาตลอดทาง เช่นนั้นยิ่งมิอาจปล่อยมือ นางเดาได้เลยว่ารอยแผลนี้ย่อมเห็นชัดด้วยตาเปล่าเป็นแน่“บ่าวเห็นสีหน้าท่านไม่ค่อยสู้ดีนัก มิสู้ไปพักผ่อนบนเตียงสักประเดี๋ยวไหมเจ้าคะ?”ฟางเฟยเห็นนางไม่เอ่ยปาก ก็รู้ว่าคงถามสิ่งใดมิได้ความคาดว่าคงเกี่ยวข้องกับท่านซื่อจื่ออีกเป็นแน่“ตกลง”เจียงโย่วหนิงเหนื่อยล้าทั้งกายใจ จึงเอนกายลงนอนบนเตียงฟางเฟยสอดเตาพกอุ่นมือเข้าไปในผ้าห่มของนาง “บ่าวจะไปหาอู๋มามาที่เรือนฝั่งโน้น หากคุณหนูมีเรื่องอันใดก็เรียกบ่าวได้เลยนะ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 167

นางดุจดั่งต้นหญ้าป่าที่ถูกน้ำค้างแข็งกัดกิน คอตกขดกายอยู่อย่างไร้เรี่ยวแรง ท่าทางน้อยเนื้อต่ำใจนั้นช่างน่าเวทนาสงสารยิ่งนัก“ร้องไห้ด้วยเหตุใด?”จ้าวหยวนเช่อขมวดคิ้ว น้ำเสียงอ่อนลงเจียงโย่วหนิงไม่สนใจเขา ทว่าหยาดน้ำตากลับร่วงหล่นลงมาเร็วยิ่งขึ้น“เจ็บหรือ?”จ้าวหยวนเช่อใช้นิ้วหัวแม่มือลูบไล้รอยฟันบนริมฝีปากของนางอย่างแผ่วเบาเจียงโย่วหนิงผลักมือของเขาออกนางกำลังแง่งอน จึงออกแรงผลักจนสุดกำลัง“เอาล่ะ ไม่ร้องแล้ว” จ้าวหยวนเช่อใช้สองมือประคองใบหน้านางเพื่อเช็ดน้ำตาให้ แผงขนตายาวของเขาหลุบต่ำ น้ำเสียงทุ้มกังวานใส “เจ้าก็เคยกัดข้ามาตั้งหลายหนมิใช่หรือ?”เมื่อเจียงโย่วหนิงได้ฟังก็สะอื้นไห้ ใบหน้าแดงก่ำ กำหมัดทุบตีเขาเขายังจะมีหน้ามาพูดอีก!นางกัดเขาโดยไร้สาเหตุหรืออย่างไร? มิใช่เพราะเขาเอะอะก็คอยแต่จะจูบนางหรอกหรือ?เขา...เขาไม่เพียงไร้เหตุผล แต่ยังหน้าหนาเสียจริง!จ้าวหยวนเช่อปล่อยให้นางทุบตีระบายอารมณ์ รอจนกระทั่งมือของนางสิ้นเรี่ยวแรงและหยุดนิ่งไป จึงเอ่ยถามเสียงเบา “ยังจะนอนอยู่หรือไม่?”เจียงโย่วหนิงหอบหายใจรวยริน เอนกายพิงหมอนโดยไม่สนใจเขา หางตาพลันเหลือบไปเห็นเขาหยิบส
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 168

“บนรถม้ามีเตาผิงไฟอยู่ นับว่ายังดี” ซูอวิ๋นชิงเดินตามอีกฝ่ายไปนั่งลงบนตั่งนุ่ม นางมองซ้ายแลขวาก่อนจะเอ่ยถามกลั้วรอยยิ้ม “ซื่อจื่อเล่าเจ้าคะ?”“เขาเข้าไปในวังแล้ว เจ้าเองก็ใช่ว่าจะไม่รู้นิสัยเขา ยามนี้ใกล้จะถึงวันปีใหม่ ฮ่องเต้ทรงมีพระราชกิจรัดตัว ข้าเองก็มิได้พบหน้าเขามาหลายวันแล้วเช่นกัน”นางหานหยิบเตาพกอุ่นมือมายัดใส่มือของนาง อีกทั้งยังดึงเตาผิงไฟขยับเข้าไปใกล้ ๆ นางอีกหน่อยนางมองซูอวิ๋นชิงด้วยความปีติยินดียิ่งนัก ทว่าท้ายที่สุดกลับถอนหายใจออกมา“ท่านป้ามีเรื่องอันใดในใจหรือเจ้าคะ?”ซูอวิ๋นชิงอดมิได้ที่จะเอ่ยถาม“เผลอประเดี๋ยวเดียว ฮ่องเต้ก็พระราชทานสมรสมาได้ครึ่งปีแล้ว” นางหานทอดถอนใจแล้วเอ่ย “เดิมทีข้าคิดว่า ฮ่องเต้จะทรงมีรับสั่งให้พวกเจ้าแต่งงานกันก่อนสิ้นปี ใครจะรู้ว่าจนถึงวันนี้กลับยังไร้ความเคลื่อนไหวใด ๆ”“ล้วนสุดแท้แต่พระทัยของฮ่องเต้เถิดเจ้าค่ะ”ซูอวิ๋นชิงอย่างไรก็เป็นสตรี ยามกล่าวถึงเรื่องแต่งงาน ใบหน้าจึงพลันแดงซ่านด้วยความเขินอาย“ความจริงข้าก็มิได้ร้อนใจเพียงนั้นหรอก” นางหานมีสีหน้ากลัดกลุ้ม “เพียงแต่เจ้ายังมิได้แต่งเข้าเรือน ข้าเกรงว่าจะมีคนไม่รู้ที่ต่ำที่สูง
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 169

“คุณหนูเจียง ฮูหยินให้ท่านไปอยู่เป็นเพื่อนแขกที่อุทยานเจ้าค่ะ”เฝิงมามาด่าทอคำว่า “นังตัวดี” อยู่ในใจ และเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองเมื่อครู่ฮูหยินส่งคนมาตามรอบหนึ่งแล้วเจียงโย่วหนิงถึงกับกล้าปฏิเสธฮูหยินจึงส่งนางมาด้วยตนเอง“ตกลง”เจียงโย่วหนิงหลุบตาลงแล้วเดินออกไปด้านนอกนางรู้ว่าวันนี้ในจวนจัดงานเลี้ยงชมดอกเหมย แต่นางไม่อยากเสวนาพาทีกับคนเหล่านั้น จึงไม่มีใจอยากเข้าร่วมดังนั้น ยามที่นางหานส่งคนมาเรียกนางในคราแรก นางจึงได้บอกปัดไปอย่างนุ่มนวลนึกไม่ถึงว่านางหานจะให้เฝิงมามามาตามนางอีกตัวนางในจวนเจิ้นกั๋วกงและในสายตาของนางหานนั้นเป็นดั่งคนไร้ตัวตน เมื่อก่อนยามที่จวนจัดงานเลี้ยง หากมิใช่เหตุสุดวิสัย นางก็มักจะไม่ไปร่วมงานเป็นส่วนใหญ่ และนางหานก็ปรารถนาอย่างยิ่งที่จะให้นางไม่ต้องไปแต่วันนี้ นางหานกลับยืนกรานจะให้นางไปให้ได้ ในเรื่องนี้มีจุดประสงค์แอบแฝงอันใดหรือไม่? หรือว่าคิดจะทำสิ่งใดกับนางกันแน่?นางติดตามเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมายจากจ้าวหยวนเช่อ ทั้งยังได้อ่านตัวอย่างเรื่องราวมากมายจากในตำราเมื่อเห็นนางหานมีท่าทีผิดปกติเช่นนี้ นางจึงบังเกิดความระแวดระวังขึ้นมาในท
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 170

ไม่มีผู้ใดดีเลิศไปกว่าตู้จิ่งเฉินอีกแล้ว“ข้าสบายดี แล้วเจ้าเล่า?”น้ำเสียงของตู้จิ่งเฉินแหบพร่าไปบ้าง“ข้ายังคงเป็นเช่นเดิม” เจียงโย่วหนิงแย้มยิ้มให้เขา “ไปกันเถิด”ชายหญิงอยู่ตามลำพัง ไม่ควรสนทนากันเนิ่นนานจนเกินไปอีกทั้งยามนี้เขาคือคู่หมั้นของจ้าวซือรุ่ย หากจ้าวซือรุ่ยมาพบเห็นเข้า ไม่แน่ว่าอาจก่อเรื่องราวอันใดขึ้นมาอีก“ตกลง”ตู้จิ่งเฉินมีท่าทีอึกอักคล้ายอยากเอ่ยสิ่งใดแต่ก็กลืนลงไป ก่อนจะก้าวตามนางไปเมื่อเดินเข้าใกล้สวนเหมย ผู้คนรอบด้านก็เริ่มพลุกพล่านขึ้นเรื่อย ๆดอกเหมยแดงและลาเหมยในสวนต่างเบ่งบานประชันโฉม เมื่อมีหิมะขาวโพลนเป็นฉากหลังขับเน้น ยิ่งดูงดงามจับตายิ่งนักนางหานสั่งให้บ่าวไพร่ขึงผ้าฝ้ายล้อมรอบศาลาเอาไว้ เหลือเพียงทิศใต้ที่เปิดโล่งรับแสงแดดผู้คนทั้งหลายต่างไปรวมตัวผิงไฟคลายหนาวกันอยู่ที่นั่น“แม่นางเจียง เจ้ามานี่สิ”ซูอวิ๋นชิงเหลือบไปเห็นเจียงโย่วหนิง จึงกวักมือเรียกนางด้วยรอยยิ้มเหล่าคุณหนูสูงศักดิ์ที่อยู่ข้างกายขางต่างพากันหันไปมองเจียงโย่วหนิงเจียงโย่วหนิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยอมเดินเข้าไปหาผู้มาเยือนคือแขก นางจะเสียมารยาทมิได้ ยิ่งไปกว่านั้น
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
141516171819
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status